กองทุนสุขภาพตำบล - กองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่น - กปท

account_balance

แผนงานสิ่งเสพติด ปี 2566 กองทุนสุขภาพตำบล เทศบาลตำบลทุ่งลาน

แผนงานสิ่งเสพติด ปี 2566 กองทุนสุขภาพตำบล เทศบาลตำบลทุ่งลาน
อำเภอคลองหอยโข่ง จังหวัดสงขลา
ประจำปีงบประมาณ 2566

stars
ข้อมูลแผนงาน
ชื่อแผนงาน แผนงานสิ่งเสพติด ปี 2566 กองทุนสุขภาพตำบล เทศบาลตำบลทุ่งลาน
ประเด็นแผนงาน แผนงานสิ่งเสพติด
องค์กร กองทุนสุขภาพตำบล เทศบาลตำบลทุ่งลาน
ปีงบประมาณ 2566
stars
สถานการณ์ปัญหา
สถานการณ์ปัญหาแบบสอบถาม
navigate_before 2565 navigate_next
ขนาดปัญหา
1 ร้อยละของเด็กและเยาวชน อายุ 15-25 ปีในชุมชน ที่เสี่ยงต่อการใช้สารเสพติด

 

ข้อมูลสำหรับคำนวณร้อยละสถานการณ์ปัญหาค่าบันทึก
จำนวนเด็กอายุ 15-25 ปีในชุมชน ที่มีความเสี่ยงต่อการติดสารเสพติด (ดื่มน้ำกระท่อม เที่ยวกลางคืน รวมกลุ่มมั่วสุม ติดเกมส์)
จำนวนเด็กอายุ 15-25 ปีในชุมชนทั้งหมด
80.00
2 ร้อยละของเด็กและเยาวชน อายุ 15-25 ปีในชุมชน ที่มีการใช้สารเสพติด

 

ข้อมูลสำหรับคำนวณร้อยละสถานการณ์ปัญหาค่าบันทึก
จำนวนเด็กอายุ 15-25 ปีในชุมชน ที่ใช้สารเสพติด
จำนวนเด็กอายุ 15-25 ปีในชุมชนทั้งหมด
30.00
3 ร้อยละของผู้ใหญ่อายุ 25 ปีขึ้นไปในชุมชน ที่มีการใช้สารเสพติด

 

ข้อมูลสำหรับคำนวณร้อยละสถานการณ์ปัญหาค่าบันทึก
จำนวนผู้ใหญ่อายุมากกว่า 25 ปีขึ้นไปในชุมชน ที่ใช้สารเสพติด
จำนวนผู้ใหญ่อายุมากกว่า 25 ปีขึ้นไปในชุมชนทั้งหมด
30.00
4 จำนวนพื้นที่เสี่ยงต่อการมั่วสุมในชุมชน

 

ข้อมูลสำหรับคำนวณร้อยละสถานการณ์ปัญหาค่าบันทึก
จำนวนพื้นที่เสี่ยงต่อการมั่วสุมในชุมชน เช่น ร้านเกมส์ ผับ บาร์ ร้านเหล้า สถานที่เที่ยวกลางคืน สวนสาธารณะ บ้านร้าง
9.00
5 จำนวนกลุ่มหรือเครือข่ายเฝ้าระวังยาเสพติดในชุมชน

 

ข้อมูลสำหรับคำนวณร้อยละสถานการณ์ปัญหาค่าบันทึก
จำนวนกลุ่มหรือเครือข่าย เฝ้าระวังยาเสพติดในชุมชน
3.00
6 ร้อยละของหมู่บ้านหรือชุมชนที่มีและใช้มาตรการเฝ้าระวังและแก้ไขปัญหายาเสพติดในชุมชน

 

ข้อมูลสำหรับคำนวณร้อยละสถานการณ์ปัญหาค่าบันทึก
จำนวนหมู่บ้าน/ชุมชนที่มีและใช้มาตรการเฝ้าระวังและแก้ไขปัญหายาเสพติดในชุมชน
จำนวนหมู่บ้าน/ชุมชนทั้งหมด
50.00
7 จำนวนพื้นที่ปลอดภัย พื้นที่สร้างสรรค์ ที่เอื้อต่อการป้องกัน และแก้ไขปัญหายาเสพติด

 

