แผนงานผู้สูงอายุ ปี 2562 กองทุนสุขภาพตำบลเทศบาลตำบลท่างิ้ว
อำเภอห้วยยอด จังหวัดตรัง
ประจำปีงบประมาณ 2562
| ชื่อแผนงาน | แผนงานผู้สูงอายุ ปี 2562 กองทุนสุขภาพตำบลเทศบาลตำบลท่างิ้ว |
| ประเด็นแผนงาน | แผนงานผู้สูงอายุ |
| องค์กร | กองทุนสุขภาพตำบล เทศบาลตำบลท่างิ้ว |
| ปีงบประมาณ | 2562 |
| สถานการณ์ปัญหา | แบบสอบถาม navigate_before 2561 navigate_next | ขนาดปัญหา | |
|---|---|---|---|
| 1 | จำนวนผู้สูงอายุที่มี ADL น้อยว่า 11 คะแนน(คน)
|
24.00 | |
| 2 | จำนวนผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิง(ADL น้อยว่า 11 คะแนน)ได้รับการจัดบริการดูแลระยาว(คน)
|
24.00 | |
| 3 | จำนวนผู้สูงอายุที่ได้รับการคัดกรองแล้วมีภาวะซึมเศร้าและกังวล(คน)
|
0.00 | |
| 4 | จำนวนผู้สูงอายุที่มีภาวะแทรกซ้อนจากโรคเรื้อรัง เช่น ตาต้อ กระจก เป็นต้น (คน)
|
3.00 | |
| 5 | จำนวนผู้สูงอายุที่เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ เช่น หกล้มง่าย เป็นต้น
|
5.00 | |
| 6 | จำนวนบุคคลในครอบครัวที่มีความรู้ความเข้าใจและสามารถปฏิบัติต่อผู้สูงอายุที่ต้องได้รับการดูแล (คน)
|
24.00 | |
| 7 | ร้อยละสถานที่หรือพื้นที่สาธารณะที่มีสภาพแวดล้อมเอื้อต่อการใช้ชีวิตของผู้สูงอายุ
|
4.00 | |
| 8 | จำนวนผู้ช่วยเหลือ(CG)ที่มีทักษะการดูและช่วยเหลือผู้สูงอายุในชุมชน (คน)
|
12.00 |
ความสำเร็จในการคุมกำเนิดของประเทศไทย ทำให้อัตราการเกิดลดลงเป็นอย่างมาก นับตั้งแต่ พ.ศ.2513 จนถึงปัจจุบัน ประกอบกับความก้าวหน้าทางการแพทย์และระบบสาธารณสุข ทำให้คนไทยมีอายุยืนยาวมากขึ้น เฉลี่ย 77 ปี ทำให้โครงสร้างประชากรไทยเปลี่ยนแปลงไปมาก คาดว่าในปี พ.ศ. 2579 จะมีสัดส่วนผู้สูงอายุเกือบ 1 ใน 3 ของประเทศ แสดงว่าประเทศไทยก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยแล้วอย่างรวดเร็วและรุนแรง ซึ่งผู้ที่จะได้รับผลกระทบก็คือ คนวัย 40 ถึง 50 ปี ในปัจจุบัน ที่จะเป็นผู้สูงอายุในอนาคต มีผู้สูงอายุจำนวนมากที่อาจจัดอยู่ในภาวะเปราะบาง หนึ่งในสามของผู้สูงอายุมีรายได้ต่ำกว่าเส้นความยากจน บุตรซึ่งเคยเป็นแหล่งรายได้สำคัญของผู้สูงอายุมีสัดส่วนลดลง ผู้สูงอายุที่อยู่ตามลำพังคนเดียว หรือตามลำพังกับผู้สูงอายุด้วยกันมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น จำนวนผู้สูงอายุที่อยู่ในภาวะพึ่งพิง มีประมาณ 4 แสนคน และผู้สูงอายุที่เป็นโรคสมองเสื่อมมีประมาณ 6 แสนคน ในปี พ.