กองทุนสุขภาพตำบล - กองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่น - กปท

account_balance

แผนงานกลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีความเสี่ยง ปี 2562 กองทุนสุขภาพตำบลเทศบาลตำบลท่างิ้ว

แผนงานกลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีความเสี่ยง ปี 2562 กองทุนสุขภาพตำบลเทศบาลตำบลท่างิ้ว
อำเภอห้วยยอด จังหวัดตรัง
ประจำปีงบประมาณ 2562

stars
ข้อมูลแผนงาน
ชื่อแผนงาน แผนงานกลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีความเสี่ยง ปี 2562 กองทุนสุขภาพตำบลเทศบาลตำบลท่างิ้ว
ประเด็นแผนงาน แผนงานกลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีความเสี่ยง
องค์กร กองทุนสุขภาพตำบล เทศบาลตำบลท่างิ้ว
ปีงบประมาณ 2562
stars
สถานการณ์ปัญหา
สถานการณ์ปัญหาแบบสอบถาม
navigate_before 2561 navigate_next
ขนาดปัญหา
1 ร้อยละของประชาชนที่มีพฤติกรรมเพศสัมพันธ์เสี่ยง

 

10.00
2 จำนวน(คน)ผู้บริโภคที่มีสารเคมีทางการเกษตรตกค้างในกระแสเลือดระดับอันตราย

 

50.00
3 จำนวนของเกษตรกร(คน)ที่มีสารเคมีทางการเกษตรตกค้างในกระแสเลือดระดับอันตราย

 

20.00
4 ร้อยละของเยาวชนที่มีเสี่ยงต่อการเป็นนักสูบหน้าใหม่

 

20.00
5 ร้อยละของเยาวชนที่มีภาวะเสี่ยงต่อการเป็นนักดื่มหน้าใหม่

 

20.00
6 ร้อยละของเยาวชนที่มีภาวะเสี่ยงต่อสารเสพติด เช่น กระท่อม เฮโรอีน ยาบ้า เป็นต้น

 

30.00
7 ร้อยละของประชาชนที่มีภาวะเสี่ยงต่อการท้องเสียจากการบริโภค

 

10.00
8 ร้อยละของประชาชนทีมีการใช้ยาปฏิชีวนะ(ยาฆ่าเชื้อ)ในโรคหวัด

 

50.00
9 ร้อยละของประชาชนทีมีการใช้ยาปฏิชีวนะ(ยาฆ่าเชื้อ)ในโรคอุจจาระร่วง

 

