| 1 |
แก้ปัญหาการมีพฤติกรรมเสี่ยง เพศสัมพันธ์ |
- ให้ความรู้ด้านเพศศึกษาและทักษะชีวิต แก่กลุ่มเด็กเยาวชน ผู้ปกครองและกลุ่มที่มีความเสี่ยง
- กิจกรรมเพื่อนช่วยเพื่อน สร้างแกนนำ/เครือข่าย
- สร้างพื้นที่ทำกิจกรรมด้านสร้างสรรค์ผ่านกิจกรรมศิลปะ กีฬา เป็นต้น
- การทำสื่อ ประชาสัมพันธ์
- คลินิคแก้ปัญหาครอบครัว ช่วยให้แนวทางดำเนินชีวิต, กลไกการให้คำปรึกษา
- ส่งเสริมการใช้หลักศาสนา ในการดำเนิชีวิต
|
|
| 2 |
แก้ปัญหาเยาวชนที่มีเสี่ยงต่อการเป็นนักสูบหน้าใหม่ และมีภาวะเสี่ยงต่อสารเสพติด เช่น กระท่อม เฮโรอีน ยาบ้า เป็นต้น |
- จัดตั้งทีมเฝ้าระวัง สำรวจและค้นหากลุ่มเสี่ยงหรือพื้นที่เสี่ยงต่อการมั่วสุมของเด็กและเยาวชนในชุมชน
- จัดทีมอาสาสมัครเพื่อการคัดกรอง (กลุ่มเสี่ยง กลุ่มสูบ) และการบำบัดอย่างย่อในชุมชน
- การจัดกิจกรรมส่งเสริมการสร้างสมรรถนะแห่งตน/ทักษะชีวิตในการหลีกเลี่ยงสิ่งยั่วยุ /ทักษะการจัดการความเครียดและการมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น
- การจัดกิจกรรมส่งเสริมการเห็นคุณค่าแห่งตน/การใช้เวลาว่าง/การสร้างประโยชน์ให้กับชุมชน
- การค้นหาและทำฐานข้อมูลของผู้สูบในชุมชนที่ต้องการเลิก หรือ พยายามเลิกแล้วไม่สำเร็จ
- การดำเนินงานเชิงรุก เช่น การจัดตั้งหน่วยบริการช่วยเลิกตระเวนบริการในชุมชน
- การพัฒนาศักยภาพทีมผู้รับผิดชอบงานด้านการติดตามเยี่ยมเยียนผู้มารับบริการเลิกยาสูบให้สามารถเลิกได้สำเร็จ
- การจัดบริการส่งต่อผู้สูบที่ไม่สามารถบำบัดได้ในชุมชนไปยังหน่วยบริการสุขภาพในพื้นที่
|
|
| 3 |
ลดการใช้ยาปฏิชีวนะ(ยาฆ่าเชื้อ) |
- การสร้างความรู้และทักษะการดูแลสุขภาพจากโรคหวัด
- แกนนำอาสาสมัครด้านรู้เท่าทัน อ่านฉลากยาเป็น
- การใช้สมุนไพรทดแทนการใช้ยาปฏิชีวนะ(ยาฆ่าเชื้อ)
- ร้านชำสีขาว คุ้มครองผู้บริโภค
|
|
| 4 |
ส่งเสริมให้เยาวชนชายมุสลิมขลิบปลายหุ้มหนังอวัยวะเพศ ถูกต้องตามหลักการแพทย์ |
การจัดบริการขลิบปลายหุ้มหนังอวัยวะเพศ ถูกต้องตามหลักการแพทย์ |
|
| 5 |
ลดปัญหาสารเคมีทางการเกษตรตกค้างในกระแสเลือดระดับอันตราย |
- การตรวจดูสารพิษตกค้างในกระแสเลือด
- การแนะนำวิธีป้องกันสารเคมีทางการเกษตรและการใช้สารจากธรรมชาติทดแทนสารเคมี
- การตั้งและดำเนินกิจกรรมกลุ่มเกษตรกรผักปลอดสารพิษ
- การตรวจเฝ้าระวังสารพิษตกค้างในผัก โดยชมรมอาสาสมัครสาธารณสุข/ชมรม อย.น้อย