ศ.2561จะมีสัดส่วนประชากรผู้สูงอายุ ที่อายุ 60 ปีขึ้นไป เพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 20 โดยมีประชากรผู้สูงอายุมากกว่าเด็ก และคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 1 ใน 5 ของประชากรทั้งหมด ซึ่งปัจจุบันประเทศไทยมีสัดส่วนการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของประชากรผู้สูงอายุเป็นอันดับ 2 ในเอเซีย รองจากสิงคโปร์ การมีสัดส่วนประชากรผู้สูงอายุที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้ประเทศไทยต้องเตรียมความพร้อมรองรับการเป็นสังคมผู้สูงอายุ เพราะผู้สูงอายุ เป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดโรคต่างๆ เนื่องจากความเสื่อมตามธรรมชาติของร่างกายและโรคประจำตัวเรื้อรัง ซึ่งต้องได้รับการดูแลอย่างทันท่วงทีเพราะหากรักษาไม่ทันท่วงทีอาการอาจรุนแรงเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ สสช.ได้ประเมินว่า ในปี 2564 จะมีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไป สัดส่วนสูงถึง 20% และในปี 2574 ประเทศไทยจะมีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปสูงถึง 28% ทั้งในปัจจุบันสัดส่วนวัยทำงานดังกล่าวยังสามารถดูแลผู้สูงอายุได้ 1 ต่อ 4 คน แต่ในปี 2574 สัดส่วนการดูแลผู้สูงอายุจะเฉลี่ยที่ 1 : 1 เพราะฉะนั้น รัฐก็ต้องวางแผนในการดูแลวัยผู้สูงอายุ และวัยทำงาน รวมถึงวัยเด็ก ที่ปัจจุบันวัยเด็กมีสัดส่วนลดลง เนื่องจากมีการคุมกำเนิด โดยแต่ละครอบครัวเน้นมีลูกคนเดียว ส่วนการออมเงินจะเริ่มมีการออมในช่วงอายุ 50-59 ปี ซึ่งถือว่าผิดหลักการออม ขณะที่อายุระหว่าง 25-40 ปี ที่เป็นวัยที่ต้องออมเงินกลับเป็นวัยที่ใช้เงินจับจ่ายเก่งที่สุด ฉะนั้นต้องเร่งรณรงค์ให้วัยทำงาน มีการออมเงินเพิ่มขึ้น เพื่อเก็บเงินไว้ใช้ในวัยผู้สูงอายุ
“สิ่งที่ภาครัฐจะต้องเร่งดำเนินการเพื่อให้ประเทศไทยก้าวสู่สังคมสูงอายุอย่างมีความสุข ได้แก่ การรณรงค์ให้มีการออมเพื่อชาติในกลุ่มอายุ 25-40 ปี การสนับสนุนให้มีบุตรเพื่อเพิ่มจำนวนประชากรวัยเด็ก การดูแลสุขภาพและที่อยู่อาศัยของผู้สูงอายุ เช่น ห้องน้ำ ต้องเป็นแบบชักโครก มีราวเกาะเพื่อมิให้ล้ม เป็นต้น การส่งเสริมกิจกรรมทางสังคม เพื่อให้ผู้สูงอายุใช้ชีวิตอย่างมีความสุข และการสร้างอาชีพเสริมให้มีรายได้เพิ่ม เพื่อให้ผู้สูงอายุใช้ชีวิตอย่างมีความสุข สุขภาพแข็งแรง”.
