กองทุนสุขภาพตำบล - กองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่น - กปท

โครงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมโรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน ปี 2564

รายละเอียดโครงการ
รายละเอียดโครงการ
ชื่อโครงการ/กิจกรรม โครงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมโรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน ปี 2564
รหัสโครงการ 64-L2484-01-04
ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ รพ.สต.บ้านโคกงู
วันที่อนุมัติ 11 มีนาคม 2564
ปี 2564
ระยะเวลาดำเนินโครงการ 22 มกราคม 2564 - 30 กันยายน 2564
งบประมาณ 27,425.00
ผู้รับผิดชอบโครงการ นางแวสุนียะห์ อาแด
พื้นที่ดำเนินการ ตำบลบางขุนทอง อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส
ประเด็น
แผนงานโรคเรื้อรัง , แผนงานอาหารและโภชนาการ , แผนงานกิจกรรมทางกาย
สถานการณ์/หลักการและเหตุผล

หลักการและเหตุผล สถานการณ์ของโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงเริ่มมีความรุนแรง อันเป็นผลจากการเปลี่ยนแปลง วิถีชีวิตและความเป็นอยู่ จากรายงานสถิติสุขภาพทั่วโลก ปี พ.ศ.2555 ขององค์การอนามัยโลกพบว่า 1 ใน 10 ของประชากรในวัยผู้ใหญ่ป่วยเป็นโรคเบาหวาน และ 1 ใน 3 มีภาวะความดันโลหิตสูง และยังพบว่าร้อยละ 63 ของการเสียชีวิตทั้งหมดทั่วโลก เกิดจากโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง จากข้อมูลผู้ป่วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรังทั่วโลก ในปี ค.ศ. 2000 จำนวนล้านคน คาดว่าในปี ค.ศ. 2010 และ ค.ศ. 2030 จะเพิ่มขึ้นเป็น 221 ล้านคน และ 300 ล้านคน (King et al. 1996) ความชุกของเบาหวานในประชากรทุกกลุ่มอายุทั่วโลก เท่ากับ ร้อย ละ 2.8 เพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 4.4 ในปีค.ศ. 2030 (wild et al. 2004) สำหรับประเทศไทยจากรายงานการสำรวจสุขภาพประชาชนโดยการตรวจร่างกายครั้งที่ 4 พ.ศ. 2551-2552 พบความชุกของโรคเบาหวาน ในประชากรไทยอายุ 15 ปี ขึ้นไป คิดเป็นร้อยละ 6.9 และยังพบว่าหนึ่งในสามของผู้ที่เป็นเบาหวานไม่เคย ได้รับการวินิจฉัยมาก่อน ส่วนความชุกของโรคความดันโลหิตสูง พบร้อยละ 21.4 โดยพบว่าร้อยละ 60 ใน ชาย และร้อยละ 40 ในหญิง ไม่เคยได้รับการวินิจฉัยมาก่อน และร้อยละ 8-9 ได้รับการวินิจฉัยแต่ไม่ได้รับ การรักษา แต่หากผู้ป่วยสามารถควบคุม ระดับน้าตาลในเลือดหรือระดับความดันโลหิตให้อยู่ในระดับปกติหรือ ใกล้เคียงปกติ โรคแทรกซ้อนต่าง ๆ จะไม่ปรากฏขึ้น ส่งผลให้ผู้ป่วยสามารถ ดำรงชีวิตได้อย่างมีสุขภาวะ (สุทิน ศรีอัษฎาพร และวรรณี นิธิยานันท์, 2548)
จากสถิติที่กล่าวมาข้างต้นของผู้ที่เป็นโรคไม่ได้รับการคัดกรองและไม่ได้รับการวินิจฉัยโรคมาก่อน ยังมีจำนวนมากซึ่งบ่งชี้ถึงปัญหาของการคัดกรองที่ไม่ครอบคลุม ทำให้ประชากรขาดโอกาสในการได้รับการคัดกรอง และการเฝ้าระวังโรค การได้รับการแนะนำในการป้องกันโรค กระทรวงสาธารณสุข มีนโยบายคัดกรองโรคความดันโลหิตสูงและเบาหวาน โดยนายแพทย์วิชัย เทียนถาวร (2556) ได้ประยุกต์ กระบวนการสร้างสุขภาพสู่งานสาธารณสุขมูลฐานนำมาสู่การพัฒนาการเฝ้าระวัง คัดกรองโรคไม่ติดต่อเรื้อรังได้แก่ โรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวานในประชากรกลุ่มเป้าหมายในพื้นที่ เพื่อส่งเสริมสุขภาพ และการป้องกันโรคเพื่อลดอุบัติการณ์เกิดโรค และภาวะแทรกซ้อน ปี 2563 มีประชากรอายุ 35 ปีขึ้นไปในเขตรับผิดชอบของรพ.สต.บ้านโคกงู จำนวน 1,449 คน ได้รับการตรวจคัดกรองจำนวนทั้งหมด 1,430 คน คิดเป็นร้อยละ 98.68 พบประชากรที่เป็นกลุ่มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูง จำนวน 220 คน คิดเป็นร้อยละ15.38 สงสัยป่วยเป็นโรคความดันโลหิตสูง จำนวน 113 คน คิดเป็นร้อยละ 7.79 เป็นกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวน 514 คน คิดเป็นร้อยละ 35.47 สงสัยป่วยเป็นโรคเบาหวาน 58 คน คิดเป็นร้อยละ 4.00 เพื่อเป็นการดูแลผู้ป่วยและป้องกันโรคในกลุ่มปกติและกลุ่มเสี่ยง จึงจำเป็นต้องดำเนินการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม การสร้างสุขภาพนำซ่อมเพื่อแก้ปัญหาโรคเรื้อรัง โดยเน้นการคัดกรอง สุขภาพ เฝ้าระวัง ควบคุม ป้องกันโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงโดยใช้เครื่องมือ “ ปิงปองจราจรชีวิต 7 สี “ จากการรายงานการสำรวจสุขภาพของทั้งกลุ่มเสี่ยงละกลุ่มป่วยด้วย 3 อ 2ส ได้แก่ การบริโภคอาหาร การออกกำลังกาย การจัดการเกี่ยวกับอารมณ์ และการลดการสูบบุหรี่ สิ่งมึนเมา อันจะส่งผลดีต่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตประชากรในพื้นที่ ทางโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล บ้านโคกงู จึงได้จัดทำโครงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมโรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน ปี 2564

