วัยทำงาน เป็นกลุ่มที่สำคัญที่ต้องได้รับการดูแลสุขภาพ เนื่องจากเป็นวัยที่ต้องทำงานเพื่อหารายได้ในการดูแลสมาชิกในครอบครัว สุขภาพกายและสุขภาพใจ ทำให้เกิดการเมื่อยล้า จากการทำงานทุกวัน วันละหลายชั่วโมง ตลอดจนปัญหาเศรษฐกิจรวมถึงปัญหาสถานการณ์ในพื้นที่ เพื่อให้กลุ่มวัยทำงาน ผ่อนคลายด้านร่างกายและจิตใจ ตามบริบทในพื้นที่ด้วยวิถีมุสลิมเน้นหลักปฎิบัติและหลักศรัทธา ในการดำรงชีวิตของคนทุกคนในพื้นที่ กิจกรรมให้ความรู้เรื่องการดูแลสุขภาพตามวิถีมุสลิมและการนวด มีผลทำให้วัยทำงานมีการผ่อนคลายสุขภาพกายและสุขภาพจิตได้เป็นอย่างมาก
ตามที่รัฐบาลได้นำการสาธารณสุขมูลฐานมาเป็นกลวิธีหลัก และกำหนดเป็นนโยบายสำคัญในการพัฒนางานสาธารณสุขของประเทศ บนหลักการสนับสนุนให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาสุขภาพตนเองและเพื่อนบ้าน ในรูปแบบอาสาสมัครสาธารณสุขหรือ อสม. เพื่อเป็นแกนนำด้านสุขภาพให้แก่ประชาชนในหมู่บ้าน ชุมชน มาเป็นระยะเวลาครบ 30 ปี ด้วยมุ่งหวังให้ประชาชนสามารถแสดงบทบาทในการดูแลสุขภาพของตนเอง ครอบครัว ชุมชน สภาพแวดล้อมและสังคมโดยรวมได้อย่างยั่งยืน ด้วยความตั้งใจ เต็มใจ มีจิตสำนึกและศรัทธาในการพัฒนาอันเป็นการแสดงให้เห็นถึงรูปธรรมการสร้างสุขภาพนำการซ่อมสุขภาพอย่างยั่งยืนที่แท้จริง
กระทรวงสาธารณสุขได้มีการพัฒนาศักยภาพ อสม.อย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด ทั้งภาวะวิกฤติและภาวะปกติ ในหลากหลายรูปแบบที่เหมาะสมกับสถานการณ์และบริบทของพื้นที่ รวมทั้งจัดกิจกรรมรณรงค์ภายหลังการอบรม ในปี 2552 ซึ่งกำลังจะก้าวสู่ทศวรรษใหม่ ทศวรรษที่ 4 ของงานสาธารณสุขมูลฐาน (พ.ศ.2552-2562) อันเป็นทศวรรษแห่งการสร้างนวัตกรรมเพื่อสุขภาพชุมชนโดยชุมชน กระทรวงสาธารณสุขได้ดำเนินนโยบายการพัฒนาศักยภาพอาสาสมัครสาธารณสุขด้วยการดำเนินการอบรมฟื้นฟูความรู้ อสม. โดยมุ่งหวังว่าหาก อสม.ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เป็นกลไกหลักสำหรับสร้างสังคมใหม่ที่มีคุณภาพ โดยเบนเข็มการพัฒนาอาสาสมัครจากวิถีการให้บริการที่ใช้อยู่ในช่วง 30 ปีที่ผ่านมา ไปเป็นวิถีการพัฒนาโดยการเป็นผู้นำในการขับเคลื่อนสังคมไปสู่การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมสุขภาพที่ดีกว่า