| วัตถุประสงค์ | ตัวชี้วัด | ขนาดปัญหา | เป้าหมาย 1 ปี | |
|---|---|---|---|---|
| 1 | เพื่อลดจำนวนผู้สูงอายุที่มี ADL น้อยว่า 11 คะแนน | ผู้สูงอายุที่มี ADL น้อยว่า 11 คะแนน มีจำนวนลดลง |
24.00 | |
| 2 | เพื่อเพิ่มจำนวนผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิง(ADL น้อยว่า 11 คะแนน)ได้รับการจัดบริการดูแลระยาว | ผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิง(ADL น้อยว่า 11 คะแนน)ได้รับการจัดบริการดูแลระยาว ลดลง |
24.00 | |
| 3 | เพื่อเพิ่มผู้สูงอายุที่มีภาวะซึมเศร้าต้องได้รับการดูแล | จำนวนผู้สูงอายุที่มีภาวะซึมเศร้าได้รับการดูแล เพิ่มขึ้น |
0.00 | |
| 4 | เพื่อแก้ปัญหาผู้สูงอายุที่มีภาวะแทรกซ้อนจากโรคเรื้อรัง | จำนวนผู้สูงอายุที่มีภาวะแทรกซ้อนจากโรคเรื้อรัง ลดลง |
3.00 | |
| 5 | เพื่อลดจำนวนผู้สูงอายุที่เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ | ผู้สูงอายุที่เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ มีจำนวนลดลง |
5.00 | |
| 6 | เพื่อเพิ่มจำนวนบุคคลในครอบครัวที่มีความรู้ความเข้าใจและสามารถปฏิบัติต่อผู้สูงอายุที่ต้องได้รับการดูแล | จำนวนบุคคลในครอบครัวที่มีความรู้ความเข้าใจและสามารถปฏิบัติต่อผู้สูงอายุที่ต้องได้รับการดูแล เพิ่มขึ้น |
24.00 | |
| 7 | เพื่อให้เกิดนโยบายสาธารณะเพื่อการสร้างเสริมสุขภาพผู้สูงอายุ | จำนวน สถานที่หรือพื้นที่สาธารณะที่มีสภาพแวดล้อมเอื้อต่อการใช้ชีวิตของผู้สูงอายุ เพิ่มขึ้น |
4.00 | |
| 8 | เพื่อเพิ่มจำนวนผู้ช่วยเหลือ(CG)ที่มีทักษะการดูและช่วยเหลือผู้สูงอายุในชุมชน | จำนวนผู้ช่วยเหลือ(CG)ที่มีทักษะการดูและช่วยเหลือผู้สูงอายุในชุมชน มีจำนวนเพิ่มขึ้น |
12.00 |
| แนวทาง | วิธีการสำคัญ | |
|---|---|---|
| 1 | การพัฒนาศักยภาพและทักษะบุคคล และเจ้าหน้าที่ |
|
| 2 | การจัดระบบริการแบบใหม่ |
|
| 3 | การพัฒนาระบบและกลไกระบบดูแลผู้สูงอายุ |
|
| 4 | การสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน |
|
| 5 | การพัฒนานโยบายสาธารณะสำหรับผู้สูงอายุ |
|
| ชื่อโครงการย่อย | ประเภท | ผู้รับผิดชอบ | งบประมาณที่ตั้งไว้ (บาท) |
|---|
| ปีงบประมาณ | ชื่อพัฒนาโครงการ | ประเภท | องค์กรรับผิดชอบ | งบประมาณ (บาท) | ||
|---|---|---|---|---|---|---|
| 1 | 2562 | โครงการส่งเสริมคุณค่าผู้สูงอายุ สุขภาพจิตดี สุขภาพกายแข็งแรง | ศูนย์พัฒนาครอบครัวตำบลท่างิ้ว | 69,200.00 | ||
| 2 | 2562 | โครงการส่งเสริมคุณค่าผู้สูงอายุ สุขภาพจิตดี สุขภาพกายแข็งแรง | ศูนย์พัฒนาครอบครัวตำบลท่างิ้ว | 62,450.00 | ||
| รวม | 131,650.00 |
| ปีงบประมาณ | ชื่อติดตามโครงการ | ประเภท | องค์กรรับผิดชอบ | งบประมาณ (บาท) | ||
|---|---|---|---|---|---|---|
| 1 | 2562 | โครงการส่งเสริมคุณค่าผู้สูงอายุ สุขภาพจิตดี สุขภาพกายแข็งแรง | ประเภท 2 | ศูนย์พัฒนาครอบครัวตำบลท่างิ้ว | 62,450.00 | |
| รวม | 62,450.00 |