20.00

ในการที่จะพัฒนาสิ่งใดให้ดีขึ้นนั้นหลักการหนึ่งที่มีความสำคัญและจำเป็นต้องดำเนินการก่อน คือการประเมินหรือการศึกษาสภาวะปัจจุบัน เพื่อจะได้ทราบว่ามีสภาวะปัจจุบันเป็นไปตามมาตรฐานหรือมีความเหมาะสมเพียงใด มีส่วนขาดอะไรบ้างที่จะต้องจัดหาหรือพัฒนาให้มีขึ้น เมื่อทราบส่วนที่ขาดแล้วจะได้วางแผนเพื่อดำเนินการพัฒนาส่วนขาดนั้นต่อไป รวมถึงการดำเนินการตามแผนและการประเมินผลตามลำดับขั้นต่อไป 1.ความสำคัญของการประเมินสภาวะสุขภาพและความเสี่ยงด้านสุขภาพ การพัฒนาหรืออการสร้างเสริมสุขภาพทั้งส่วนบุคคล ชุมชน และประเทศ จำเป็นจะต้องมีการประเมินภาวะสุขภาพ เพื่อให้ได้ข้อมูลที่จำเป็นต่อการวางแผน  และนอกเหนือจากภาวะสุขภาพแล้วจำเป็นจะต้องประเมินความเสี่ยงด้านสุขภาพ เพื่อจะได้คาดคะเนความมากน้อยของปัญหาสุขภาพที่จะเกิดขึ้นในอนาคต การวางแผนเพื่อเสริมสร้างสุขภาพจำเป็นจะต้องนำข้อมูลความเสี่ยงด้านสุขภาพมาเป็นประโยชน์ในการวางแผนด้วย ในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 และ 5 นักเรียนได้เรียนในเรื่องการประเมินและกลวิธีลดความเสี่ยงไปบ้างแล้ว โดยจะสามารถนำมาใช้กับการแก้ปัญหาได้ไม่ว่าจะเป็นปัญหาสุขภาพของชุมชน หรือสังคมซึ่งมีหลักการดังนี้ 1.ระบุปัญหาที่ต้องการแก้ไข 2.วิเคราะห์หาสาเหตุของปัญหาและแหล่งทรัพยากรต่างๆ 3.วางแผนว่าจะทำอะไร เมื่อไร และอย่างไร 4.ดำเนินการตามแผน 5.ประเมินผล 6.ปรับปรุงแผนและดำเนินการต่อ 7.ปฏิบัติจนเป็นนิสัยต่อไป สำหรับสภาวะสุขภาพและปัจจัยเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับชุมชนนั้น ผู้ที่มีหน้าที่รับผิดชอบด้านสุขภาพหรือสาธารณะสุขควรจะได้รับสำรวจข้อมูลเพื่อประเมินปัญหาสุขภาพและปัจจัยเสี่ยงด้านสุขภาพของชุมชนที่หน่วยงานนั้นรับผิดชอบ เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการวางแผนเพื่อการสร้างเสริมสุขภาพของชุมชน ข้อมูลที่จำเป็นต้องศึกษาเพื่อประเมินภาวะสุขภาพและปัจจัยเสี่ยงของชุมชนมีดังนี้ 1.อัตราการเกิด 2.อัตราการตายของประชากรกลุ่มต่างๆ:อัตราการตายของทารก(เด็กต่ำกว่า1ปี)อัตราการตายของมารดา 3.สาเหตุการตาย:อุบัติเหตุ โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคมะเร็ง โรคอื่นๆ 4.อัตราการป่วย:การติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์ โรคไข้เลือดออก วัณโรค อุจจาระร่วงเฉียบพลัน มาลาเรีย เลปโตสไปโรซิส (โรคฉี่หนู) โรคอ้วน 5.ร้อยละของเด็กที่มีภาวะทุพโภชนาการ 6.ร้อยละของประชาชนที่มีปัญหาความเครียด 7.ร้อยละของประชาชนที่พยายามฆ่าตัวตาย หรือฆ่าตัวตายสำเร็จ 8.จำนวนผู้เสียชีวิตด้วยโรคพิษสุนัขบ้า 9.จำนวนผู้ติดยาเสพติด 10.ร้อยละผู้ป่วยด้วยโรคเรื้อรัง เช่นเบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจหลอดเลือด มะเร้งเป็นต้น 11.