โรงพยาบาลส่งเสริมตำบลสุขภาพตำบลบ้านบาโงยือแบ็ง ซึ่งมีบทบาทในการส่งเสริมอาสาสมัครสาธารณสุข (อสม.) ให้สามารถดูแลและมีส่วนร่วมในการจัดการสุขภาพของประชาชนในชุมชน ด้วยการเป็นผู้ถ่ายทอดความรู้ด้านสุขภาพ ให้บริการสาธารณสุขขั้นพื้นฐานและเชื่อมประสานระหว่างหน่วยงานต่างๆในชุมชน เพื่อให้เกิดการแก้ไขปัญหาด้านสุขภาพในชุมชน จึงมีนโยบายที่จะพัฒนาความรู้และทักษะที่จำเป็นในการปฏิบัติงานของ อสม. ตลอดจนพัฒนาระบบการเฝ้าระวังและดูแลผู้ป่วยด้วยโรคที่เป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญของชุมชน โดยมีเป้าหมายที่จะดำเนินการอบรมฟื้นฟูพัฒนาศักยภาพ อสม.ในทุกหมู่บ้านให้เป็นผู้มีความรู้ความเชี่ยวชาญในเรื่องที่เป็นปัญหาสาธารณสุขในชุมชน เพื่อนำไปถ่ายทอดความรู้ ให้บริการและประสานงานกับชุมชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงได้จัดทำโครงการ อบรมฟื้นฟูความรู้การจัดการสุขภาพของอาสาสมัครสาธารณสุข (อสม.) โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านบาโงยือแบ็ง อำเภอกะพ้อ จังหวัดปัตตานี ปี 2562 ขึ้น
จากสภาพสังคมที่เปลี่ยนแปลงไปทำให้คนในชุมชนต้องเผชิญกับปัญหาในการปรับตัวเพื่อให้สอดคล้องกับสังคมในปัจจุบัน ทั้งในด้านความคิด ความเข้าใจ และค่านิยมต่างๆ ซึ่งก่อให้เกิดความเครียด ความขับข้องใจแยกตัวออกจากสังคม ขาดสัมพันธภาพกับสมาชิกในครอบครัวท้อแท้และเบื่อหน่ายในชีวิต ประกอบกับที่ต้องเผชิญกับรูปแบบการดำเนินชีวิตแบบใหม่ ต้องออกจากงาน มีรายได้ลดลง ภาวะสุขภาพเสื่อมลงมีโรคทางกายเพิ่มมากขึ้น สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อจิตใจคนในชุมชนทั้งสิ้น และวัยทำงาน เป็นกลุ่มที่สำคัญที่ต้องได้รับการดูแลสุขภาพ เนื่องจากเป็นวัยที่ต้องทำงานเพื่อหารายได้ในการดูแลสมาชิกในครอบครัว สุขภาพร่างกายและจิตใจ ทำให้เกิดการเมื่อยล้า จากการทำงานทุกวัน วันละหลายชั่วโมง ตลอดจนปัญหาเศรษฐกิจรวมถึงปัญหาสถานการณ์ในพื้นที่ เพื่อให้กลุ่มวัยทำงาน ผ่อนคลายด้านร่างกายและจิตใจ ตามบริบทในพื้นที่ด้วยวิถีมุสลิมเน้นหลักปฎิบัติและหลักศรัทธา ในการดำรงชีวิตของคนทุกคนในพื้นที่ ดังนั้นทางชมรมอาสาสมัครสาธารณสุขตำบลกะรุบีจึงได้เล็งเห็นถึงความสำคัญจึงได้จัดโครงการชาวกะรุบีสุขภาพดี จิตแจ่มใส ด้วยวิถีมุสลิม โดยมีกิจกรรมสอนอ่านอัลกุรอ่าน และบรรยายธรรมมีผลทำให้วัยทำงานมีการผ่อนคลายด้านร่างกายและจิตใจเป็นอย่างมาก เพราะอัลกุรอ่านและธรรมคือยาบำบัดรักษาหัวใจ ให้มีความสุขยกระดับสมองให้มีความจำดี กำชับร่างกายให้สงบขึ้น ส่งผลให้เกิดสุขภาพที่แข็งแรงต่อไป
