กองทุนสุขภาพตำบล - กองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่น - กปท

โครงการขับขี่ปลอดภัย ใส่ใจกฎจราจร

รายละเอียดโครงการ
รายละเอียดโครงการ
ชื่อโครงการ/กิจกรรม โครงการขับขี่ปลอดภัย ใส่ใจกฎจราจร
รหัสโครงการ 64-L5188-2-20
ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ โรเงรียนวัดนิคมประสาทมิตรภาพที่ 149
วันที่อนุมัติ 29 มีนาคม 2564
ปี 2564
ระยะเวลาดำเนินโครงการ 29 มีนาคม 2564 - 30 กันยายน 2564
งบประมาณ 10,368.00
ผู้รับผิดชอบโครงการ นางสาวสรณ์สิริ สรเพ็ชร
พื้นที่ดำเนินการ ตำบลเกาะสะบ้า อำเภอเทพา จังหวัดสงขลา
ประเด็น
แผนงานความปลอดภัยทางถนน
สถานการณ์/หลักการและเหตุผล
  1. ร้อยละ นักเรียนขาดจิตสำนึกเรื่องวินัยกฎจราจร ขนาด 50.00
  2. ร้อยละ นักเรียนขาดความรู้ ความเข้าใจเรื่องกฎจราจร ขนาด 70.00
  3. ร้อยละ นักเรียนไม่สวมหมวกนิรภัยขณะขับขี่ ขนาด 50.00

ทางโรงเรียนได้เล็งเห็นความสำคัญของปัญหาการขับขี่รถจักรยานยนต์บนท้องถนนของนักเรียน เพื่อป้องกันควบคุมการเกิดอุบัติเหตุของนักเรียน ส่วนใหญ่มาจากปัจจัยทางด้านพฤติกรรมของบุคคลรวมถึงนักเรียน ซึ่งได้แก่ การไม่สวมหมวกนิรภัยขณะขับขี่ การขาดความระมัดระวังในการขับขี่ การไม่มีมารยาทในการขับขี่และการไม่ปฏิบัติตามกฎจราจร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มนักเรียน เยาวชน พบว่าการไม่สวมหมวกนิรภัยในผู้ขับขี่และผู้โดยสารรถจักรยานยนต์ในที่อัตราสูง ดังนั้น โรงเรียนวัดนิคมประสาทมิตรภาพที่ 149 จึงได้จัดทำโครงการขับขี่ปลอดภัยใส่ใจกฎจราจร ประจำปีงบประมาณ 2564 ขึ้น เพื่อเพิ่มทักษะความรู้ ความเข้าใจ ความตระหนักและปลูกฝังจิตสำนึกให้แก่นักเรียนในเรื่องกฎหมายจราจร การรักษาวินัยในการขับขี่ การรู้จักป้องกันตัวเองขณะขับขี่ยานพาหนะและสร้างเครือข่ายแกนนำนักเรียน ในการรณรงค์ประชาสัมพันธ์ให้กับนักเรียนและเยาวชนคนอื่นๆ ในเรื่องของการป้องกนอุบัติเหตุจราจรต่อไป

วัตถุประสงค์/เป้าหมาย
  1. เพื่อให้นักเรียนมีทักษะความรู้ความเข้าใจในเรื่องกฎจราจร
  2. เพื่อปลูกฝังจิตสำนึกเรื่องวินัยกฎจราจรของนักเรียน
  3. เพื่อส่งเสริมให้นักเรียนสวมหมวกนิรภัยขณะขับขี่
การดำเนินงาน/กิจกรรม
  1. ประชุมแผนการดำเนินงานตามโครงการ (วันที่ 5 มีนาคม 2564 - วันที่ 5 มีนาคม 2564)
  2. อบรม/ฝึกปฏิบัติตามกฎจราจร
วิธีดำเนินการ
ผลที่คาดว่าจะได้รับ

1.นักเรียนมีทักษะความรู้ความเข้าใจในเรื่องกฎจราจรเพิ่มขึ้นร้อยละ95
2. นักเรียนมีวินัย มารยาทตามกฎจราจรเพิ่มขึ้น ร้อยละ95 3. นักเรียนสวมหมวกนิรภัยขณะขับขี่เพิ่มขึ้น ร้อยละ95