ร้อยละของการมีปัญหาด้านทันตะสุขภาพ 12.พฤติกรรมเสี่ยงที่มีผลต่อภาวะสุขภาพ ได้แก่ การมีพฤติกรรมที่ไม่ถูกต้อง การบริโภคอาหาร การออกกำลังกาย การมีเพศสัมพันธ์ที่ปลอดภัย การบริหารจัดการความเครียด ความปลอดภัยในการใช้ยานพาหนะ การดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ การสูบบุหรี่ การใช้สารเสพติด 13.ภาวะความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม เช่น อากาศเป็นพิษ ชุมชนแออัด สภาพแวดล้อมในที่ทำงาน ในบ้าน และการเดินทาง ข้อมูลดังกล่าวที่กล่าวข้างต้นปัจจุบันอาจจะมีไม่ครบถ้วน โดยเฉพาะในด้านพฤติกรรมเสี่ยงในข้อ12และ13 ชุมชนอาจจะไม่ได้สำรวจอย่างจริงจัง จึงเป็นประเด็นที่หน่วยงานที่รับผิดชอบ ควรจะได้ศึกษาปัจจัยเสี่ยงเหล่านี้ เพื่อจะได้ทราบว่าประขากรกลุ่มใดบ้างที่มีความเสี่ยงสูงในด้านต่างๆซึ่งอาจจะแยกเป้นกลุ่มวัยรุ่น วัยกลางคน วัยผู้ใหญ่ และวัยสูงอายุ ผลการวิเคราะห์จะเป็นประโยชน์อย่างมากต่อการกำหนดปัญหาที่จะวางแผนดำเนินการรวมถึงกำหนดกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจน สำหรับข้อมูลตั้งแต่ข้อ1-11 แหล่งข้อมูลที่สำคัญคือ โรงพยาบาลทั้งรัฐและเอกชนรวมถึงหน่วยงานของรัฐบาลสาธารณสุขที่ให้บริการสาธารณสุขแก่ประชาชน เช่น สำนักงานสาธารณสุข และหน่วยสาธารณะสุขของเทศบาลเป็นต้น ข้อมูลดังกล่าวจะสามารถนำมาวิเคราะห์ เพื่อวางแผนโครงสร้างเสริมสุขภาพและแก้ปัญหาสุขภาพต่อไป 2.กลวิธีลดความเสี่ยงและการสร้างเสริมสุขภาพในระดับบุคคลชุมชนและประเทศ ในรายงานขององค์การอนามัยโลก ปี พ.ศ.2545 ได้เน้นความสำคัญของการลดปัจจัยเสี่ยงและการสร้างเสริมสุขภาพ  และได้เน้นว่าการที่จะรับมือกับความเสี่ยงต่างๆอย่างมีประสิทธิภาพนั้น เป็นหน้าที่ของแต่ละปัจเจกบุคคล ชุมชนและรัฐบาล ที่จะต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมต่างๆที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ลดปัจจัยเสี่ยงที่เกิดขึ้น ได้อย่างทันเวลาและเกิดประโยชน์ต่อสุขภาพของประชาชนโดยรวม โดยยึดถือความเป็นธรรม ความเสมอภาค ป้องกันสิทธิของปัจเจกบุคคลเป็นหลัก กลวิธีที่จะสามารถใช้เพื่อลดความเสี่ยงและสร้างเสริมบุคลิกภาพในระดับต่างๆมีดังนี้ 2.1 กลวีธีลดความเสี่ยงและการสร้างเสริมสุขภาพในระดับบุคล บุคลจำเป็นจะต้องตระหนักถึงปัจจัยเสี่ยงที่ตนกระทำ และปัจจัยเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมที่สัมพันธ์กับปัญหาสุขภาพที่จะเกิดขึ้นต่อตนเองและต่อครอบครัวและชุมชน และจะต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของตนเองเพื่อลดปัจจัยเสี่ยงนั้น เช่น พฤติกรรมการสูบบุหรี่ การที่นายก. จะเลิกสูบบุหรี่นั้น สิ่งที่นายก. ควรจะมีคือความตระหนักถึงพิษภัยของบุหรี่ที่จะเกิดขึ้นกับตนเอง