เนื่องด้วยพื้นที่ชุมชนอยู่ในพื้นที่ป่าสวนยางพารา ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญในการเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย ทำให้มีการระบาดของการเกิดโรคได้ง่าย ปัจจัยที่เป็นสาเหตุของปัญหาคือ ประชาชนขาดความตระหนักในการดูแลสุขภาพและการทำลายแหล่งเพาะพันธ์ยุงลาย เพราะความเชื่อเดิมๆที่ไม่ถูกต้อง และมีพฤติกรรมเสี่ยงต่อการเกิดโรค และวิถีชีวิตที่ประกอบอาชีพกรีดยางพารา การใช้กะลาให้การรองน้ำยางซึ่งหลังการเก็บยางนั้นทำให้มีน้ำขังในกะลาก่อให้เกิดเป็นแหล่งเพาะพันธ์ยุงลายได้ง่าย รวมทั้งสิ่งแวดล้อมในชุมชนมีการทิ้งขยะรอบๆบ้าน ไม่มีการกำจัดที่ถูกวิธีทำให้เกิดการเพาะพันธ์ยุงลาย ก่อนหน้านี้ ชุมชุนมีการนำเทคโนโลยีที่สามารถนำมาใช้ในการกำจัดลูกน้ำยุงหลาย เช่น การพ่นหมอกควัน การใช้ทรายอะเบท และการใช้สมุนไพรมาใช้ในการช่วยควบคุมการติดต่อของโรค
ทางทีมงานเล็งเห็นความสำคัญของการป้องกันและทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย เพื่อให้คนในชุมชุนตระหนักและเห็นความสำคัญของการป้องกันโรค และได้มีส่วนร่วมในชุมชุนการทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ยุงด้วยกัน เป็นการสร้างเสริมกิจกรรมในชุมชุนร่วมกัน
ด้วยลักษณะอำเภอกะพ้อ เป็นที่ราบเชิงเขา รายล้อมด้วยธรรมชาติที่อุดมสมบรูณ์ อากาศบริสุทธิ์ พืชพรรณสมุนไพรมีความหลากหลาย ที่เอื้อประโยชน์ต่อการมีสุขภาพดีของประชาชนในพื้นที่ แต่จากการสำรวจพบว่า อัตราการเข้ารับบริการในโรงพยาบาลเพิ่มขึ้นทุกๆปี ซึ่งมีสาเหตุสำคัญจากการขาดความรู้เบื้องต้นในการดูแลสุขภาพของตนเอง ทำให้ประชาชนไม่สามารถพึ่งตนเอง เมื่อยามป่วยไข้ รวมถึงการบริโภคอาหารที่ไม่ถูกต้อง ทั้งๆที่ลักษณะพื้นที่เต็มไปด้วยความหลากหลายของพืชพันธุ์ธัญหาร เช่นผักพื้นบ้านและสมุนไพรในการรักษาโรคต่างๆ ที่ช่วยลดปัญหาสุขภาพ รักษาอาการเจ็บป่วยเบื้องต้นได้ เป็นที่น่าสังเกตว่า ปัญหาเหล่านี้ เกิดจากการขาดความรู้ ความเข้าใจ ในทรัพยากรที่ตนเองมีอยู่ ส่งผลให้สิ่งเหล่านี้ มิได้ถูกนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด นับว่าเป็นสิ่งที่น่าเสียดายเป็นอย่างยิ่ง
ทางอาสาสมัครสาธารณสุขอำเภอกะพ้อ จึงเล็งเห็นความสำคัญในการที่จะให้ประชาชนในพื้นที่ มีความรู้ ความเข้าใจ สามารถปฏิบัติได้จริง ในการพึ่งพาตนเองด้านสุขภาพ พร้อมทั้งเป็นต้นแบบที่ดีในการดูแลสุขภาพ โดยการปลูกยาริมรั้ว เพื่อสุขภาพที่ดี ในระยะยาวต่อไป เพื่อให้ประชาชนรู้จักพึ่งพาตนเองด้านสุขภาพเบื้องต้นต่อไป