แผนงานกลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีความเสี่ยง ปี 2563 กองทุนสุขภาพตำบล เทศบาลตำบลท่างิ้ว
อำเภอห้วยยอด จังหวัดตรัง
ประจำปีงบประมาณ 2563
| ชื่อแผนงาน | แผนงานกลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีความเสี่ยง ปี 2563 กองทุนสุขภาพตำบล เทศบาลตำบลท่างิ้ว |
| ประเด็นแผนงาน | แผนงานกลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีความเสี่ยง |
| องค์กร | กองทุนสุขภาพตำบล เทศบาลตำบลท่างิ้ว |
| ปีงบประมาณ | 2563 |
| สถานการณ์ปัญหา | แบบสอบถาม navigate_before 2562 navigate_next | ขนาดปัญหา | |
|---|---|---|---|
| 1 | ร้อยละของประชาชนที่มีพฤติกรรมเพศสัมพันธ์เสี่ยง
|
10.00 | |
| 2 | จำนวน(คน)ผู้บริโภคที่มีสารเคมีทางการเกษตรตกค้างในกระแสเลือดระดับอันตราย
|
20.00 | |
| 3 | จำนวนของเกษตรกร(คน)ที่มีสารเคมีทางการเกษตรตกค้างในกระแสเลือดระดับอันตราย
|
20.00 | |
| 4 | ร้อยละของเยาวชนที่มีเสี่ยงต่อการเป็นนักสูบหน้าใหม่
|
20.00 | |
| 5 | ร้อยละของเยาวชนที่มีภาวะเสี่ยงต่อการเป็นนักดื่มหน้าใหม่
|
20.00 | |
| 6 | ร้อยละของเยาวชนที่มีภาวะเสี่ยงต่อสารเสพติด เช่น กระท่อม เฮโรอีน ยาบ้า เป็นต้น
|
30.00 | |
| 7 | ร้อยละเยาวชนชายมุสลิมที่ขลิบปลายหุ้มหนังอวัยวะเพศ ถูกต้องตามหลักการแพทย์(คน)
|
20.00 | |
| 8 | ร้อยละของประชาชนที่มีภาวะเสี่ยงต่อการท้องเสียจากการบริโภค
|
10.00 | |
| 9 | ร้อยละของประชาชนทีมีการใช้ยาปฏิชีวนะ(ยาฆ่าเชื้อ)ในโรคหวัด
|
50.00 | |
| 10 | ร้อยละของประชาชนทีมีการใช้ยาปฏิชีวนะ(ยาฆ่าเชื้อ)ในโรคอุจจาระร่วง
|
20.00 | |
| 11 | ร้อยละของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากภาวะไข้เลือดออกระบาด(คน)
|
50.00 |
ในการที่จะพัฒนาสิ่งใดให้ดีขึ้นนั้นหลักการหนึ่งที่มีความสำคัญและจำเป็นต้องดำเนินการก่อน คือการประเมินหรือการศึกษาสภาวะปัญหา เพื่อจะได้ทราบว่ามีสภาวะปัจจุบันเป็นไปตามมาตรฐานหรือมีความเหมาะสมเพียงใด มีส่วนขาดอะไรบ้างที่จะต้องจัดหาหรือพัฒนาให้มีขึ้น เมื่อทราบส่วนที่ขาดแล้วจะได้วางแผนเพื่อดำเนินการพัฒนาส่วนขาดนั้นต่อไป รวมถึงการดำเนินการตามแผนและการประเมินผลตามลำดับขั้นต่อไป