สมาชิกในครอบครัวและคนอื่นๆในชุมชนที่นายก. เกี่ยวข้องด้วยเพราะผู้สูบบุหรี่มือสองก็สามารถเป็นโรคถุงลมโป่งพองหรือโรคมะเร้งได้เช่นเดียวกับผู้ที่สูบบุหรี่ ความตระหนักนี้จะเป็นสิ่งจูงใจให้อยากเลิกบุหรี่ และอาจจะต้องการความช่วยเหลือจากแพทย์ พยาบาล  เพื่อจะช่วยสามรถให้เลิกบุหรี่ได้ การเลิกพฤติกรรมการสูบบุหรี่นี้ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคล บางคนอาจใช้เวลาน้อย บางคนอาจใช้เวลานานแต่การที่บุคคลได้การเปลี่ยนแปลงทัศนคติต่อการสูบบุหรี่นั้น  บุคคลต้องผ่านการให้การศึกษาที่ถูกต้อง ได้รับแรงจูงใจ ให้กำลังใจหรือการสนับสนุนจากพ่อแม่  เพื่อนหรือผู้ใกล้ชิด อย่างไรก็ตาม ‘ความตั้งใจและความมุ่งมั่น’ จะเป็นปัจจัยที่จะทำให้บุคคลปรับเปลี่ยนพฤติกรรมได้ดี แพทย์ พยาบาล หรือบุคคลอื่นจะเป็นผู้สนับสนุนและให้กำลังใจเท่านั้น จากตัวอย่างจะเห็นว่าบุคคลที่มีพฤติกรรมเสี่ยงสุขภาพ ต้องการที่จะได้รับความรู้ที่ถูกต้องเกี่ยวกับพิษภัยหรือผลกระทบที่จะมีต่อสุขภาพของพฤติกรรมสุขภาพของความเสี่ยงนั้น รวมถึงรู้ทักษะในการที่จะเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมความเสี่ยง ดังนั้นกระบวนการให้การศึกษาเกี่ยวกับสุขภาพหรือสุขศึกษาจึงเป็นมาตรการที่จำเป็นและสำคัญที่จะก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมเสี่ยงต่างๆไม่ว่าจะเป็นในด้านการสูบบุหรี่ การดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ การไม่ใช้เข็มขัดนิรภัย การไม่สวมหมวกกันน็อค  การรับประทานอาหาร 2.2กลวิธีลดความเสี่ยงและการสร้างเสริมสุขภาพในระดับชุมชน         ชุมชนเป็นหน่วยของสังคมที่ประกอบด้วยปัจเจกบุคคลหลายๆคน ชุมชนมีองค์กรทั้งภาครัฐและเอกชนที่ดูแลด้านสุขภาพของชุมชนและความเป็นอยู่ด้านอื่นๆนอกจากนี้องค์กรชุมชน เช่น คณะกรรมการชุมชนหรือคณะกรรมการหมู่บ้านก็สามารถจะดำเนินโครงการเพื่อลดความเสี่ยงด้านสุขภาพและการสร้างเสริมสุขภาพได้ โดยการสนับสนุนจากหน่วยงานสุขภาพหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครับและเอกชน ชุมชนอาจจะดำเนินงานในรูปของชมรม  ซึ่งปัจจุบันมีชมรมที่เกี่ยวกับการสร้างเสริมสุขภาพและลดปัจจัยเสี่ยงด้านสุขภาพหลายประเภทเช่น ชมรมสร้างเสริมสุขภาพชมรมผู้สูงอายุชมรมออกกำลังกาย ชมรมเปตอง ชมรมสิ่งแวดล้อม ชมรมเหล่านี้ได้ดำเนินกิจกรรมในการรณรงค์ ให้การศึกษา จัดกิจกรรมฝึกปฏิบัติ  จัดนิทรรศการสุขภาพ จัดตลาดนัดสุขภาพ เป็นต้น ให้แก่สมาชิกของชมรมและประชาชนในชุมชน  รวมทั้งการพัฒนาสิ่งแวดล้อมของชุมชนให้ชุมชนน่าอยู่มีน้ำ  มีไฟ บริการสาธารณูปโภคที่เหมาะสม  มีสนามเด็กเล่น  สนามกีฬา  มีเวรยามรักษาความปลอดภัย  ซึ่งกิจกรรมเหล่านี้มีเป้าหมายเพื่อจะลดความเสี่ยงด้านสุขภาพและสร้างเสริมสุขภาพให้กับคนในชุมชน