- ประกาศหมู่บ้านปลอดการใช้สารเคมีทางการเกษตร
- การพัฒนาศักยภาพผู้บริโภคให้สามารถลดหรือเลี่ยงผักที่มีสารเคมีตกค้างทางการเกษตร
- การปลูกผักปลอดสารพิษในเขตที่อยู่อาศัย
|
|
| 6 |
การแก้ปัญหาประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากภาวะไข้เลือดออกระบาด |
- แกนนำสาธารณสุข(อสม.) เยาวชน และเจ้าหน้าที่ ลงสำรวจทำลายลูกน้ำยุงลาย (หยอดทรายอะเบต,ปล่อยปลาหางนกยูง คว่ำภาชนะที่มีน้ำขัง) สัปดาห์ละ 1 ครั้ง
- การปรับสภาพแวดล้อมจุดเสี่ยงต่อการเพาะพันธุ์ยุงลาย เช่น ขยะ หรือมีการสะสมของภาชนะน้ำขังจำนวนมาก โดย แกนนำสาธารณสุข(อสม.) เยาวชน
- จ้างเหมาพ่นยุงครัวเรือนที่มีผู้ป่วยรัศมี 100 เมตร พ่น 2 ครั้งห่างกัน 1 สัปดาห์
- การรณรงค์ประชาสัมพันธ์เพื่อให้เกิดความตระหนัก
|
|
| 7 |
การจัดการความรู้ นวัตกรรม และการสื่อสาร |
- การประยุกต์ใช้ศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้าน การละเล่นไทย กีฬาไทยและสากล เพื่อเพิ่มการมีกิจกรรมทางกาย เช่น เซิ้ง รำมวยไทย ตะกร้อลอดห่วง คิดค้น ออกแบบกิจกรรมเสริมหลักสูตรเพื่อเพิ่มกิจกรรมทางกายได้แก่ การเรียนนอกห้องเรียน การละเล่นไทย/กีฬาไทยเพื่อเพิ่มกิจกรรมทางกายในศูนย์เด็กเล็ก/โรงเรียน (Active play –Active learning)
- ออกแบบ บูรณาการ การมีกิจกรรมทางกายควบคู่กับ ลักษณะอาชีพ เช่น เกษตรกรรม การทำสวนทำไร่
- ออกแบบ บูรณาการ การมีกิจกรรมทางกายควบคู่กับการจัดการเศรษฐกิจชุมชน ทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม เช่น กิจกรรมปลูกป่า กิจกรรมการจัดการขยะ การร่วมกันลงแขกทำเกษตรแปลงรวม
การผลิตสื่อเพื่อการรณรงค์เรื่องกิจกรรมทางกายสำหรับวัยเด็ก วัยทำงาน ผู้สูงอายุ ผู้นำศาสนา
|
|
| 8 |
ส่งเสริมความรู้ |
- อบรมให้ความรู้แก่กลุ่มเป้าหมายเช่นประชาชนกลุ่มเสี่ยง ชมรมผู้สูงอายุเกี่ยวกับกิจกรรมทางกาย โครงการสร้างการเรียนรู้โดยใช้ผู้เชี่ยวชาญ,ผู้สูงอายุเป็นวิทยากรในการสอนเด็กในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก/โรงเรียน/ สอนการละเล่นไทย/ภูมิปัญญาท้องถิ่น เช่น การทำว่าว เล่านิทาน
- การพัฒนาหลักสูตรเช่นปรับวิธีการสอนวิชาพละและสุขศึกษาให้เน้นการมีกิจกรรมทางกายแทนการบรรยาย ปรับเนื้อหาให้ครอบคลุมการเคลื่อนไหวในกิจวัตรประจำวัน ให้การบ้านในการมีกิจกรรมทางกาย การสะสมแต้มการมีกิจกรรมทางกาย จำนวนการเดินรอบสนามอบรมครูสุขศึกษา/พละ/อนามัย เรื่องกิจกรรมทางกายที่ไม่ได้เน้นการออกกำลังกาย
