โครงการ อสม.รวมพลัง เฝ้าระวังการแพร่ของโรคโควิด - 19 ของ 11 ชุมชน เขตเทศบาลนครตรัง ปี 2564
โครงการ อสม.รวมพลัง เฝ้าระวังการแพร่ของโรคโควิด - 19 ของ 11 ชุมชน เขตเทศบาลนครตรัง ปี 2564
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการ อสม.รวมพลัง เฝ้าระวังการแพร่ของโรคโควิด - 19 ของ 11 ชุมชน เขตเทศบาลนครตรัง ปี 2564 | |
| รหัสโครงการ | 2564-L6896-05-01 | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | กลุ่ม อสม. 11 ชุมชน เขตเทศบาลนครตรัง | |
| วันที่อนุมัติ | 21 มกราคม 2564 | |
| ปี | 2564 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 1 มกราคม 2564 - 30 กันยายน 2564 | |
| งบประมาณ | 144,445.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นางแสงระวี วั่นสิทธิ์ | |
| พื้นที่ดำเนินการ | ตำบลทับเที่ยง อำเภอเมืองตรัง จังหวัดตรัง |
นับตั้งแต่ประเทศจีนประกาศว่าพบผู้ติดเชื้อที่เมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย เมื่อเดือนธันวาคม 2562 เป็นครั้งแรกของโลกได้รู้จักไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ 2019 ถึงวันนี้ไม่มีใครไม่รู้จัก COVID-19 ที่กำลังแพร่ระบาดไปทั่วโลก ซึ่งในขณะนี้พบผู้ป่วยติดเชื้อยืนยันสะสมทั่วโลก จำนวน 84,975,277 คน เสียชีวิตถึง 1,843,313คน สำหรับประเทศไทยพบผู้ป่วยยืนยัน 7,694 คน พบผู้เสียชีวิต 64 คน (ข้อมูลจาก : รายงานสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉิน กรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข วันที่ 3 มกราคม 2564)แม้ว่าในรอบแรกของการระบาดที่เกิดขึ้นในประเทศไทยจะสามารถควบคุมการระบาดของโรคได้ในระดับหนึ่งแล้ว จนกระทั้งเมื่อต้นเดือนธันวาคม 2563 ที่ผ่านมานี้หลังจากมีการพบผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ใน จ.สมุทรสาคร จำนวนผู้ป่วยโควิด-19 ในจังหวัดเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเป็นเกือบ 700 ราย ภายในระยะเวลา 3 วันส่วนมากเป็นแรงงานชาวเมียนมาที่ทำงานในอุตสาหกรรมประมง นอกจากนี้ยังมีรายงานว่าพบผู้ติดเชื้อจากสมุทรสาครกระจายอยู่ในพื้นที่อย่างน้อย 3 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพฯ สมุทรปราการ และ นครปฐม และหลังจากนี้คาดว่าจะพบผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอีกเรื่อย ๆ จากมาตรการค้นหาเชิงรุก เมื่อเกิดการระบาดระลอกใหม่ขึ้นภายในประเทศไทย และในต่างประเทศก็ได้มีมาตรการในการควบคุมป้องกันการระบาดของโรคด้วยการปิดเมืองปิดประเทศ หรือหยุดกิจการบางประเภท ส่งผลให้แรงงานชาวไทยหรือนักศึกษาที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงทั้งในต่างประเทศและภายในประเทศมีการเดินทางกลับภูมิลำเนาจึงจำเป็นต้องมีการสำรวจ ค้นหากลุ่มเสี่ยงที่เดินทางเข้ามาในพื้นที่ เพื่อประโยชน์ในการติดตาม เฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ต่อไปโดยมาตรการการป้องกันไม่ให้ติดโรค COVID-19 นั้นถือว่าจำเป็น ด้วยการดำเนินมาตรการการรักษาร่างกายให้แข็งแรง ออกกำลังกายเพื่อมิให้ป่วย การป้องกันตนเอง เช่น หลีกเลี่ยงการเดินทางไปในประเทศหรือสถานที่มีคนพลุกล่าน การล้างมือให้สะอาดอย่างถูกต้อง ทั้งด้วยแอลกอฮอล์เจล สบู่ การสวมหน้ากากอนามัยอย่างถูกวิธีการ การไม่นำเอามือมาป้ายหรือ จับหน้า ความรู้และเข้าใจการดำเนินไปของโรค เป็นสิ่งสำคัญ ในเขตรับผิดชอบ 11 ชุมชน เทศบาลนครตรังตั้งแต่วันที่ 21 ธันวาคม 2563 ถึง 3 มกราคม 2564 มีกลุ่มเสี่ยงที่เข้ามาในพื้นที่ ทั้งสิ้น 194 คน โดยมาจากพื้นสีแดง 49 คน คิดเป็นร้อยละ 25.26 สีส้ม 58 คน คิดเป็นร้อยละ 29.90 สีเหลือง 74 คน คิดเป็นร้อยละ 38.14 และพื้นที่สีเขียว 13 คน คิดเป็น ร้อยละ 6.70 เพื่อร่วมกันเฝ้าระวังและป้องกันการแพร่โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในชุมชน ผ่านการลงสำรวจหากลุ่มเสี่ยงที่เข้ามาในพื้นที่ การเป็นตัวกลางการประชาสัมพันธ์ความรู้เกี่ยวกับโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ไปยังลูกบ้านในชุมชนและการคัดกรองประชาชนตามมาตรการของส่วนราชการ เพื่อลดอัตราการเสี่ยงในการติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ตลอดจนป้องกันไม่ให้เกิดการแพร่ระบาดของโรคในวงกว้างต่อไป กลุ่มอาสาสมัครสาธารณสุข 11 ชุมชน เขตเทศบาลนครตรัง จึงได้จัดทำ “โครงการ อสม.รวมพลัง เฝ้าระวังการแพร่ของโรคโควิด - 19 ของ 11 ชุมชน เขตเทศบาลนครตรัง ปี 2564” ขึ้นมา
- เพื่อให้ความรู้ คำแนะนำ การดูแลเฝ้าระวังป้องกันตนเองเรื่องโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ให้กับประชาชนในชุมชน
- เพื่อให้มีทรัพยากรเพียงพอต่อการสนับสนุนการดำเนินงานติดตาม เฝ้าระวัง กลุ่มเสี่ยงโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในชุมชน
- กิจกรรมประชาสัมพันธ์ ให้ความรู้กับประชาชนในชุมชน ในการป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)
- สนับสนุนการดำเนินงานติดตาม เฝ้าระวัง กลุ่มเสี่ยงโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในชุมชน
- สรุปและประเมินผลโครงการ
- จัดทำโครงการเพื่อขอนุมัติ
- ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อกำหนดเป้าหมาย และกิจกรรมตามโครงการ
- แต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินงาน
- จัดเตรียมอุปกรณ์ต่างๆ ที่ใช้ในการจัดกิจกรรม
- จัดกิจกรรมตามที่ระบุในโครงการ
- รายงานและประเมินผลตามโครงการ
1.ประชาชนที่ชุมชน มีความรู้ ความเข้าใจ และสามารถปฏิบัติตามแนวทางการป้องกันควบคุมการระบาดได้อย่างถูกต้อง
2.ประชาชนเกิดความตระหนักและสามารถป้องกันโรคระบาดโดยเริ่มจากตนเองและร่วมป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) และพร้อมในการเผชิญกับการแพร่ระบาดของโรค
3.ประชาชนในชุมชนได้การป้องกันการติดเชื้อจากโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)