ข้อมูลสำหรับคำนวณร้อยละสถานการณ์ปัญหาค่าบันทึก
จำนวนพื้นที่ปลอดภัย พื้นที่สร้างสรรค์ ที่เอื้อต่อการป้องกัน และแก้ไขปัญหายาเสพติดในชุมชนของท่าน
5.00

สถานการณ์ยาเสพติดโลก จากรายงาน World Drug Report 2018 ของสํานักงานป้องกันยาเสพติดและปราบปรามอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (United Nations Office on Drugs and Crime : UNODC) พบว่า ยาเสพติดมีการแพร่กระจายไปทั่วโลก พื้นที่ที่พบการแพร่ระบาดมากที่สุดจะอยู่บริเวณประเทศในแถบภูมิภาคเอเชียตะวันออก เอเชียตะวันออกเฉียงใต้และทวีปยุโรป นอกจากนี้ยังพบในประเทศออสเตรเลีย อีกด้วย ในปีค.ศ. 2016 พบว่า มีผู้ใช้ยาเสพติดทั่วโลก 275 ล้านคน คิดเป็น 5.6% ของประชากรโลก ซึ่งยังเป็นอัตราคงที่ และเมื่อจําแนกตามชนิดยาเสพติด พบว่า กัญชาเป็นตัวยาที่มีผู้ใช้มากที่สุด 192 ล้านคน รองลงมา คือ กลุ่มฝิ่นและอนุพันธุ์ของฝิ่น 53 ล้านคน และกลุ่มยาเสพติดสังเคราะห์ที่มีส่วนผสมของแอมเฟตามีน (Amphetamine – type stimulants : ATS) 34 ล้านคน เอ็กซ์ตาซี 21 ล้านคน และโคเคน 18 ล้านคน

ตลาดยาเสพติดสังเคราะห์ขยายตัวเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะยาเสพติดสังเคราะห์ที่มีส่วนผสมของแอมเฟตามีน (Amphetamine – type stimulants : ATS) ได้แก่ ยาบ้า ไอซ์และเอ็กซ์ตาซี (MDMA) รวมไปถึงสารออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทชนิดใหม่ (New Psychoactive Substances : NPS) ที่มีการเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยในช่วงปี ค.ศ. 2009 – 2017 พบ NPS ทั้งหมด 803 ชนิด ตลาดของยาเสพติดกลุ่ม ATS ขยายตัวขึ้นในเอเชียตะวันออกและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้โดยมุ่งเป้าหมายไปที่อเมริกาเหนือ เอเชียตะวันตกเฉียงใต้และบางพื้นที่ในยุโรป ยาเสพติดที่มาจากพืช โคเคน มีการขยายตัวของตลาด มีอัตราการค้า การใช้และการผลิตเพิ่มมากขึ้นทั่วโลก ขณะที่การปลูกต้นโคคามีเพิ่มมากขึ้นในช่วงปีค.ศ. 2013 – 2015 โดยหลักจะพบในประเทศโคลัมเบีย ฝิ่น จากรายงานการสํารวจ Opium Survey 2017 ของ UNODC พบว่า พื้นที่ปลูกฝิ่นแหล่งใหญ่ที่สุดของโลก ยังคงเป็นประเทศอัฟกานิสถาน มีพื้นที่ปลูกฝิ่นเพิ่มขึ้น 63% จากเดิมในปีค.ศ. 2016 มีพื้นที่ปลูกฝิ่น 201,000 เฮกตาร์ (Hectare) เพิ่มขึ้นเป็น 328,000 เฮกตาร์ (Hectare) ในปีค.ศ. 2017 รองลงมา คือ ประเทศเมียนมา ที่มีพื้นที่ปลูกฝิ่นลดลง 25% จากเดิมในปีค.ศ. 2015 มีพื้นที่ปลูกฝิ่น 55,500 เฮกตาร์ (Hectare) ลดลงเหลือ 41,000 เฮกตาร์ (Hectare) ในปีค.ศ. 2017

อาชญากรรมที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด มีสัดส่วน 35% ของคดีอาชญากรรมทั้งหมด โดยผลการสํารวจของสํานักงานตํารวจยุโรป (European Police Office - Europol) พบว่า อาชญากรรมทางยาเสพติดมีส่วนเกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์การปลอมแปลงสินค้า การขนส่งผู้อพยพ และการค้าอาวุธ

