ภาวะโภชนาการของเด็กเป็นสิ่งสะท้อนให้เห็นถึงสุขภาพโดยรวมของเด็ก เมื่อเด็กได้รับอาหาร
ที่เหมาะสมอย่างเพียงพอตามช่วงวัยอายุ ไม่เจ็บป่วยบ่อยๆ และได้รับการดูแลอย่างดี เด็กจะมีการเจริญเติบโต
อย่างสมส่วน มีการพัฒนาโครงสร้างและการท างานของสมอง ซึ่งจะช่วยกระบวนการเรียนรู้และอารมณ์ได้เป็น
อย่างดี พร้อมที่จะพัฒนาต่อไปจนเป็นผู้ใหญ่
การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่เป็นรากฐานเริ่มต้นของการส่งเสริมสุขภาพของเด็กในช่วงระยะ ๒ – ๓
ปีแรกของชีวิต เพราะนมแม่เป็นอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการที่สมดุลและดีที่สุดส าหรับทารกและเด็กเล็ก
เหมาะสมต่อการเจริญเติบโต และพัฒนาการของร่างกาย สมอง จอประสาทตา และอวัยวะอื่นๆที่ร่างกายยัง
พัฒนาไม่เต็มที่ รวมทั้งป้องกันการเกิดโรคต่างๆที่พบบ่อยในทารก เช่น โรคอุจจาระร่วง โรคระบบทางเดิน
หายใจ และ โรคภูมิแพ้ ทารกที่ได้รับนมแม่จะมีโอกาสเป็นโรคอ้วน เบาหวาน น้อยกว่าทารกที่ได้รับนมผสม
และยังช่วยป้องกันโรคเรื้อรังในวัยผู้ใหญ่ เช่น โรคเบาหวาน และภาวะหลอดเลือดหัวใจอุดตัน ด้านเชาว์ปัญญา
และพัฒนาการพบว่าทารกที่ได้รับนมแม่อย่างเดียว และได้รับนมแม่ต่อเนื่องจนอายุครบ ๑๒ เดือน ติดตาม
เชาว์ปัญญาของเด็กเมื่ออายุ ๖.๕ ปี พบว่าระดับเชาว์ปัญญาของเด็กที่ได้นมแม่สูงกว่าเด็กที่ได้นมผสม ๕.๙ จุด
และระยะเวลาของการได้รับนมแม่สัมพันธ์กับค่าคะแนนเชาว์ปัญญา นอกจากนี้นมแม่ยังมีผลต่อสุขภาพใน
ระยะยาวอีกมากมายดังนั้นองค์การอนามัยโลกได้แนะน าว่าเด็กควรได้รับนมแม่อย่างเดียว ๖ เดือน และให้นม
แม่ร่วมกับอาหารตามวัยจนถึงขวบปีที่สองหรือนานกว่านั้น
สถานการณ์การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ในประเทศไทย จากรายงานการส ารวจสถานะสุขภาพ
เด็กไทย (Multiple Indicator Cluster Surveys : MICS) ในปี ๒๕๕๕ โดย ส านักงานสถิติแห่งชาติ ด้วยการ
สนับสนุนขององค์การ UNICEF แสดงจากกราฟแบบแผนการกินนมแม่ของทารกตามช่วงอายุ ของประเทศไทย
๒๕๕๗ พบว่า อัตราการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวในช่วงอายุ แรกเกิด – ๑, ๓ และ ๖ เดือนอยู่ที่ร้อยละ
๓๐, ๑๕ และ ๑๒.๓ ตามล าดับเปรียบเทียบกับปี ๒๕๔๙ ในช่วงอายุเดียวกัน อยู่ที่ร้อยละ ๑๑.๖, ๗.๖ และ
๕.๔ ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นในระดับหนึ่ง ภาพรวมของทารกที่ได้รับนมแม่ ในช่วงอายุ ๖ – ๗ เดือนแรก
ยังอยู่ในระดับที่ดี คือร้อยละ ๕๕ แต่ยังไม่บรรลุเป้าหมายอัตราการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวในทารกอายุ
น้อยกว่า ๖ เดือนของกรมอนามัย ในปี ๒๕๕๙ ไม่น้อยกว่าร้อยละ ๕๐
ดังนั้นการพัฒนาคนให้มีคุณภาพจึงต้องเริ่มตั้งแต่อยู่ในครรภ์ ตามแนวคิดต าบลนมแม่เพื่อ
พัฒนาการเด็ก น าสู่การปฏิบัติ โดยงานอนามัยแม่และเด็กโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพต าบลน้ าค า จึงจัดท า
โครงการเพื่อแก้ไขปัญหาและส่งเสริมสุขภาพในกลุ่มแม่และเด็ก ทั้งหมด ๗ หมู่บ้านในเขตพื้นที่รับผิดชอบของ
โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพต าบลน้ าค า โดยเป็นการร่วมมือจากภาคีเครือข่ายสุขภาพ ซึ่งมี องค์การบริหารส่วน
ต าบล โรงเรียน ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ฯลฯ ส่งเสริมให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการดูแลสุขภาพอนามัยแม่และเด็ก
เพื่อให้เกิดความยั่งยืนตลอดไป