กองทุนสุขภาพตำบล - กองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่น - กปท

โครงการปันยิ้มสร้างสุขสูงวัยกายใจแข็งแรง รุ่นที่ 3 ประจำปี 2564

รายละเอียดโครงการ
รายละเอียดโครงการ
ชื่อโครงการ/กิจกรรม โครงการปันยิ้มสร้างสุขสูงวัยกายใจแข็งแรง รุ่นที่ 3 ประจำปี 2564
รหัสโครงการ 64-L2532-3-10
ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ โรงเรียนผู้สูงอายุตำบลมาโมง
วันที่อนุมัติ 26 มกราคม 2564
ปี 2564
ระยะเวลาดำเนินโครงการ 7 มกราคม 2564 - 30 กันยายน 2564
งบประมาณ 32,850.00
ผู้รับผิดชอบโครงการ โรงเรียนผู้สูงอายุตำบลมาโมง ร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลมาโมง
พื้นที่ดำเนินการ ณ อบต.มาโมง ตำบลมาโมง อำเภอสุคิริน จังหวัดนราธิวาส
ประเด็น
แผนงานผู้สูงอายุ
สถานการณ์/หลักการและเหตุผล

หลักการและเหตุผล
ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ การเปลี่ยนแปลงและเตรียมพร้อมให้ผู้สูงอายุมีคุณภาพชีวิตที่ดี และใช้ชีวิตร่วมกับผู้อื่นในสังคมได้อย่างมีความสุขเป็นเรื่องสำคัญ การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรของประเทศไทย ทำให้ประชากรในวัยผู้สูงอายุเพิ่มขึ้น กอปรกับการเปลี่ยนแปลงทางด้านเศรษฐกิจและสังคม มีผลให้ลักษณะครอบครัวไทย เปลี่ยนจากครอบครัวขยาย (Extend Family) ไปสู่ครอบครัวเดี่ยว (Nuclear Family) ความสัมพันธ์ระหว่างสมาชิกใน ครอบครัวลดลง จำนวนผู้ที่จะทำหน้าที่ดูแลผู้สูงอายุในครอบครัวลดลง มีเวลาให้ผู้สูงอายุลดลง ขาดการให้ความรักและ ความอบอุ่น ผู้สูงอายุจึงถูกทอดทิ้งให้อยู่โดดเดี่ยวและดำเนินชีวิตเพียงลำพัง สภาพสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป ทำให้ผู้สูงอายุต้องเผชิญกับปัญหาในการปรับตัวเพื่อให้สอดคล้องกับสังคมปัจจุบัน ทั้งในด้านความคิด ความเข้าใจและค่านิยมต่างๆซึ่งก่อให้ผู้สูงอายุเกิดความน้อยใจ ความเครียด ความคับข้องใจ แยกตัวออกจากสังคม ขาดสัมพันธภาพกับสมาชิกในครอบครัว ท้อแท้และเบื่อหน่ายในชีวิต ประกอบกับวัยสูงอายุเป็นวัยที่ต้องเผชิญกับรูปแบบการดำเนินชีวิตแบบใหม่ ต้องออกจากงานมีรายได้ลดลง ภาวะสุขภาพเสื่อมลง มีโรคทางกายเพิ่มมากขึ้น มีสารชีวเคมีและฮอร์โมนลดลง การสูญเสียสิ่งสำคัญของชีวิต เช่น การสูญเสียคู่ชีวิตเพราะตายจาก การสูญเสียบุตรเพราะแยกไปมีครอบครัว การสูญเสียตำแหน่งหน้าที่การงาน การสูญเสียสถานภาพหรือบทบาททางสังคม ตลอดจนการสูญเสียการเป็นที่พึ่งของครอบครัว สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อจิตใจของผู้สูงอายุ หากผู้สูงอายุไม่ได้รับการดูแลเอาใจใส่จากบุคคลใกล้ชิดด้วยแล้วจะยิ่งทำให้ผู้สูงอายุว้าเหว่มีภาวะซึมเศร้าและความรู้สึกมีคุณค่าในตนเอง ลดลง จนเกิดความรู้สึกสิ้นหวัง แยกตัวออกจากสังคมเป็นผลให้เกิดความผิดปกติทางจิตใจที่รุนแรงและอาจเป็นอันตรายต่อชีวิตได้