รูปแบบการลักลอบลําเลียงยาเสพติดทั่วโลก ในปัจจุบัน พบว่า เกือบทุกประเทศมีการลักลอบขนส่งเกือบทุกช่องทาง ทั้งทางบก อากาศ และน้ํา โดยพบมากขึ้นในบริเวณท่าอากาศยาน ท่าเรือขนส่งสินค้าทางทะเลและไปรษณีย์โดยซุกซ่อนมากับเรือขนส่งสินค้า และเครื่องบินพาณิชย์ในรูปแบบผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ เช่น อาหาร เครื่องสําอาง โทรศัพท์เพื่อเป็นของขวัญเพิ่มมากขึ้น นอกจากนี้ยังพบยาเสพติดซุกซ่อนมากับแผ่นไม้กระดานในโกดังเก็บสินค้า เครื่องกรองน้ํา โดยส่งทางไปรษณีย์ซุกซ่อนในขวดน้ําชาเชียวและถังปูนปลาสเตอร์ เป็นต้น

สถานการณ์ยาเสพติดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ More Precursor More Drug ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีแหล่งผลิตยาเสพติดที่สําคัญแห่งหนึ่งของโลก คือ พื้นที่สามเหลี่ยมทองคําด้วยสภาพทางภูมิศาสตร์ที่ตั้งของแหล่งผลิตยาเสพติดในพื้นที่สามเหลี่ยมทองคาํ ซึ่งพื้นที่ส่วนใหญ่อยู่ภายใต้อิทธิพลของกลุ่มชาติพันธุ์ที่มีกองกําลังติดอาวุธในประเทศเมียนมา บริเวณชายแดนเมียนมา-จีน และชายแดนเมียนมา-ภาคเหนือของไทย นอกจากนั้นแล้วยังมีพื้นที่ติดกับประเทศที่เป็นแหล่งของสารตั้งต้นและสารเคมีที่สามารถนําไปใช้ในกระบวนการผลิตยาเสพติดได้ด้วย ที่สําคัญ ได้แก่ ประเทศจีน และประเทศอินเดีp

ปัจจุบันกลุ่มขบวนการผลิตยาเสพติดในพื้นที่สามเหลี่ยมทองคํา ยังคงพยายามจัดหาสารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ที่ใช้ในการผลิตยาเสพติดได้อย่างต่อเนื่อง แม้ว่าในช่วงที่ผ่านมาจะมีการดําเนินงานอย่างเข้มข้นของประเทศสมาชิกภายใต้โครงการแม่น้ําโขงปลอดภัย ตั้งแต่ปี 2558 - 2561 สามารถตรวจยึดสารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์รวม 1,178 ตัน ซึ่งส่วนใหญ่ถูกตรวจยึดได้ในประเทศเมียนมา อย่างไรก็ตาม แม้จะมีการสกัดกั้นสารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ที่ผิดกฎหมาย แต่กลุ่มผู้ผลิตมีความพยายามที่จะหาสารเคมีที่ยังไม่ถูกควบคุม มาสกัดเป็นสารตั้งต้นแทน

ยาเสพติดสําคัญที่มีการผลิตจากแหล่งผลิตสามเหลี่ยมทองคํา ได้แก่ ยาบ้า ไอซ์และเฮโรอีน ซึ่งส่งออกไปยังตลาดทั้งในและนอกภูมิภาคได้อย่างต่อเนื่อง ยาบ้า ตลาดหลักยังอยู่ที่ประเทศไทยและบังคลาเทศ เห็นได้จากการจับกุมยาบ้าปริมาณมากได้อย่างต่อเนื่องบริเวณชายแดนภาคเหนือและตอนในของประเทศไทย รวมทั้งบริเวณรัฐยะไข่ชายแดนเมียนมา-บังคลาเทศ ไอซ์และเฮโรอีน มีแนวโน้มการส่งออกไปสู่กลุ่มประเทศนอกภูมิภาคลุ่มแม่น้ําโขงมากขึ้น โดยลําเลียงผ่านประเทศไทย ลาว เวียดนาม กัมพูชา และมาเลเซีย ส่วนคีตามีน เป็นยาเสพติดอีกชนิดหนึ่งที่ปรากฏข่าวสารว่ามีการผลิตในพื้นที่สามเหลี่ยมทองคํา