๑. ความสำคัญของการประเมินสภาวะและความเสี่ยงด้านสุขภาพ การพัฒนาหรือการสร้างเสริมสุขภาพทั้งส่วนบุคคล ชุมชน และประเทศ จำเป็นจะต้องมีการประเมินภาวะสุขภาพ เพื่อให้ได้ข้อมูลที่จำเป็นต่อการวางแผน และนอกเหนือจากภาวะสุขภาพแล้วจำเป็นจะต้องประเมินความเสี่ยงด้านสุขภาพ เพื่อจะได้คาดคะเนความมากน้อยของปัญหาสุขภาพที่จะเกิดขึ้นในอนาคต การวางแผนเอเสริมสร้างสุขภาพจำเป็นจะต้องนำข้อมูลความเสี่ยงด้านสุขภาพมาเป็นประโยชน์ในการวางแผนด้วย ในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๔ และ ๕ นักเรียนได้เรียนการประเมินและกลวิธีลดความเสี่ยงไปบ้างแล้ว โดยสามารถนำมาใช้กับการแก้ไขปัญหาได้ไม่ว่าจะเป็นปัญหาสุขภาพของชุมชน หรือสังคมซึ่งมีหลักการดังนี้
๑. ระบุบปัญหาที่ต้องการแก้ไข
๒.วิเคราะห์หาสาเหตุของปัญหาและทรัพยากรต่างๆ
๓. วางแผนว่าจะทำอะไร เมื่อไร และอย่างไร
๔. ดำเนินการตามแผน
๕. ประเมินผล
๖. ปรับปรุงแผนและดำเนินการต่อ
๗. ปฏิบัติจนเป็นนิสัยต่อไป
สำหรับสภาวะสุขภาพและปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับชุมชนนั้น ผู้ที่มีหน้าที่รับผิดชอบด้านสุขภาพหรือสาธารณสุขควรจะได้รับสำรวจข้อมูลเพื่อประเมินปัญหาสุขภาพและปัจจัยเสี่ยงด้านสุขภาพของชุมชนที่หน่วยงานนั้นรับผิดชอบ เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการวางแผนเพื่อการสร้างเสริมสุขภาพของชุมชน ข้อมูลที่จำเป็นต้องศึกษาเพื่อประเมินภาวะสุขภาพและปัจจัยเสี่ยงชุมชนมีดังนี้
๑. อัตราการเกิด
๒. อัตราการตายของประชากรกลุ่มต่างๆ : อัตราการตายของทารก (เด็กต่ำกว่า ๑ ปี ) อันตราการตายของมารดา
๓. สาเหตุการตาย :อุบัติเหตุ โรคหลอดเลือด โรคมะเร็ง โรคอื่นๆ
๔. อัตราการป่วย : การติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์ โรคไข้เลือดออก วัณโรค อุจจาระร่วงเฉียบพลัน มาลาเรีย เลปโตสไปโรซิส (โรคฉี่หนู) โรคอ้วน
๕. ร้อยละของเด็กที่มีภาวะทุพโภชนาการ
๖. ร้อยละของประชาชนที่มีปัญหาความเครียด
๗. ร้อยละของประชาชนที่พยายามฆ่าตัวตายสำเร็จ
๘. จำนวนผู้เสียชีวิตด้วยโรคพิษสุนัขบ้า
๙. จำนวนผู้ติดยาเสพติด
๑๐. ร้อยละผู้ป่ายด้วยโรคเรื้อรัง เช่น โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจหลอดเลือด โรคมะเร็งเต้านมเป็นต้น
๑๑. ร้อยละของการมีปัญหาด้านทันตะสุขภาพ
๑๒. พฤติกรรมเสี่ยงที่มีผลต่อภาวะสุขภาพ ได้แก่ การมีพฤติกรรมที่ไม่ถูกต้อง การบริโภค การออกกำลังกาย การมีเพศสัมพันธ์ที่ปลอดภัย การบริหารจัดการความเครียด ความปลอดภัยในการใช้ยานพาหนะ การดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ การสูบบุหรี่ การใช้สารเสพติด