stars
วัตถุประสงค์
วัตถุประสงค์ตัวชี้วัดขนาดปัญหาเป้าหมาย 1 ปี
1 เพื่อลดปัญหา ประชาชนที่มีพฤติกรรมเสี่ยงเพศสัมพันธ์

ร้อยละของประชาชนที่มีพฤติกรรมเสี่ยงเพศสัมพันธ์ ลดลง

10.00
2 เพื่อแก้ไขปัญหาผู้บริโภคมีสารเคมีทางการเกษตรตกค้างในกระแสเลือดระดับอันตราย

จำนวนผู้บริโภคที่มีสารเคมีทางการเกษตรตกค้างในกระแสเลือดระดับอันตราย(คน)

50.00
3 เพื่อลดปัญหาเกษตรกรมีสารเคมีทางการเกษตรตกค้างในกระแสเลือดระดับอันตราย

จำนวนของเกษตรกรที่มีสารเคมีทางการเกษตรตกค้างในกระแสเลือดระดับอันตราย(คน)

20.00
4 เพื่อลดอัตราเยาวชนที่มีเสี่ยงต่อการเป็นนักสูบหน้าใหม่

ร้อยละของเยาวชนที่มีเสี่ยงต่อการเป็นนักสูบหน้าใหม่ ลดลง

20.00
5 เพื่อลดอัตราเยาวชนที่มีภาวะเสี่ยงต่อการเป็นนักดื่มหน้าใหม่

ร้อยละของเยาวชนที่มีภาวะเสี่ยงต่อการเป็นนักดื่มหน้าใหม่

20.00
6 เพื่อแก้ปัญหาเยาวชนที่มีภาวะเสี่ยงต่อสารเสพติด เช่น กระท่อม เฮโรอีน ยาบ้า เป็นต้น

ร้อยละของเยาวชนที่มีภาวะเสี่ยงต่อสารเสพติด เช่น กระท่อม เฮโรอีน ยาบ้า เป็นต้น

30.00
7 เพื่อแก้ไขปัญหาประชาชนที่มีภาวะเสี่ยงต่อการท้องเสียจากการบริโภค

ร้อยละของประชาชนที่มีภาวะเสี่ยงต่อการท้องเสียจากการบริโภค

10.00
8 เพื่อลดการใช้ยาปฏิชีวนะ(ยาฆ่าเชื้อ)ในโรคหวัด

ร้อยละของประชาชนทีมีการใช้ยาปฏิชีวนะ(ยาฆ่าเชื้อ)ในโรคหวัด

50.00
9 เพื่อลดการใช้ยาปฏิชีวนะ(ยาฆ่าเชื้อ)ในโรคอุจจาระร่วง

ร้อยละของประชาชนทีมีการใช้ยาปฏิชีวนะ(ยาฆ่าเชื้อ)ในโรคอุจจาระร่วง

20.00
stars
แนวทาง/วิธีการสำคัญ
แนวทางวิธีการสำคัญ
1 แก้ปัญหาการมีพฤติกรรมเสี่ยง เพศสัมพันธ์
  1. ให้ความรู้ด้านเพศศึกษาและทักษะชีวิต แก่กลุ่มเด็กเยาวชน ผู้ปกครองและกลุ่มที่มีความเสี่ยง
  2. กิจกรรมเพื่อนช่วยเพื่อน  สร้างแกนนำ/เครือข่าย
  3. สร้างพื้นที่ทำกิจกรรมด้านสร้างสรรค์ผ่านกิจกรรมศิลปะ กีฬา เป็นต้น
  4. การทำสื่อ ประชาสัมพันธ์
  5. คลินิคแก้ปัญหาครอบครัว ช่วยให้แนวทางดำเนินชีวิต, กลไกการให้คำปรึกษา
  6. ส่งเสริมการใช้หลักศาสนา ในการดำเนิชีวิต
2 แก้ปัญหาเยาวชนที่มีเสี่ยงต่อการเป็นนักสูบหน้าใหม่ และมีภาวะเสี่ยงต่อสารเสพติด เช่น กระท่อม เฮโรอีน ยาบ้า เป็นต้น
  1. จัดตั้งทีมเฝ้าระวัง สำรวจและค้นหากลุ่มเสี่ยงหรือพื้นที่เสี่ยงต่อการมั่วสุมของเด็กและเยาวชนในชุมชน
  2. จัดทีมอาสาสมัครเพื่อการคัดกรอง (กลุ่มเสี่ยง กลุ่มสูบ) และการบำบัดอย่างย่อในชุมชน
  3. การจัดกิจกรรมส่งเสริมการสร้างสมรรถนะแห่งตน/ทักษะชีวิตในการหลีกเลี่ยงสิ่งยั่วยุ /ทักษะการจัดการความเครียดและการมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น
  4. การจัดกิจกรรมส่งเสริมการเห็นคุณค่าแห่งตน/การใช้เวลาว่าง/การสร้างประโยชน์ให้กับชุมชน
  5. การค้นหาและทำฐานข้อมูลของผู้สูบในชุมชนที่ต้องการเลิก หรือ พยายามเลิกแล้วไม่สำเร็จ
  6. การดำเนินงานเชิงรุก เช่น การจัดตั้งหน่วยบริการช่วยเลิกตระเวนบริการในชุมชน
  7. การพัฒนาศักยภาพทีมผู้รับผิดชอบงานด้านการติดตามเยี่ยมเยียนผู้มารับบริการเลิกยาสูบให้สามารถเลิกได้สำเร็จ
  8. การจัดบริการส่งต่อผู้สูบที่ไม่สามารถบำบัดได้ในชุมชนไปยังหน่วยบริการสุขภาพในพื้นที่
3 ลดการใช้ยาปฏิชีวนะ(ยาฆ่าเชื้อ)
  1. การสร้างความรู้และทักษะการดูแลสุขภาพจากโรคหวัด
  2. แกนนำอาสาสมัครด้านรู้เท่าทัน อ่านฉลากยาเป็น
  3. การใช้สมุนไพรทดแทนการใช้ยาปฏิชีวนะ(ยาฆ่าเชื้อ)
  4. ร้านชำสีขาว คุ้มครองผู้บริโภค
4 ส่งเสริมให้เยาวชนชายมุสลิมขลิบปลายหุ้มหนังอวัยวะเพศ ถูกต้องตามหลักการแพทย์