นอกจากนี้ยังพบว่าหลายประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เช่น สปป.ลาว เวียดนาม กัมพูชา ไทย และมาเลเซีย ถูกกลุ่มเครือข่ายยาเสพติดข้ามชาติที่ใช้ประเทศไทยเป็นฐานเคลื่อนไหวเกี่ยวกับการจัดหาลําเลียงผ่านยาเสพติด และฟอกเงินไปยังประเทศอื่น ๆ ทั้งในและนอกภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการรวมกลุ่มประเทศในอาเซียน มีความเชื่อมโยงการคมนาคม รวมทั้งการพัฒนาเทคโนโลยีที่ทันสมัยทําให้เอื้อต่อการค้ายาเสพติดได้ง่ายขึ้น

การแพร่ระบาดยาเสพติด พบผู้เข้าบําบัดเมทแอมเฟตามีนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้สูงสุดถึง 80% รองลงมา คือ เฮโรอีน กัญชา และฝิ่น รวมทั้งสารออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทชนิดใหม่ (NPS) ที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทั้งจํานวนและปริมาณ

สถานการณ์ในประเทศ  1 สถานการณ์การลักลอบนําเข้า ยาเสพติดที่ลักลอบลําเลียงนําเข้ามาในประเทศไทยโดยเฉพาะยาบ้า เฮโรอีน และไอซ์ส่วนใหญ่มาจากแหล่งผลิตในพื้นที่สามเหลี่ยมทองคํา สําหรับกัญชาลักลอบนําเข้ามาจาก สปป.ลาว และโคเคน มาจากทวีปอเมริกาใต้ โดยยาบ้า เป็นตัวยาที่แพร่ระบาดหลักในประเทศ ขณะที่ไอซ์ เฮโรอีน และกัญชา ส่วนใหญ่ลําเลียงผ่านประเทศไทยไปยังประเทศที่สาม เห็นได้จากการจับกุมไอซ์ เฮโรอีน และกัญชาในปริมาณมาก ซึ่งพบความเชื่อมโยงกับเครือข่ายการค้ายาเสพติดข้ามชาติทั้งในและนอกภูมิภาคอาเซียน

ยาเสพติดที่ลักลอบลําเลียงนําเข้าประเทศไทย ที่ผ่านมาส่วนใหญ่จะลักลอบนําเข้าทางพื้นที่ภาคเหนือ แต่ในช่วงนี้พบแนวโน้มการลักลอบนําเข้าทางพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือเพิ่มขึ้น โดยแบ่งเป็นรายตัวยา ดังนี้  ยาบ้า ไอซ์ และเฮโรอีน ยังคงถูกลักลอบนําเข้าด้านพื้นที่ภาคเหนือเป็นหลัก โดยเฉพาะด้านจ.เชียงราย (อ.แม่ฟ้าหลวงอ.แม่สายอ.เชียงของอ.เวียงแก่น) และจ.เชียงใหม่ (อ.เชียงดาวอ.ฝางอ.แม่อาย) รองลงมา เป็นภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ด้าน จ.เลย (อ.เชียงคาน อ.ท่าลี่) จ.หนองคาย (อ.เมือง อ.สังคม อ.โพนพิสัย อ.รัตนวาปี) จ.บึงกาฬ (อ.บึงคาด อ.บุ่งคล้า) จ.นครพนม (อ.ท่าอุเทน อ.บ้านแพง) ขณะที่พื้นที่ชายแดนด้านอื่น ๆ เช่น ด้าน จ.อุบลราชธานี (อ.เขมราฐ) ด้าน จ.กาญจนบุรี (อ.สังขละบุรี) และ จ.ประจวบคีรีขันธ์ (ด่านสิงขร) พบมีความพยายามลักลอบนําเข้ายาบ้าบ่อยครั้งและมีปริมาณที่สูงขึ้นเรื่อย ๆ กัญชา ถูกลักลอบนําเข้าทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือเป็นหลักส่วนใหญ่ถูกลักลอบลําเลียงเข้าทางด้าน จ.นครพนม (อ.ท่าอุเทน) จ.บึงกาฬ (อ.ปากคาด) และ จ.หนองคาย (อ.สังคม)

โคเคน จากทวีปอเมริกาใต้กลุ่มขบวนการค้าแอฟริกันตะวันตก ยังคงลักลอบนําเข้าทางท่าอากาศยานนานาชาติของประเทศเป็นหลัก จากความเข้มงวดในการตรวจสอบ กลุ่มผู้ลําเลียง ใช้วิธีการลําเลียงผ่านทางท่าอากาศยานของประเทศเพื่อนบ้าน และลักลอบนําเข้าทางด่านชายแดนทางบกแทน