กองสวัสดิการสังคม องค์การบริหารส่วนตำบลมาโมง ได้จัดตั้งชมรมผู้สูงอายุตำบลมาโมงและโรงเรียนผู้สูงอายุตำบลมาโมง เมื่อปี 2562 โดยชมรมผู้สูงอายุเป็นผู้ดำเนินกิจกรรมของชมรมและกองสวัสดิการสังคม องค์การบริหารส่วนตำบลมาโมง มีหน้าที่ส่งเสริมการพัฒนาผู้สูงอายุ และเป็นที่ปรึกษาของโรงเรียนผู้สูงอายุตำบลมาโมง ได้เล็งเห็นความสำคัญของผู้สูงอายุในพื้นที่ โดยถือว่าเป็นกลุ่มบุคคลที่ควรค่าแก่การรักษาดูแลให้มีชีวิตที่ดีตามวัยของผู้อาวุโส และยังเป็นการสนองนโยบายของกรมกิจการผู้สูงอายุ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และองค์กรชุมชนที่มีเป้าหมายและเจตนารมณ์ร่วมกันในการผลักดันให้มีโรงเรียนผู้สูงอายุ ครอบคลุมทุกพื้นที่มากที่สุด อย่างไรก็ตามการดำเนินการภายใต้โรงเรียนผู้สูงอายุต้องมีการบูรณาการแบบมีส่วนร่วมในทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ในแนวคิดที่ว่า"ร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมสร้าง" และต้องมีส่วนร่วมในกระบวนการเพื่อให้เกิดการพัฒนาผู้สูงอายุอย่างเป็นองค์รวมโดยสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ต้องทำกิจกรรม 3 อ. คือ อาหาร อารมณ์และออกกำลังกาย โดยเป็นเรื่องที่น่ายินดี ที่มีผู้สูงอายุให้ความสนใจในการดูแลตัวเอง ด้วยเหตุผลดังกล่าว กองสวัสดิการสังคม องค์การบริหารส่วนตำบลมาโมง จึงได้เห็นความสำคัญและขอมาเป็นส่วนหนึ่งร่วมกับชมรมผู้สูงอายุในโครงการปันยิ้มสร้างสุข สูงวัยกายใจแข็งแรง รุ่นที่ 3 ประจำปี 2564 โดยคอยสนับสนุนอำนวยความสะดวกและแนะนำในการดำเนินกิจกรรมชมรมและถือเป็นการเชิญชวนสมาชิกใหม่ๆเข้ารวมกิจกรรมในโรงเรียนผู้สูงอายุตำบลมาโมง โรงเรียนผู้สูงอายุตำบลมาโมง จึงเชิญชวนเพื่อนๆ ผู้สูงอายุใหม่ มาร่วมกิจกรรมเพื่อดูแลสร้างความเชื่อมั่น สร้างขวัญกำลังใจ เพื่อให้ผู้สูงอายุด้วยกันไม่รู้สึกโดดเดี่ยว และมีกำลังใจพร้อมที่จะต่อสู้กับชีวิตด้วยสุขภาพจิตที่ดี จึงได้จัดทำโครงการปันยิ้มสร้างสุขสูงวัยกายใจแข็งแรง รุ่นที่ 3 ประจำปี 2564 เพื่อให้ผู้สูงอายุได้เข้าร่วมกิจกรรม ผ่อนคลายความตึงเครียด รู้สึกมีกำลังใจ เชื่อมั่นในตัวเอง และอยู่เป็นร่มโพธิ์ร่มไทรแก่ลูกหลานสืบไป