๑๓. ภาวะความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม เช่น อากาศเป็นพิษ ชุมชนแออัด สภาพแวดล้อมในที่ทำงาน ในบ้าน และการเดินทาง ข้อมูลดังกล่าวข้างต้นปัจจุบันอาจจะมีไม่ครบถ้วน โดยเฉพาะในด้านพฤติกรรมเสี่ยงในข้อ ๑๒ และ ๑๓ ชุมชนอาจจะไม่ได้สำรวจอย่างจริงจัง จึงเป็นประเด็นที่หน่วยงานที่รับผิดชอบ ควรจะได้ศึกษาปัจจัยเสี่ยงเหล่านี้ เพื่อจะได้ทราบว่าประชากรกลุ่มใดบ้างที่มีความเสี่ยงสูงในด้านต่างๆ ซึ่งอาจจะแยกเป็นกลุ่มวัยรุ่น วัยกลางคน วัยผู้ใหญ่ และวัยผู้อายุ ผลการวิเคราะห์จะเป็นประโยชน์อย่างมากต่อการกำหนดปัญหาที่จะวางแผนดำเนินการรวมถึงกำหนดกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจน สำหรับข้อมูลตั้งแต่ข้อ ๑-๑๑ แหล่งข้อมูลที่สำคัญคือ โรงพยาบาลทั้งรัฐและเอกชนรวมถึงหน่วยงานของรัฐบาลสาธารณสุขที่ให้บริการสาธารณสุขแก่ประชาชน เช่น สำนักงานสาธารณสุข และหน่วยสาธารณะสุขของเทศบาลเป็นต้น ข้อมูลดังกล่าวจะสามารถนำมาวิเคราะห์เพื่อวางแผนโครงสร้างเสริมสุขภาพและโครงสร้างเสริมสุขภาพและแก้ไขปัญหาสุขภาพต่อไป
๒. กลวิธีลดความเสี่ยงและการสร้างเสริมสุขภาพในระดับบุคคลคล ชุมชน และประเทศ ในรายงานขององค์การอนามัยโลก ปี พ.ศ. ๒๕๔๕ ได้เน้นความสำคัญของการลดปัจจัยเสี่ยงและการสร่งเสริมสุขภาพ และได้เน้นว่าการที่จะรับมือกับความเสี่ยงต่างๆ อย่างมีประสิทธิภาพนั้น เป็นหน้าที่ของแต่ละปัจเจกบุคคล ชุมชน และรัฐบาล ที่ต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ลดปัจจัยเสี่ยงที่เกิดขึ้น ได้อย่างทันเวลาและเกิดขึ้นได้อย่างทันเวลาและเกิดประโยชน์ต่อสุขภาพประชาชนโดยรวม โดยยึดถือความเสมอภาคป้องกันสิทธิของปัจเจกบุคคลเป็นหลัก กลวิธีที่จะสามารถใช้เพื่อลดความเสี่ยงและสร้างเสริมบุคลิกภาพในระดับต่างๆ มีดังนี้
๒.๑ กลวิธีลดความเสี่ยงและสิทธิของปัจเจกบุคคลเป็นหลัก กลวิธีจะสามารถใช้เพื่อลดความเสี่ยงและสร้างเสริมสุขภาพในระดับบุคล บุคคลจำเป็นจะต้องตระหนักถึงปัจจัยเสี่ยงที่ตนกระทำ และปัจจัยเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมที่สัมพันธ์กับปัญหาสุขภาพที่จะเกิดขึ้นต่อตนเองและต่อครอบครัวและชุมชน และจะต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของตนเอง เพื่อลดปัจจัยเสี่ยงนั้น เช่น พฤติกรรมการสูบบุหรี่ การที่นายก. จะเลิกสูบบุหรี่นั้นสิ่งที่นายก.ควรจะมีคือความตระหนักถึงพิษภัยของบุหรี่ที่จะเกิดขึ้นกับตนเอง สมาชิกในครอบครัวและคนอื่นๆในชุมชนที่นายก. เกี่ยวข้องด้วยเพราะผู้สูบบุหรี่มือสองก็สามารถถุงลมเป็นโรคถุงลมโป่งพองหรือโรคมะเร็งได้เช่นเดียวกับผู้สูบบุหรี่ ความตระหนักนี้จะเป็นสิ่งจูงใจให้อยากเลิกบุหรี่ และอาจจะต้องการความช่วยเหลือจากแพทย์ พยาบาล เพื่อช่วยสามารถให้เลิกบุหรี่ได้ การเลิกพฤติกรรมการสูบบุหรี่นี้ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล บางคนอาจใช้เวลาน้อย