เอ็กซ์ตาซีหรือยาอี กลุ่มการค้าในประเทศที่มีความรู้ด้านเทคโนโลยีหรือเคยไปพักอาศัยอยู่ในต่างประเทศ จัดหาเอ็กซ์ตาซีหรือยาอีจากประเทศแถบทวีปยุโรป ติดต่อสั่งซื้อผ่านช่องทางเว็บไซต์ผิดกฎหมาย (Dark Web) หรือสื่อสังคมออนไลน์และจัดส่งผ่านพัสดุไปรษณีย์ระหว่างประเทศ นอกจากนี้ยังพบกลุ่มแอฟริกันตะวันตกเริ่มมีการจัดหาเอ็กซ์ตาซีหรือยาอีเข้ามาจําหน่ายในประเทศนอกจากการจัดหาโคเคน คีตามีน ในรูปของผลึกบรรจุในถุงชาลักษณะเหมือนกับถุงบรรจุไอซ์ถูกลักลอบนําเข้าทางภาคเหนือของประเทศไทยเป็นหลัก ก่อนที่ผู้จําหน่ายจะนํามาแบ่งใส่ถุงย่อยจําหน่ายเป็นแบบผลึก หรือแปรสภาพผสมน้ําบรรจุในขวดก่อนจําหน่ายให้ผู้เสพ

ใบกระท่อม แพร่ระบาดในพื้นที่ภาคใต้ของประเทศไทยเป็นหลัก ผู้เสพนิยมนําใบกระท่อมไปแปรรูปเป็น 4x100 ใบกระท่อมจํานวนมากจึงถูกลักลอบนําเข้าจากรัฐเคดาห์และรัฐเปอร์ลิส ของประเทศมาเลเซีย โดยเฉพาะด้าน จ.สตูล (อ.ควนโดน) และ จ.สงขลา (อ.สะเดา อ.นาทวี) ที่พบการลักลอบนําเข้าปริมาณมากบ่อยครั้ง ขณะที่กระท่อมผง พบถูกลักลอบนําเข้าทางด้าน จ.ระนอง โดยกลุ่มชาวเมียนมาในพื้นที่ อ.เกาะสอง ที่นําเข้ามาจําหน่ายให้ชาวเมียนมาที่เข้ามาประกอบอาชีพในประเทศไทยเป็นหลัก

รูปแบบการลําเลียง พื้นที่ภาคเหนือ การลําเลียงยาเสพติดจากแหล่งผลิตภายนอกประเทศในรัฐฉานของประเทศเมียนมา กลุ่มผู้ผลิตจะว่าจ้างกลุ่มผู้ลําเลียง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกลุ่มชาติพันธุ์ตามแนวชายแดนของเมียนมา-ไทย ในลักษณะเป็นคาราวานลําเลียงยาเสพติด มีกองกําลังติดอาวุธคุ้มกัน เดินเท้าผ่านภูมิประเทศเข้าช่องทางธรรมชาติ ตามแนวชายแดน ส่วนใหญ่เลือกลําเลียงช่วงเวลากลางคืน ไปพักเก็บตามหมู่บ้านบริเวณชายแดน หรือนําไปส่งมอบที่จุดนัดพบตามที่ได้นัดหมายไว้ส่วนการลําเลียงยาเสพติดเข้าทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กลุ่มขบวนการจะลําเลียงยาเสพติดจากแหล่งผลิตในรัฐฉาน ประเทศเมียนมา ก่อนลําเลียงเข้าสู่ สปป.ลาว ด้านแขวงบ่อแก้ว ใช้เส้นทางบก และทางแม่น้ําโขงเป็นเส้นทางลําเลียง ก่อนนําไปเก็บพักบริเวณหมู่บ้านริมแม่น้ําโขง เพื่อรอลําเลียงเข้าสู่ประเทศไทยต่อไป

