โรคไข้เลือดออกนับเป็นปัญหาสาธารณสุขไทยตลอดมาเพราะไข้เลือดออกเป็นโรคติดต่อที่สร้างความสูญเสียชีวิตและค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลและความสูญเสียทางด้านเศรษฐกิจของประเทศทั้งที่ทุกฝ่ายได้ช่วยกันรณรงค์ป้องกันและควบคุมมาโดยตลอดและได้รับความร่วมมือจากหน่อยงานต่างทั้งภาครัฐและเอกชน พบว่าปัญหาโรคไข้เลือดออกไม่ได้ลดลงมากนัก ยังคงเป็นปัญหาสำคัญในระดับประเทศเรื่อยมา
ตำบลควน อำเภอปะนาเระ จังหวัดปัตตานี เป็นอีกพื้นที่หนึ่งที่เคยมีปัญหาการระบาดของโรคไข้เลือดออก ถึงแม้ว่าในปี 2561 นี้ตำบลควนมีผู้ป่วยเพียง 1 ราย โดยมีอัตราป่วยต่อประชากรแสนคนเท่ากับ 41.62 ต่อประชากรแสนคน(ตัวชี้วัด 50 ต่อประชากรกรแสนคน)แต่ในพื้นที่ใกล้เคียงและรอบๆก็มีการระบาดของโรคไข้เลือดออก เช่นตำบลท่าน้ำ ตำบลดอนและในเขตติดต่อของอำเภอมายอ และหลักการระบาดของโรคอาจจะเกิดขึ้นได้โดยการเว้นระยะ 1-2 ปี โรคไข้เลือดออกส่วนมากจะพบผู้ป่วยในช่วงเดือน มีนาคม-กันยายน ของทุกปี ซึ่งตรงกับการเปิดภาคเรียนที่หนึ่ง และชีวนิสัยของยุงชอบออกหากินเวลากลางวันจึงสันนิฐานได้ว่าการแพร่เชื้อและการกระจายโรค จะเกิดขึ้นได้ทั้ง ชุมชน ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กและโรงเรียน ด้วยเหตุนี้ การควบคุมโรคจะต้องอาศัยความร่วมมือทั้งจาก ชุมชน โรงเรียน องค์บริหารส่วนตำบล โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลและหน่วยงานอื่นๆที่เกี่ยวข้อง
ปัญหาการแพร่ระบาดของโรคไข้เลือดออกที่มีมาอย่างต่อเนื้อง ทำให้เกิดการปรับเปลี่ยนแนวคิดในการแก้ปัญหา จากการตั้งรับไปสู่นโยบายเชิงรุกโดยใช้ยุทธศาสตร์การมีส่วนร่วมให้คนในชุมชนได้ตระหนักถึงปัญหาของโรคไข้เลือดออก เกิดความรับผิดชอบต่อปญหาที่เกิดขึ้นในชุมชนของตนเอง พร้อมทั้งหาวิธีการแก้ไข ซึ่งปณหาของโรคไข้เลือดออกเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับพฟติกรรมและสิ่งแวดล้อม ดั้งนั้น การดำเนินงานป้องและควบคุมโรคไข้เลือดออก จึงต้องปรับเปลี่ยนให้สอดคล้องกับสถานการณ์ของโรคที่เปลี่ยนแปลงไป โดยเน้นให้ประชาชนเห็นความสำคัญและถือเป็นภารกิจที่ต้องช่วยกัน กระตุ้นและชักนำให้ประชาชน องค์กรชุมชน ตลอดจนเครือข่ายสุขภาพให้มีส่วนร่วมอย่างจริงจังและต่อเนื่อง จึงเป็นกิจกรรมสำคัญที่ต้องเร่งรัดดำเนินการ