กองทุนสุขภาพตำบล - กองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่น - กปท

account_balance

แผนงานอนามัยแม่และเด็ก ปี 2569 กองทุนสุขภาพตำบล อบต.ป่าแก่บ่อหิน

แผนงานอนามัยแม่และเด็ก ปี 2569 กองทุนสุขภาพตำบล อบต.ป่าแก่บ่อหิน
อำเภอทุ่งหว้า จังหวัดสตูล
ประจำปีงบประมาณ 2569

stars
ข้อมูลแผนงาน
ชื่อแผนงาน แผนงานอนามัยแม่และเด็ก ปี 2569 กองทุนสุขภาพตำบล อบต.ป่าแก่บ่อหิน
ประเด็นแผนงาน แผนงานอนามัยแม่และเด็ก
องค์กร กองทุนสุขภาพตำบล อบต.ป่าแก่บ่อหิน
ปีงบประมาณ 2569
stars
สถานการณ์ปัญหา
สถานการณ์ปัญหาแบบสอบถาม
navigate_before 2568 navigate_next
ขนาดปัญหา

โรคฟันผุเป็นโรคติดเชื้อเรื้อรังที่พบมากในเด็ก และยังคงเป็นปัญหาทางทันตสาธารณสุข ที่สําคัญของประเทศไทย จากผลการสํารวจสภาวะทันตสุขภาพแห่งชาติครั้งที่ 8 พ.ศ. 2560 พบว่าเด็กไทยอายุ 3 ปี และ 5 ปี มีความชุกในการเกิดฟันผุ ร้อยละ 52.9 และ 75.6 ตามลำดับ ค่าเฉลี่ยฟันผุถอนอุด (dmft) 2.8 ซี่ และ 4.5 ซี่ต่อคน ตามลำดับ ซึ่งไม่ได้รับการรักษาคิดเป็นร้อยละ 52.0 ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของอาการเจ็บปวดและการสูญเสียฟันน้ำนม เด็กอายุ 3 ปี ร้อยละ 2.3 มีประสบการณ์การสูญเสียฟันในช่องปากโดยพบว่าในปัจจุบัน เด็กปฐมวัยเริ่มมีฟันผุตั้งแต่อายุยังน้อย มีการลุกลามได้เร็ว มีลักษณะการผุหลายๆ ซี่ในช่องปาก และมีจำนวนฟันผุเพิ่มมากขึ้นเมื่ออายุเพิ่มขึ้น และฟันผุในระยะแรกเริ่มสามารถลุกลามเป็นรูฟันผุได้ในระยะเวลา 6-12 เดือนนอกจากนั้นพบว่าเด็กในเขตภาคใต้มีความจำเป็นต้องได้รับบริการรักษาทางทันตกรรมมากที่สุด จากการสำรวจเด็กทั้งหมดในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กสังกัดองค์การบริหารส่วนตำบลป่าแก่บ่อหิน ในปี พ.ศ. 2568 จำนวน 2 ศูนย์ ได้แก่ ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านป่าแก่บ่อหิน และศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านเขาแดง พบฟันผุร้อยละ 63.50 มีค่าเฉลี่ยฟันผุประมาณ 4.69 ซี่ต่อคน จากข้อมูลดังกล่าวพบว่ามีอุบัติการณ์โรคฟันผุสูงและพบว่าเด็กเล็กที่เพิ่งเข้ามาเรียนไม่เคยได้รับการรักษาด้วยการอุดฟันหรือหยุดยั้งฟันผุมาก่อนคิดเป็นร้อยละ 67.35 ทำให้มีฟันผุลุกลามจนทะลุโพรงประสาทฟัน เกิดอาการปวดทรมาน ทำให้เด็กไม่สามารถเคี้ยวอาหารได้ รับประทานอาหารได้น้อยลง เกิดภาวะขาดสารอาหาร ซึ่งส่งผลกระทบต่อการพัฒนาการ การเจริญเติบโตของร่างกายและคุณภาพชีวิตของเด็กจึงจำเป็นต้องได้รับการส่งเสริมและป้องกันโรคดังกล่าว     โรคฟันผุในเด็กเล็กสามารถป้องกันได้โดยผู้ปกครองหรือผู้ดูแลเด็ก ที่จะช่วยส่งเสริมทันตสุขภาพของเด็กก่อนวัยเรียนได้ดีที่สุด เนื่องจากเป็นผู้ที่อยู่ใกล้ชิดและมีบทบาทสำคัญในการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมด้านสุขภาพของเด็กพร้อมทั้งการเฝ้าระวังโรค ด้วยการแปรงฟันให้สะอาดอย่างสม่ำเสมอ เพื่อลดการสะสมของคราบจุลินทรีย์แต่เมื่อมีการผุจนสูญเสียแร่ธาตุและเนื้อฟันเป็นโพรงเกิดขึ้นแล้ว การรักษาจึงต้องเป็นการหยุดยั้งเพื่อไม่ให้ผุลุกลามไปสู่โพรงประสาทฟันจนมีอาการปวดได้ ซึ่งแนวทางการรักษาต้องเป็นการเก็บรักษาเนื้อฟันไว้ให้ได้มากที่สุด เช่น การใช้ฟลูออไรด์วาร์นิช ซิลเวอร์ไดเอมีนฟลูออไรด์ และบูรณะฟันด้วยวิธี Simplified and Modified Atraumatic Restoration Treatment (SMART) เป็นต้น