การลําเลียงจากชายแดนเข้าสู่ตอนใน จากพื้นที่ภาคเหนือ กลุ่มผู้ลําเลียงชาติพันธุ์เช่น อาข่า มูเซอ จะลําเลียงเฉพาะจากแนวชายแดนเข้าสู่พื้นที่ตอนในที่ไม่ห่างจากชายแดนมากนัก จากนั้นจะเป็นกลุ่มผู้ลําเลียง ชาติพันธุ์ม้ง จะทําหน้าที่ลําเลียงต่อจากพื้นที่ชายแดนเข้าสู่พื้นที่ตอนในของประเทศ เช่นเดียวกับการลําเลียงจากพื้นที่ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่ส่วนใหญ่การลําเลียงยาเสพติดในปริมาณมากมักพบกลุ่มชาติพันธุ์ม้งเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องด้วย การลําเลียงยาเสพติดในปริมาณมาก (ยาบ้า 1 ล้านเม็ดขึ้นไป ไอซ์ 100 กิโลกรัมขึ้นไป) จากพื้นที่ชายแดนเข้าสู่พื้นที่ตอนในด้วยทางรถยนต์รถบรรทุก รถขนส่งพัสดุภัณฑ์รถโดยสาร และรถไฟ

การลําเลียงยาเสพติดของกลุ่มการค้าในพื้นที่แพร่ระบาด ปัจจุบันกลุ่มผู้ค้าหลีกเลี่ยงการส่งมอบให้กับกลุ่มผู้ซื้อโดยตรง แต่จะใช้การติดต่อผ่านสื่อสังคมออนไลน์แล้วแจ้งจุดวางยาเสพติด (Dead Drop) เป็นการตัดตอนในกระบวนการส่งมอบ และยังเป็นการต่อต้านการสืบสวนขยายผลจากทางฝ่ายเจ้าหน้าที่ นอกจากนี้ยังพบว่า กลุ่มการค้ารายย่อย นิยมซื้อขายยาเสพติดผ่านสื่อสังคมออนไลน์ควบคู่กับการส่งมอบยาเสพติดผ่านทางพัสดุไปรษณีย์ทั้งของภาครัฐและภาคเอกชนมากขึ้น

2 สถานการณ์การค้าและการแพร่ระบาดยาเสพติด ปัญหายาเสพติดที่เกิดขึ้นในปีงบประมาณ 2561 พบการจับกุมยาเสพติดเพิ่มสูงขึ้นจากปีงบประมาณ 2560 โดยเฉพาะยาบ้า ไอซ์และเฮโรอีน จากสถิติการจับกุมของกลางยาเสพติดในปีงบประมาณ 2561 สามารถยึดยาบ้าได้ 302 ล้านเม็ด ไอซ์ 18,526 กิโลกรัม เฮโรอีน 903 กิโลกรัม และกัญชา 16,399 กิโลกรัม ปริมาณยาเสพติดที่ลักลอบนําเข้ามามีมากเกินความต้องการใช้ในประเทศ ส่งผลให้ราคายาเสพติดลดลง โดยเฉลี่ยยาบ้าราคาเม็ดละ 100 บาท (จากเดิม 250 บาท) ไอซ์กรัมละ 1,000 บาท (จากเดิม 1,500 บาท)

ยาเสพติดที่มีการแพร่ระบาดมากที่สุด ยังคงเป็นยาบ้า รองลงมา คือ ไอซ์และกัญชา ตามลําดับ สําหรับยาเสพติดที่มีการแพร่ระบาดเพิ่มสูงขึ้น ได้แก่ เฮโรอีน และคีตามีน ซึ่งเฮโรอีน พบการแพร่ระบาดใน กลุ่มเด็กและเยาวชนโดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และจังหวัดเชียงใหม่ สำหรับคีตามีน จากเดิมในปีงบประมาณ 2558 มีผู้เข้าบําบัดเพียง 74 คน เพิ่มสูงขึ้นเป็น 470 คน ในปีงบประมาณ 2561 ในจํานวนนี้ เป็นรายใหม่ถึง 388 คน ประชากรที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ส่วนใหญ่อยู่ในช่วงอายุ 15 - 24 ปีคิดเป็นร้อยละ 39 ซึ่งเป็นผู้มีงานทําถึงร้อยละ 78 พื้นที่แพร่ระบาดยาเสพติด จากการสํารวจหมู่บ้าน/ชุมชนทั่วประเทศ รอบที่ 2/2561 โดยกระทรวงมหาดไทย จํานวน 82,034 แห่ง พบหมู่บ้าน/ชุมชนที่มีปัญหายาเสพติด 24,270 แห่ง คิดเป็นร้อยละ 29.58 โดยเป็นหมู่บ้าน/ชุมชนที่มีปัญหายาเสพติดมาก 4,004 แห่ง (ร้อยละ 4.88) มีปัญหาปานกลาง 4,754 แห่ง (ร้อยละ 5.79) และมีปัญหาน้อย 15,512 แห่ง (ร้อยละ 18.90)