บางคนอาจใช้เวลานานแต่การที่บุคคลได้การเปลี่ยนแปลงทัศนคติต่อการสูบบุหรี่นั้น บุคคลต้องผ่านการให้การศึกษาที่ถูกต้อง ได้รับแรงจูงใจ ให้กำลังใจหรือการสนับสนุนจากพ่อแม่ เพื่อนหรือผู้ใกล้ชิด อย่างไร ‘ความตั้งใจและความมุ่งมั่น’ จะเป็นปัจจัยที่จะทำให้บุคคลปรับเปลี่ยนพฤติกรรมได้ดี แพทย์ พยาบาล หรือบุคคลอื่นจะเป็นผู้สนับสนุนและให้กำลังใจเท่านั้นจากตัวอย่างจะเห็นว่าบุคคลที่มีพฤติกรรมเสี่ยงสุขภาพ ต้องการที่จะได้รับความรู้ที่ถูกต้องเกี่ยวกับพิษภัยหรือผลกระทบที่จะมีต่อสุขภาพของพฤติกรรมสุขภาพของความเสี่ยงนั้น รวมถึงรู้ทักษะในการที่จะเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมความเสี่ยง ดังนั้นกระบวนการให้การศึกษาเกี่ยวกับสุขภาพหรือสุขศึกษาจึงเป็นมาตรการที่จำเป็นและสำคัญที่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมเสี่ยงต่างๆไม่ว่าจะเป็นในด้านการสูบบุหรี่ การดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ การไม่ใช้เข็มขัดนิรภัย การไม่สวมหมวกกันน็อค การรับประทานอาหาร
๒.๒ กลวิธีลดความเสี่ยงและการสร้างเสริมสุขภาพในระดับชุมชน ชุมชนเป็นหน่วยของสังคมที่ประกอบด้วยปัจเจกบุคคลหลายๆคน ชุมชนมีองค์กรทั้งภาครัฐและเอกชนที่ดูแลด้านสุขภาพของชุมชนและความเป็นอยู่ด้านอื่นๆ นอกจากนี้องค์กรชุมชน เช่น คณะกรรมการชุมชน หรือคณะกรรมการหมู่บ้านก็สามารถจะดำเนินโครงการเพื่อลดความเสี่ยงด้านสุขภาพและการสร้างเสริมสุขภาพได้ โดยการสนับสนุนจากหน่วยงานสุขภาพหรือหน่วยงานที่เกี่ยวกับข้องทั้งภาครับและเอกชน ชุมชนอาจจะดำเนินงานในรูปของชมรม ซึ่งปัจจุบันมีชมรมที่เกี่ยวกับการสร้างเสริมสุขภาพและลดปัจจัยเสี่ยงด้านสุขภาพหลายประเภทเช่น ชมรมสร้างเสริมสุขภาพ ชมราผู้สูงอายุ ชมรมออกกำลังกาย ชมรมเปตอง ชมรมสิ่งแวดล้อม ชมรมเหล่านี้ได้ดำเนินกิจกรรมในการรณรงค์ ให้การศึกษา จัดกิจกรรมฝึกปฏิบัติ จัดนิทรรศการสุขภาพ จัดตลาดนัดสุขภาพ เป็นต้น ให้แก่สมาชิกของชมรมและประชาชนในชุมชน รวมทั้งการพัฒนาสิ่งแวดล้อมของชุมชนให้ชุมชนน่าอยู่มีน้ำ มีไฟ บริการสาธารณูปโภคที่เหมาะสม มีสนามเด็กเล่น สนามกีฬา มีเวรยามรักษาความปลอดภัย ซึ่งกิจกรรมเหล่านี้มีเป้าหมายเพื่อจะลดความเสี่ยงด้านสุขภาพและสร้างเสริมสุขภาพให้กับคนในชุมชน
| วัตถุประสงค์ | ตัวชี้วัด | ขนาดปัญหา | เป้าหมาย 1 ปี | |
|---|---|---|---|---|
| 1 | เพื่อลดปัญหา ประชาชนที่มีพฤติกรรมเสี่ยงเพศสัมพันธ์ | ร้อยละของประชาชนที่มีพฤติกรรมเสี่ยงเพศสัมพันธ์ ลดลง |
10.00 | |