วัตถุประสงค์/เป้าหมาย
  1. เพื่อส่งเสริมให้ผู้สูงอายุมีความรู้สึกมีคุณค่าในตนเองใช้ชีวิตตามรอยแห่งความพอเพียงมีส่วนร่วมใน กิจกรรมของชุมชน
  2. เพื่อแสดงศักยภาพภูมิความรู้ ประสบการณ์ที่สั่งสมมาถ่ายทอดแก่บุคคลอื่นได้
  3. เพื่อส่งเสริมให้ผู้สูงอายุสามารถดูแลสุขภาพของตนเองเบื้องต้นได้และพึ่งผู้อื่นให้น้อยที่สุด
การดำเนินงาน/กิจกรรม
  1. เบิกค่าป้ายไวนิลโครงการ จำนวน 1 ป้าย ขนาด 1 x 3 เมตร
  2. เบิกค่าวัสดุอุปกรณ์
  3. ค่าตอบแทนวิทยากร ชั่วโมงละ 600 x 6 ชั่วโมง
  4. ปฐมนิเทศ , สาธารณสุขตำบลตรวจสุขภาพผู้สูงอายุ ,คุยกับหมอ (การดูแลสุขภาพที่จำเป็นของผู้สูงอายุ) , กิจกรรมสัมพันธ์ผู้สูงอายุ (กิจกรรมพบปะเพื่อนใหม่)
  5. การฝึกอาชีพ (การทำผ้ามัดย้อม) เพื่อฝึกศักยภาพฝีมือของผู้สูงอายุ
  6. การฝึกอาชีพ (การทำผ้ามัดย้อม) เพื่อฝึกศักยภาพฝีมือของผู้สูงอายุ (ต่อ) , กิจกรรมนันทนาการ
  7. กิจกรรมโภชนาการอาหาร , อาหารเพื่อสุขภาพ , การดูแลสุขภาพช่องปากสำหรับผู้สูงอายุ, กิจกรรมการออกกำลังกายสำหรับผู้สูงอายุ
  8. การดูแลสุขภาพจิตของผู้สูงอายุ ,กิจกรรมเข้าจังหวะ (บาสโลบ) , กิจกรรมดนตรีบำบัด
  9. กิจกรรมธนาคารความดี , การบำเพ็ญประโยชน์แก่สังคม ,กิจกรรมเยี่ยมบ้านเพื่อนผู้สูงอายุป่วยติดเตียง และเยี่ยมผู้ด้อยโอกาส
  10. กิจกรรมให้ความรู้ เรื่องกฎหมายผู้สูงอายุ กฎหมายพินัยกรรม กฎหมายมรดก สิทธิพื้นฐานของผู้สูงอายุ , กิจกรรมการให้ความรู้ เรื่องสื่อออนไลน์กับผู้สูงอายุ , กิจกรรมนันทนาการ , กิจกรรมกลุ่มสัมพันธ์
  11. กีฬาสัมพันธ์ผู้สูงอายุ ภายใต้กิจกรรมแก่อย่างมีคุณค่า ชราอย่างมีความสุข
  12. กิจกรรมท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ( กิจกรรมธรรมชาติบำบัด )
  13. กิจกรรมมอบประกาศนียบัตรผู้ผ่านการร่วมกิจกรรมโรงเรียนผู้สูงอายุ รุ่นที่ 3ประเมินผลโครงการ ตลอดจนข้อเสนอแนะ ปัญหาต่าง ๆ เพื่อปรับปรุงและเป็นข้อมูลในการดำเนินโครงการต่อไป
วิธีดำเนินการ

1.ประชุมชมรมผู้สูงอายุเพื่อปรึกษาหารือแนวทางการจัดกิจกรรม 2.ทำหนังสือประชาสัมพันธ์และรับสมัครผู้สูงอายุที่มีความประสงค์เข้าร่วมกิจกรรมรุ่นที่ 3 3.เสนอโครงการแผนการดำเนินงาน เพื่อขออนุมัติ 4.ดำเนินโครงการ ,ประเมินผลโครงการ ตลอดจนข้อเสนอแนะ ปัญหาต่าง ๆ เพื่อปรับปรุงและเป็นข้อมูลในการดำเนินโครงการต่อไป 5.ดำเนินโครงการ จำนวน 10 วัน จัดช่วงบ่ายโมง ถึง 4 โมงเย็น ของวันพุธทุกเดือน

ผลที่คาดว่าจะได้รับ
  1. ผู้สูงอายุมีความรู้สึกมีคุณค่าในตนเองใช้ชีวิตตามรอยแห่งความพอเพียงมีส่วนร่วมใน กิจกรรมและผ่อนคลายความตึงเครียด
  2. ผู้สูงอายุมีความรู้ สามารถเล่าประสบการณ์ที่สั่งสมมาถ่ายทอดแก่บุคคลอื่นและแลกเปลี่ยนความรู้ซึ่งกันและกัน
  3. ผู้สูงอายุสามารถดูแลสุขภาพของตนเองเบื้องต้นได้และพึ่งผู้อื่นน้อยที่สุด