ปัญหาภาวะโภชนาการในศตวรรษที่ 21 ของประเทศที่กำลังพัฒนารวมทั้งประเทศไทย มีความสอดคล้องกัน คือ การมีภาวะโภชนาทุพโภชนาการ โดยมีปัญหาโภชนาการต่ำกว่าเกณฑ์ในพื้นที่ยากจนหรือท้องที่ห่างไกลและปัญหาภาวะโภชนาการเกินที่มีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในสังคมเมือง โดยเฉพาะปัญหาโภชนาการเกินที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นมาก และมักกลายเป็นโรคอ้วน ซึ่งส่งผลกระทบให้เกิดโรคเรื้อรังตามมาได้ ซึ่งเป็นการบั่นทอนคุณภาพของทรัพยากรมนุษย์ของประเทศในอนาคต (นพร, 2556)
ช่วงวัยก่อนเรียนเป็นช่วงวัยที่สำคัญของชีวิต เป็นช่วงวัยในการพัฒนามนุษย์อย่างมีประสิทธิภาพเป็นรากฐานของการพัฒนาทั้งปวง เป็นช่วงวัยที่สมองของเด็กมีการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว (Rosales, Reznick, & Zeisel, 2009) ภาวะโภชนาการที่ดีจะส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงในชีวิตเด็กอย่างมากมาย การได้รับสารอาหารที่เหมาะสมและเพียงพอจึงมีความสำคัญมากต่อพัฒนาการและสติปัญญาของเด็ก (ประไพพิศ, ศักรินทร์ และอติญาณ์, 2560) การมีภาวะโภชนาการที่ไม่ดี นอกจากจะส่งผลต่อระดับสติปัญญา และการเจริญเติบโตแล้ว ยังส่งผลต่อภาวะ
ภูมิต้านทานโรค ทำให้เจ็บป่วยได้บ่อย ระยะเวลาในการเจ็บป่วยนาน และมีความรุนแรงมากขึ้นได้ นอกจากนี้เด็กก่อนวัยเรียนที่มีภาวะโภชนาการเกินและอ้วน จะส่งผลต่อการเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรังในวัยผู้ใหญ่ได้ (นพร, 2556) จะเห็นได้ว่าพฤติกรรมการบริโภคจะพัฒนาในช่วงวัยเด็กและจะติดตัวไปจนเป็นวัยผู้ใหญ่ ดังนั้นการสร้างนิสัยการรับประทานอาหารที่ดีตั้งแต่เด็กจะส่งผลต่อไปในอนาคต (ประไพพิศ และคณะ, 2560)
จากการศึกษาสถานการณ์ภาวะโภชนาการของเด็กก่อนวัยเรียนในศูนย์ศึกษาเด็กก่อนวัยเรียน อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา พบว่า ปัญหาทุพโภชนาการยังเป็นปัญหาที่ยังคงพบในเด็กก่อนวัยเรียน โดยเด็กก่อนวัยเรียนมีภาวะโภชนาการต่ำกว่าเกณฑ์ ร้อยละ 23 และภาวะโภชนาการเกินเกณฑ์ร้อยละ 16.5 นอกจากนี้ยังพบปัญหาการไม่รับประทานผัก พฤติกรรมการรับประทานขนมกรุบกรอบ การรับประทานอาหารที่ไม่เหมาะสม เช่น เลือกรับประทานอาหารมัน อาหารทอด การดื่มนมรสหวาน การรับประทานอาหารหวานและขนมหวาน เป็นต้น
ซึ่งพฤติกรรมเหล่านี้ส่งผลทำให้เกิดภาวะทุพโภชนาการในเด็กก่อนวัยเรียน ซึ่งถ้าไม่ได้รับการแก้ไข ย่อมส่งผลให้เกิดปัญหาทุพโภชนาการที่รุนแรงมากขึ้น และส่งผลต่อคุณภาพของชีวิตของเด็กก่อนวัยเรียนได้ (ตรีทิพย์, จิรารัตน์,
เจิดนภา และอมร, 2562)
จากการศึกษาวิจัยที่ผ่านมา พบว่า สาเหตุของภาวะทุพโภชนาการในเด็กก่อนวัยเรียน เกิดจากผู้ปกครองขาดความรู้ในการจัดอาหารสำหรับเด็ก โดยผู้ปกครองจะให้เด็กรับอาหารประทานอาหารตามความสะดวกและให้รับประทานในปริมาณที่มาก รวมทั้งการเลี้ยงดูบุตร หลานแบบตามใจ โดยผู้ปกครองส่วนใหญ่จะอนุญาตให้เด็กรับประทานอาหารที่เด็กชอบ หรือบางครั้งอาจให้เด็กซื้ออาหารได้เองจากร้านค้าได้เองตามความต้องการ
(สมสิริ, อาภาวรรณ, ณัฐธิรา และรุ่งรดี, 2560) ส่งผลให้พฤติกรรมการดูแลเด็กก่อนวัยเรียนและที่บ้านไม่สอดคล้องกัน ซึ่งส่งผลให้ไม่สามารถแก้ไขปัญหาภาวะโภชนาการได้ และจากการศึกษาเรื่องรูปแบบการเฝ้าระวังและส่งเสริมภาวะโภชนาการของเด็กก่อนวัยเรียน อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา พบว่า ครู พี่เลี้ยง แม่ครัว และผู้ปกครองมีความต้องการการได้รับความรู้เกี่ยวกับภาวะโภชนาการของเด็กก่อนวัยเรียน เนื่องจากเห็นว่ามีความสำคัญต่อการนำไปใช้ในการดูแลบุตร หลานที่อยู่ในช่วงก่อนวัยเรียน เพื่อจะได้ช่วยในการเฝ้าระวังและส่งเสริมภาวะโภชนาการในเด็กก่อนวัยเรียนให้เป็นไปตามเกณฑ์ (ตรีทิพย์ และคณะ, 2562) รวมทั้งการเฝ้าระวังและส่งเสริมภาวะโภชนาการของเด็กก่อนวัยเรียนให้มีประสิทธิภาพนั้น จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากครอบครัว และโรงเรียนในการวางแผนและดำเนินการแก้ปัญหาร่วมกัน ซึ่งจะนำไปสู่ภาวะโภชนาการที่ดีของเด็กก่อนวัยเรียนได้ (เจิดนภา และคณะ, 2560; สมศิริ
และคณะ, 2560)