      การอุดฟันโดยวิธี SMART เป็นเทคนิคการอุดฟันที่คิดค้นเพื่อใช้ในการบูรณะฟันในกรณีที่ไม่สามารถจัดบริการรักษาแบบปกติได้ จะบูรณะด้วยกลาสไอโอโนเมอร์ซีเมนต์ มีคุณสมบัติปลดปล่อยฟลูออไรด์ ลดปริมาณเชื้อแบคทีเรียในช่องปาก เพิ่มการคืนกลับของแร่ธาตุ ควบคุมการลุกลามและการดำเนินของโรคฟันผุ ป้องกันการเกิดฟันผุซ้ำ ซึ่งประสิทธิผลในการบูรณะด้วยวิธีนี้มีประโยชน์ในการจัดการฟันน้ำนมผุลุกลามรุนแรงในเด็กเล็ก ใช้เครื่องมือพื้นฐานใช้มือ (Hand instrument) ในการอุดฟัน ให้อัตราความสำเร็จในการรักษาสูง การทบทวนงานวิจัยอย่างเป็นระบบ ของ De Amorim RG และคณะปี ค.ศ. 2012 พบอัตราการคงอยู่ของวัสดุประมาณร้อยละ 93 และ 62 ในการอุดฟันด้านเดียวและหลายด้าน ตามลำดับ และคงอยู่ร้อยละ 86 เมื่อเวลาผ่านไป 3 ปี นอกจากนั้นเด็กที่ได้รับการรักษาวิธีนี้ไม่มีอาการปวดคิดเป็นร้อยละ 93 ประโยชน์ของการอุดฟันด้วยวิธี SMART คือ ค่าใช้จ่ายน้อย เจ็บปวดน้อย ลดความกังวลของเด็ก สามารถเก็บฟันไว้ได้โดยไม่ต้องถอน เป็นการให้บริการทันตกรรมเชิงรุก สามารถดำเนินการในชุมชนได้โดยที่ไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องมือที่ทันสมัย และเลือกใช้ในกิจกรรมทันตสุขภาพในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กได้ดี ซึ่งทางฝ่ายทันตสาธารณสุขได้ให้การรักษาวิธีการนี้แก่เด็กก่อนวัยเรียนในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก มาแล้วในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา พบว่าในปีพ.ศ. 2566 มีเด็กได้รับการรักษาด้วยวิธี SMART คิดเป็นร้อยละ 77.34 ของเด็กที่มีฟันผุภายหลังการรักษาเด็กไม่มีอาการปวดฟัน และมีอัตราการยึดติดของวัสดุร้อยละ 90.77 ซึ่งให้ผลความสำเร็จค่อนข้างสูง