- คลินิก ปรึกษาเรื่องการเพิ่มกิจกรรมทางกายในโรงเรียนเพื่อควบคุมน้ำหนัก
- เพิ่มทักษะกิจกรรมทางกายกลุ่มเฉพาะ อาชีพที่อยู่กับที่ เช่น ทอผ้า พนักงานสำนักงาน
|
|
| 9 |
การสร้างพื้นที่ต้นแบบสุขภาวะ ทั้งพื้นที่ที่เป็นบ้าน โรงเรียน สถานที่ทำงาน ศาสนสถาน พื้นที่สาธารณะ และชุมชน |
- การส่งเสริมให้ครอบครัว พ่อ แม่ ลูก มีการทำกิจกรรมที่เป็นการเพิ่มการมีกิจกรรมทางกายร่วมกัน 2.การนำวิธีการมีกิจกรรมทางกายที่หลากหลายมาใช้ในโรงเรียน ตั้งแต่การมาโรงเรียนด้วยการเดินและการปั่นจักรยาน การละเล่นพื้นบ้านเพื่อสุขภาพ / ตี๋จับ / กระโดดเชือก / มวยไทย
- การรณรงค์ให้บุคลากรในสถานที่ทำงาน มีการเพิ่มการเคลื่อนไหวทางกายในระหว่างการทำงานและการจัดอาหารในการประชุมที่เอื้อต่อสุขภาพ เช่น เพิ่ม ผัก–ผลไม้เปลี่ยนอาหารว่างเป็นผลไม้/น้ำสมุนไพร
- รณรงค์ให้คนในชุมชนมีกิจกรรมทางกายในชีวิตประจำวัน เช่น การเดินในการสัญจรมีกิจกรรมเดิน วิ่ง จักรยาน และการออกกำลังกายในรูปแบบต่างๆ
การส่งเสริมให้คนในชุมชนลงมือทำเกษตรด้วยตนเองเช่น โครงการเกษตรในโรงเรียน การปลูกพืชผักส่วนครัว หรือการทำแปลงรวม
|
|
| 10 |
การขับเคลื่อนกระบวนการนโยบายสาธารณะในพื้นที่ เพื่อเพิ่มการมีกิจกรรมทางกาย |
- การใช้พื้นที่สาธารณะ การใช้เส้นทางสัญจร(เดิน/จักรยาน) ที่เอื้อต่อการมีกิจกรรมทางกายของคนในชุมชน
- การมีนโยบายของหน่วยงาน สถานประกอบการ ที่จะจัดสรรเวลา สถานที่ และส่งเสริมการมีกิจกรรมทางกายของพนักงาน
|
|
| 11 |
การสร้างกลไกความร่วมมือขององค์กร หน่วยงาน เครือข่ายผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เพื่อการเพิ่มกิจกรรมทางกายของคนในชุมชน |
- สร้างแกนนำครู – นักเรียน ให้เข้าใจและมีทักษะการมีกิจกรรมทางกายที่ครอบคลุมการเดินทาง การทำงาน-การเรียนแบบกระฉับกระเฉง และออกกำลังกาย – การบริโภคผักผลไม้
- สร้างแกนนำพนักงาน คนทำงานอาชีพต่าง ๆ ให้เข้าใจและมีทักษะการมีกิจกรรมทางกายที่ครอบคลุมการเดินทาง การทำงาน และออกกำลังกาย – การบริโภคผักผลไม้
สร้างแกนนำ ผู้นำศาสนา เช่น วัด มัสยิด สร้างเสริมสุขภาพ เพื่อส่งเสริมการเพิ่มกิจกรรมทางกาย การลดปัจจัยเสี่ยง และ การบริโภคที่เหมาะสม
|
|