| 2 | เพื่อแก้ไขปัญหาผู้บริโภคมีสารเคมีทางการเกษตรตกค้างในกระแสเลือดระดับอันตราย | จำนวนผู้บริโภคที่มีสารเคมีทางการเกษตรตกค้างในกระแสเลือดระดับอันตราย(คน) |
20.00 | |
| 3 | เพื่อลดปัญหาเกษตรกรมีสารเคมีทางการเกษตรตกค้างในกระแสเลือดระดับอันตราย | จำนวนของเกษตรกรที่มีสารเคมีทางการเกษตรตกค้างในกระแสเลือดระดับอันตราย(คน) |
20.00 | |
| 4 | เพื่อลดอัตราเยาวชนที่มีเสี่ยงต่อการเป็นนักสูบหน้าใหม่ | ร้อยละของเยาวชนที่มีเสี่ยงต่อการเป็นนักสูบหน้าใหม่ ลดลง |
20.00 | |
| 5 | เพื่อลดอัตราเยาวชนที่มีภาวะเสี่ยงต่อการเป็นนักดื่มหน้าใหม่ | ร้อยละของเยาวชนที่มีภาวะเสี่ยงต่อการเป็นนักดื่มหน้าใหม่ |
20.00 | |
| 6 | เพื่อแก้ปัญหาเยาวชนที่มีภาวะเสี่ยงต่อสารเสพติด เช่น กระท่อม เฮโรอีน ยาบ้า เป็นต้น | ร้อยละของเยาวชนที่มีภาวะเสี่ยงต่อสารเสพติด เช่น กระท่อม เฮโรอีน ยาบ้า เป็นต้น |
30.00 | |
| 7 | เพื่อเพิ่มการมุสลิมขลิบปลายหุ้มหนังอวัยวะเพศ ถูกต้องตามหลักการแพทย์เยาวชนชายขึ้น | ร้อยละของเยาวชนชายมุสลิมที่ขลิบปลายหุ้มหนังอวัยวะเพศ ถูกต้องตามหลักการแพทย์ |
20.00 | |
| 8 | เพื่อแก้ไขปัญหาประชาชนที่มีภาวะเสี่ยงต่อการท้องเสียจากการบริโภค | ร้อยละของประชาชนที่มีภาวะเสี่ยงต่อการท้องเสียจากการบริโภค |
10.00 | |
| 9 | เพื่อลดการใช้ยาปฏิชีวนะ(ยาฆ่าเชื้อ)ในโรคหวัด | ร้อยละของประชาชนทีมีการใช้ยาปฏิชีวนะ(ยาฆ่าเชื้อ)ในโรคหวัด |
50.00 | |
| 10 | เพื่อลดการใช้ยาปฏิชีวนะ(ยาฆ่าเชื้อ)ในโรคอุจจาระร่วง | ร้อยละของประชาชนทีมีการใช้ยาปฏิชีวนะ(ยาฆ่าเชื้อ)ในโรคอุจจาระร่วง |
20.00 | |
| 11 | เพื่อแก้ปัญหาประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากภาวะไข้เลือดออกระบาด | ร้อยละของการแก้ปัญหาประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากไข้เลือดออกระบาด |
50.00 |
| แนวทาง | วิธีการสำคัญ | |
|---|---|---|
| 1 | แก้ปัญหาการมีพฤติกรรมเสี่ยง เพศสัมพันธ์ |
|
| 2 | แก้ปัญหาเยาวชนที่มีเสี่ยงต่อการเป็นนักสูบหน้าใหม่ และมีภาวะเสี่ยงต่อสารเสพติด เช่น กระท่อม เฮโรอีน ยาบ้า เป็นต้น |
|
| 3 | ลดการใช้ยาปฏิชีวนะ(ยาฆ่าเชื้อ) |
|
| 4 | ส่งเสริมให้เยาวชนชายมุสลิมขลิบปลายหุ้มหนังอวัยวะเพศ ถูกต้องตามหลักการแพทย์ | การจัดบริการขลิบปลายหุ้มหนังอวัยวะเพศ ถูกต้องตามหลักการแพทย์ |
| 5 | ลดปัญหาสารเคมีทางการเกษตรตกค้างในกระแสเลือดระดับอันตราย |
|
| 6 | การแก้ปัญหาประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากภาวะไข้เลือดออกระบาด |
|
| ชื่อโครงการย่อย | ประเภท | ผู้รับผิดชอบ | งบประมาณที่ตั้งไว้ (บาท) |
|---|