วัตถุประสงค์/เป้าหมาย
  1. เพื่อคัดกรองภาวะเสี่ยงของโรคความดันโลหิตสูง/เบาหวาน/อัมพฤกษ์ อัมพาตแก่ประชาชนอายุ 35 ปีขึ้นไป
  2. เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายมีความรู้และมีพฤติกรรมสุขภาพที่ถูกต้องเกี่ยวกับโรคความดันโลหิตสูงและเบาหวาน
  3. เพื่อให้กลุ่มเสี่ยงและกลุ่มป่วยด้วยโรคความดันโลหิตสูงและเบาหวานมีภาวะสุขภาพที่ดีขึ้น
การดำเนินงาน/กิจกรรม
  1. กิจกรรมประชุม อสม./แกนนำ
  2. กิจกรรมประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในกลุ่มป่วยและกลุ่มเสี่ยง
วิธีดำเนินการ
ผลที่คาดว่าจะได้รับ
  1. ประชาชนอายุ 35 ปีขึ้นไป ได้รับการตรวจคัดกรองภาวะเสี่ยงของโรคความดันโลหิตสูงและเบาหวาน
  2. กลุ่มเป้าหมายมีความรู้และมีพฤติกรรมสุขภาพที่ถูกต้องเกี่ยวกับโรคความดันโลหิตสูงและเบาหวาน
  3. กลุ่มเสี่ยงและป่วยด้วยโรคความดันโลหิตสูงและเบาหวานมีภาวะสุขภาพที่ดีขึ้น