    ซิลเวอร์ไดเอมีนฟลูออไรด์ (SDF) ความเข้นข้นร้อยละ 38 มีความสามารถในการหยุดยั้งฟันผุในชั้นเนื้อฟันได้ดี สารประกอบซิลเวอร์หรือเงินมีคุณสมบัติในการฆ่าเชื้อแบคทีเรีย และลดการย่อยสลายของคอลลาเจนในเนื้อฟันร่วมกับการคืนกลับแร่ธาตุโดยฟลูออไรด์ที่ผิวหน้าฟัน เกิดการแข็งตัวของเนื้อฟันในโพรงฟันผุ ลดอาการเสียวฟัน มีรายงานผลการศึกษาการทบทวนวรรณกรรมอย่างเป็นระบบและ Meta-analysis ปี ค.ศ. 2019 พบว่าประสิทธิภาพการใช้ซิลเวอร์ไดเอมีนฟลูออไรด์ ในการยับยั้งฟันผุในชั้นเนื้อฟันของฟันน้ำนมสูงถึงร้อยละ 81 และ 89 ข้อดีคือ ใช้งานง่าย สะดวก ไม่แพง ปลอดภัย ใช้เวลาในการรักษาไม่นาน ไม่ต้องกรอฟันให้เกิดเสียงที่ทำให้เด็กกลัว ไม่พบอาการไม่พึงประสงค์ที่รุนแรง และไม่ทำให้เกิดความเจ็บปวดขณะรักษาจึงมีความเหมาะสมที่จะนำมาใช้ในการป้องกันและหยุดยั้งฟันผุในเด็กเล็กที่มีข้อจำกัด หรือให้ความร่วมมือในการรักษาทางทันตกรรมน้อย แต่มีข้อคำนึงถึงประการหนึ่งคือ หลังการใช้ซิลเวอร์ไดเอมีนฟลูออไรด์ในการหยุดยั้งฟันผุลุกลามได้มีประสิทธิภาพนั้น จะมีการเปลี่ยนรอยผุบริเวณนั้นเป็นสีดำอย่างถาวร แต่อย่างไรก็ตาม สีดำที่เกิดขึ้นก็มีลักษณะคล้ายรอยผุหยุดยั้งตามธรรมชาติ       การให้บริการทางทันตกรรมในระดับชุมชน จำเป็นต้องให้การรักษาเพื่อควบคุมการลุกลามของรอยโรคฟันผุ (Caries control) ในเวลา ค่าใช้จ่าย และทรัพยากรบุคคลที่มีอยู่อย่างจำกัด ซิลเวอร์ไดเอมีนฟลูออไรด์เป็นทางเลือกหนึ่งที่แนะนำในงานทันตสาธารณสุขชุมชน ในกลุ่มประชากรเด็กที่มีความเสี่ยงฟันผุสูง สำหรับในประเทศไทยมีแนวทางการใช้ฟลูออไรด์โดยทันตแพทยสมาคมแห่งประเทศไทยปี พ.ศ. 2560 ได้มีการแนะนำให้ใช้ซิลเวอร์ไดเอมีนฟลูออไรด์ที่รอยผุอย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง จนกว่ารอยโรคจะหยุดผุ หรือเมื่อได้รับการบูรณะหรือฟันน้ำนมหลุดเองตามธรรมชาติ ซึ่งได้มีการนำมาใช้เป็นครั้งแรกในระดับชุมชนของพื้นที่ รพ.ทุ่งหว้า เมื่อปีที่ผ่านมา ซึ่งให้ผลการหยุดยั้งฟันผุในฟันน้ำนมที่มีฟันผุลุกลามร้อยละ 90.56 ของฟันที่ได้รับการรักษาด้วยซิลเวอร์ไดเอมีนฟลูออไรด์ และผู้ปกครองเด็กเล็กพึงพอใจต่อการรักษาในระดับมากที่สุดร้อยละ 92.28 ดังนั้น กลุ่มงานทันตสาธารณสุข โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านทุ่งดินลุ่ม จึงได้จัดทำโครงการหยุดยั้งฟันผุด้วยวิธี SMART ร่วมกับซิลเวอร์ไดเอมีนฟลูออไรด์ในเด็กปฐมวัย ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเขตตำบลป่าแก่บ่อหิน เพื่อดูแลสุขภาพช่องปากเด็กเล็ก โดยควบคุมการลุกลามของโรคฟันผุ ป้องกันการเกิดฟันผุซ้ำ และเป็นการส่งเสริมป้องกันโรคในช่องปากให้กับเด็กเล็กได้อย่างต่อเนื่องครอบคลุม และแพร่หลายมากขึ้นต่อไป

stars
วัตถุประสงค์
วัตถุประสงค์ตัวชี้วัดขนาดปัญหาเป้าหมาย 1 ปี
stars
แนวทาง/วิธีการสำคัญ
แนวทางวิธีการสำคัญ
1 การพัฒนาศักยภาพและทักษะบุคคล และเจ้าหน้าที่