การจัดบริการขลิบปลายหุ้มหนังอวัยวะเพศ ถูกต้องตามหลักการแพทย์

5 ลดปัญหาสารเคมีทางการเกษตรตกค้างในกระแสเลือดระดับอันตราย
  1. การตรวจดูสารพิษตกค้างในกระแสเลือด
  2. การแนะนำวิธีป้องกันสารเคมีทางการเกษตรและการใช้สารจากธรรมชาติทดแทนสารเคมี
  3. การตั้งและดำเนินกิจกรรมกลุ่มเกษตรกรผักปลอดสารพิษ
  4. การตรวจเฝ้าระวังสารพิษตกค้างในผัก โดยชมรมอาสาสมัครสาธารณสุข/ชมรม อย.น้อย
  5. ประกาศหมู่บ้านปลอดการใช้สารเคมีทางการเกษตร
  6. การพัฒนาศักยภาพผู้บริโภคให้สามารถลดหรือเลี่ยงผักที่มีสารเคมีตกค้างทางการเกษตร
  7. การปลูกผักปลอดสารพิษในเขตที่อยู่อาศัย
6 การแก้ปัญหาประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากภาวะไข้เลือดออกระบาด
  • แกนนำสาธารณสุข(อสม.) เยาวชน และเจ้าหน้าที่ ลงสำรวจทำลายลูกน้ำยุงลาย (หยอดทรายอะเบต,ปล่อยปลาหางนกยูง คว่ำภาชนะที่มีน้ำขัง) สัปดาห์ละ 1 ครั้ง
  • การปรับสภาพแวดล้อมจุดเสี่ยงต่อการเพาะพันธุ์ยุงลาย เช่น ขยะ หรือมีการสะสมของภาชนะน้ำขังจำนวนมาก โดย แกนนำสาธารณสุข(อสม.) เยาวชน
  • จ้างเหมาพ่นยุงครัวเรือนที่มีผู้ป่วยรัศมี 100 เมตร พ่น 2 ครั้งห่างกัน 1 สัปดาห์
  • การรณรงค์ประชาสัมพันธ์เพื่อให้เกิดความตระหนัก
paid
งบประมาณที่ตั้งไว้ตามแผนงาน (บาท)
60000.00
stars
โครงการที่ควรดำเนินการ
ชื่อโครงการย่อยประเภทผู้รับผิดชอบงบประมาณที่ตั้งไว้ (บาท)
stars
โครงการที่ขอการสนับสนุนจากกองทุน
ปีงบประมาณชื่อพัฒนาโครงการประเภทองค์กรรับผิดชอบงบประมาณ (บาท)
1 2562 โครงการฝึกอบรมยกระดับไทยสปา ชมรมนวดแผนไยเพื่อสุขภาพถ้ำวัดเขาปูน 57,700.00
รวม 57,700.00
stars
โครงการที่ได้รับการสนับสนุนจากกองทุนเพื่อติดตาม
ปีงบประมาณชื่อติดตามโครงการประเภทองค์กรรับผิดชอบงบประมาณ (บาท)
1 2562 โครงการฝึกอบรมยกระดับไทยสปา ประเภท 2 ชมรมนวดแผนไทยเพื่อสุขภาพถ้ำวัดเขาปูน 57,700.00
รวม 57,700.00