  แนวโน้มสถานการณ์ปัญหายาเสพตดิ  1 ประเทศไทยยังคงเผชิญกับปัญหายาเสพติดที่ผลิตมาจากแหล่งผลิตในพื้นที่สามเหลี่ยมทองคํา โดยพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือยังคงถูกใช้เป็นช่องทางในการลักลอบนําเข้ายาเสพติด  2 ยาบ้า ยังเป็นตัวยาหลักที่มีการแพร่ระบาดในประเทศไทย และในขณะเดียวกันประเทศไทยถูกใช้เป็นแหล่งพักยาเสพติดและเส้นทางลําเลียงผ่าน เพื่อส่งไอซ์เฮโรอีน และกัญชา ไปยังประเทศที่สาม  3.เฮโรอีน มีแนวโน้มการแพร่ระบาดเพิ่มสูงขึ้นในกลุ่มเด็กและเยาวชนในพื้นที่กรุงเทพมหานครและจังหวัดเชียงใหม่  4.กลุ่มผู้ใช้ยาเสพติดมีแนวโน้มใช้คีตามีนมากขึ้น เห็นได้จากสถิติการจับกุมและผู้เข้าบําบัดรักษา ที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

stars
วัตถุประสงค์
วัตถุประสงค์ตัวชี้วัดขนาดปัญหาเป้าหมาย 1 ปี
1 เพื่อลดเด็กและเยาวชน อายุ 15-25 ปีในชุมชน ที่เสี่ยงต่อการใช้สารเสพติด

ร้อยละของเด็กและเยาวชน อายุ 15-25 ปีในชุมชน ที่เสี่ยงต่อการใช้สารเสพติด

50.00
2 เพื่อลดเด็กและเยาวชน อายุ 15-25 ปีในชุมชน ที่มีการใช้สารเสพติด

ร้อยละของเด็กและเยาวชน อายุ 15-25 ปีในชุมชน ที่มีการใช้สารเสพติด

10.00
3 เพื่อลดผู้ใหญ่ อายุ 25 ปีขึ้นไปในชุมชน ที่มีการใช้สารเสพติด

ร้อยละของผู้ใหญ่อายุ 25 ปีขึ้นไปในชุมชน ที่มีการใช้สารเสพติด

10.00
4 เพื่อลดจำนวนพื้นที่เสี่ยงต่อการมั่วสุมในชุมชน

จำนวนพื้นที่เสี่ยงต่อการมั่วสุมในชุมชน

5.00
5 เพื่อเพิ่มจำนวนกลุ่มหรือเครือข่ายเฝ้าระวังยาเสพติดในชุมชน

จำนวนกลุ่มหรือเครือข่ายเฝ้าระวังยาเสพติดในชุมชน

9.00
6 เพื่อเพิ่มหมู่บ้านหรือชุมชนที่มีและใช้มาตรการเฝ้าระวังและแก้ไขปัญหายาเสพติดในชุมชน

ร้อยละของหมู่บ้านหรือชุมชนที่มีและใช้มาตรการเฝ้าระวังและแก้ไขปัญหายาเสพติดในชุมชน

100.00
7 เพื่อเพิ่มจำนวนพื้นที่ปลอดภัย พื้นที่สร้างสรรค์ ที่เอื้อต่อการป้องกัน และแก้ไขปัญหายาเสพติด

จำนวนพื้นที่ปลอดภัย พื้นที่สร้างสรรค์ ที่เอื้อต่อการป้องกัน และแก้ไขปัญหายาเสพติด