1.1 การพัฒนาทักษะการปฏิบัติตนของหญิงตั้งครรภ์ เช่น การตั้งคลินิกนมแม่ 1.2 การสร้างคุณแม่ต้นแบบด้านการดูแลตนเองและลูกน้อย

2 การจัดระบบริการแบบใหม่
  • การพัฒนาและใช้หลักสูตรโรงเรียนพ่อแม่ในมิติความร่วมมือชุมชนและศาสนา
  • การปรับประยุกต์ใช้หลักสูตรด้านอาหารพื้นบ้านและแพทย์แผนไทยเพื่อดูแลหญิงตั้งครรภ์
  • การจัดรูปแบบบริการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกเชิงรุก
3 การพัฒนาระบบและกลไกด้านการดูแลแม่และเด็ก
  • การพัฒนาทักษะแกนนำ อสม.เพื่อดูแลหญิงตั้งครรภ์
  • อสม.เฝ้าระวังและติดตามแม่ฝากครรภ์ไม่ครบ
  • อสม.ลงแนะนำการตรวจมะเร็งเต้านมเบื้องต้น
4 การสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน
  • การจัดทำข้อมูลสถานการณ์เกี่ยวกับหญิงตั้งครรภ์และหญิงวัยเจริญพันธุ์โดยการขึ้นทะเบียน
  • การร่วมกับชุมชนในการจัดทำแผนสุขภาพและโครงการแก้ไขปัญหาหญิงตั้งครรภ์และหญิงวัยเจริญพันธุ์
5 การพัฒนานโยบายสาธารณะสำหรับแม่และเด็ก
  • การมีนโยบายของ อปท.เกี่ยวกับการส่งเสริมการฝากครรภ์และเลี้ยงลูกด้วยนมแม่
  • การมีนโยบายของโรงเรียนร่วมกับ อปท.เกี่ยวกับการส่งเสริมการเป็นหญิงวัยเจริญพันธุ์ที่มีคุณภาพ
paid
งบประมาณที่ตั้งไว้ตามแผนงาน (บาท)
18844.00
stars
โครงการที่ควรดำเนินการ
ชื่อโครงการย่อยประเภทผู้รับผิดชอบงบประมาณที่ตั้งไว้ (บาท)
1 โครงการหยุดยั้งฟันผุ ด้วยวิธี SMART ร่วมกับซิลเวอร์ไดเอมีนฟลูออไรด์ในเด็กปฐมวัย ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก เขตตำบลป่าแก่บ่อหิน ประเภท 1 สนับสนุนการจัดบริการสาธารณสุขของ หน่วยบริการ/สถานบริการ/หน่วยงานสาธารณสุข โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านทุ่งดินลุ่ม 18,844.00
stars
โครงการที่ขอการสนับสนุนจากกองทุน
ยังไม่มีโครงการที่ขอการสนับสนุนจากกองทุนของแผนในปีนี้
stars
โครงการที่ได้รับการสนับสนุนจากกองทุนเพื่อติดตาม
ปีงบประมาณชื่อติดตามโครงการประเภทองค์กรรับผิดชอบงบประมาณ (บาท)
1 2569 ส่งเสริมสุขภาวะหญิงวัยเจริญพันธุ์ แม่แข็งแรงลูกฉลาดเติบโตสมวัย ประเภท 1 โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านทุ่งดินลุ่ม 24,350.00
2 2569 ตำบลมหัศจรรย์ 1,000 วัน Plus สู่ 2,500 วัน ประเภท 1 โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านเขาแดง 27,770.00
รวม 52,120.00