9.00
stars
แนวทาง/วิธีการสำคัญ
แนวทางวิธีการสำคัญ
1 เพื่อสกัดกั้นผู้เสพรายใหม่ในชุมชน โดยการคัดกรองและปรับพฤติกรรม ที่เน้นสร้างภูมิคุ้มกันให้กับเด็กและเยาวชนและกลุ่มเสี่ยงในพื้นที่
  1. จัดตั้งทีมเฝ้าระวัง สำรวจและค้นหากลุ่มเสี่ยงหรือพื้นที่เสี่ยงต่อการมั่วสุมของเด็กและเยาวชนในชุมชน
  2. จัดทีมอาสาสมัครเพื่อการคัดกรอง (กลุ่มเสี่ยง กลุ่มเสพ) และการบำบัดอย่างย่อในชุมชน การปรับพฤติกรรม รวมทั้งการส่งต่อไปยังสถานบำบัด
  3. การจัดกิจกรรมส่งเสริมการสร้างสมรรถนะแห่งตน/ทักษะชีวิตในการหลีกเลี่ยงสิ่งยั่วยุ /ทักษะการจัดการความเครียดและการมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น
  4. การจัดกิจกรรมส่งเสริมการเห็นคุณค่าแห่งตน/การใช้เวลาว่าง/การสร้างประโยชน์ให้กับชุมชน
2 ลดความรุนแรงและลดผลกระทบของการแพร่ระบาดยาเสพติดในชุมชน
  1. การสร้างและพัฒนาศักยภาพของเครือข่ายการเฝ้าระวัง ให้มีองค์ความรู้และมีทักษะในการป้องกันการแพร่ระบาดของยาเสพติดในชุมชน
  2. มีคณะทำงานติดตามประเมินความรุนแรงของสถานการณ์ยาเสพติดในชุมชน ที่มาจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภายในและภายนอกพื้นที่
  3. มีแผนการดำเนินงานการเฝ้าระวังยาเสพติดในชุมชน
  4. การให้รางวัลเชิดชูเกียรติแก่บุคคลต้นแบบในชุมชนที่ไม่ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด
  5. การตั้งรางวัลสำหรับผู้ที่ชี้เบาะแสของผู้ที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดในชุมชน
  6. การพัฒนาระบบฐานข้อมูลชุมชนที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดที่สามารถนำมาใช้เพื่อการวางแผนควบคุมต่อไป
3 เพิ่มอัตราการเข้าถึงระบบการบำบัดรักษาภาครัฐของผู้เสพและผู้ติดและลดอัตราการเสพซ้ำของผู้ผ่านการบำบัดเมื่อคืนกลับชุมชน
  1. พัฒนาเครือข่ายชุมชนที่เฝ้าระวังและสอดส่องปัญหายาเสพติดในชุมชนให้เชื่อมต่อกับหน่วยบริการสุขภาพภาครัฐให้สามารถส่งต่อผู้ติดยาไปบำบัดรักษาได้อย่างทั่วถึง
  2. การสร้างระบบรองรับต่อผู้ที่ผ่านการบำบัดจากสถานบำบัดเมื่อกลับมาอยู่ในชุมชน ให้ได้รับการฝึกอาชีพ การสร้างการยอมรับในการจ้างงาน และให้โอกาสในการกลับมาเป็นสมาชิกของชุมชน
  3. การพัฒนาระบบการดูแลผู้การบำบัดโดยการบูรณาการวิถีชุมชน ที่ทำให้ผู้ผ่านการบำบัดไม่กลับไปเสพยาซ้ำ
4 การสร้างมาตรการทางสังคมเพื่อควบคุมปัญหายาเสพติดในระดับชุมชน
  1. การสร้างข้อตกลงร่วมกันของหมู่บ้าน เช่น การมีฮูกมปากัตในชุมชนมุสลิมที่มีบทให้คุณให้โทษต่อครอบครัวที่มีสมาชิกไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติด
  2. มีคณะทำงานประเมินผลการปฏิบัติตามมาตรการดังกล่าว และมีการประชุมสมาชิกในชุมชนชี้แจงผลการตอบสนองต่อมาตรการ
  3. มีระบบบันทึกการทำความผิด การตักเตือน การทำโทษขั้นต่างๆ ตามมาตรการที่กำหนด
  4. มีรายงานที่เป็นลายลักษณ์อักษร เช่น จำนวนและร้อยละของครัวเรือนที่ให้ความร่วมมือในการปฏิบัติตามมาตรการดังกล่าว
paid
งบประมาณที่ตั้งไว้ตามแผนงาน (บาท)
0.00
stars
โครงการที่ควรดำเนินการ
ชื่อโครงการย่อยประเภทผู้รับผิดชอบงบประมาณที่ตั้งไว้ (บาท)
stars
โครงการที่ขอการสนับสนุนจากกองทุน
ยังไม่มีโครงการที่ขอการสนับสนุนจากกองทุนของแผนในปีนี้
stars
โครงการที่ได้รับการสนับสนุนจากกองทุนเพื่อติดตาม
ยังไม่มีโครงการที่ได้รับการสนับสนุนจากกองทุนเพื่อติดตามของแผนในปีนี้