โครงการเฝ้าระวังและติดตามโรคความดันโลหิตสูงและเบาหวานในกลุ่มเสี่ยงในชุมชนบ้านคลองเตย 5 ปี 2564
โครงการเฝ้าระวังและติดตามโรคความดันโลหิตสูงและเบาหวานในกลุ่มเสี่ยงในชุมชนบ้านคลองเตย 5 ปี 2564
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการเฝ้าระวังและติดตามโรคความดันโลหิตสูงและเบาหวานในกลุ่มเสี่ยงในชุมชนบ้านคลองเตย 5 ปี 2564 | |
| รหัสโครงการ | 64-L7257-2-11 | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | ประธานอาสาสมัครสาธารณสุขชุมชนบ้านคลองเตย 5 | |
| วันที่อนุมัติ | 24 กุมภาพันธ์ 2564 | |
| ปี | 2564 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 1 เมษายน 2564 - 30 กันยายน 2564 | |
| งบประมาณ | 24,950.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นางสาวสมศรี สุดคง | |
| พื้นที่ดำเนินการ | ตำบลคอหงส์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา |
- ร้อยละของประชาชนทีมีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน ขนาด 0.00
- ร้อยละประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคความดันโลหิตสูง ขนาด 0.00
โรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง เป็นโรคไม่ติดต่อเรื้อรังที่เป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญ รวมทั้งยังเป็นโรคที่เราเรียกว่า “ภัยเงียบ” ที่ส่งผลกระทบต่อการเกิดโรคหลอดเลือดสมองเกิดอัมพฤกษ์ อัมพาต ตามมา ซึ่งกระทรวงสาธารณสุข มีนโยบายให้มีการจัดการดูแลสุขภาพเชิงรุก โดยการตรวจคัดกรองและเฝ้าระวังสภาวะเสี่ยงต่อสุขภาพ สำหรับโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง พร้อมทั้งให้ดำเนินการส่งเสริมการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพในกลุ่มเสี่ยง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดโรคที่มีภาวะแทรกซ้อนในอวัยวะที่สำคัญของร่างกายหลายระบบ เช่น ตา ไต หัวใจ เท้า เป็นต้น จาก การดำเนินงานคัดกรองโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง ในกลุ่มอายุ 35 ปีขึ้นไป ของชุมชนคลองเตย 5 ซึ่งมีประชาชนในกลุ่มอายุ 35 ปีขึ้นไป จำนวน 1,460 คนในปี 2563 กลุ่มเป้าหมายได้รับการคัดกรองโรคเบาหวาน 670 คน คิดเป็นร้อยละ 54.60 ผลการคัดกรองปกติ จำนวน 782 คน คิดเป็นร้อยละ 880.57 อยู่ในกลุ่มเสี่ยง จำนวน 100 คนคิดเป็นร้อยละ 19.48 กลุ่มสงสัยป่วย 15 คน คิดเป็นร้อยละ 2.07 กลุ่มป่วย 89 คน คิดเป็น 6.97 และได้รับการคัดกรองโรคความดันโลหิตสูง จำนวน 675 คน ผลการคัดกรองปกติ 556 คน คิดเป็นร้อยละ 77.40 อยู่ในกลุ่มเสี่ยง 159 คน คิดเป็นร้อยละ 20.64 กลุ่มสงสัยป่วย 15 คนคิดเป็นร้อยละ 1.94 กลุ่มป่วย 154 คน คิดเป็นร้อยละ 11.05 ตามลำดับ จะเห็นได้ว่า ผู้ป่วยโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง มีแนวโน้มต่อการเพิ่มขึ้น เนื่องจากวิถีชีวิตและวัฒนธรรมในการดูแลสุขภาพ การบริโภคอาหารหวาน มัน เค็มและอาหารจานด่วนของคนในชุมชนบ้านคลองเตย 5 ซึ่งเป็นชุมชนกึ่งเมืองกึ่งชนบท มีสถานที่จำหน่ายอาหารที่หาได้ง่าย จากการสำรวจพฤติกรรมสุขภาพ พบว่ามีกลุ่มเสี่ยงที่มีพฤติกรรมการบริโภคอาหาร หวาน มัน เค็ม ร้อยละ 70 ไม่ออกกำลังกาย ร้อยละ 60 มีการดื่มสุรา ร้อยละ 34 และสูบบุหรี่ ร้อยละ 32 ส่วนใหญ่นิยมรับประทานอาการแกงถุง อาหารนอกบ้าน และมีงานเทศกาลต่างๆ มากกมาย ทำให้ไม่มีเวลาในการออกกำลังกาย หรือดูแลตนเองไม่มีการคำนึงถึงพลังงานที่ควรได้รับ ส่งผลให้มีการสะสมไขมัน เกิดภาวะอ้วนลงพุงเกิดโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงตามมา จากข้อมูลดังกล่าว ของชุมชนบ้านคลองเตย 5ตำบลคอหงส์ อำเภอหาดใหญ่จังหวัดสงขลา พบว่าจำนวนกลุ่มเสี่ยงด้วยโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงมีแนวโน้มสูงขึ้นทั้งนี้เป็นผลจากการคัดกรองได้ครอบคลุมมากขึ้นแต่ขณะเดียวกัน หากผู้ที่มีภาวะเสี่ยงต่อโรคจากผลการคัดกรองไม่ตระหนักในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพที่ดีอย่างต่อเนื่อง ทำให้แนวโน้มการเจ็บป่วยด้วยโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงเพิ่มขึ้น และเมื่อมีความเจ็บป่วยเพิ่มขึ้นทำให้ประชาชนเกิดความเครียด ซึ่งจะสามารถนำไปสู่การเจ็บป่วยทางด้านจิตใจได้ในอนาคต และในกลุ่มที่ป่วยแล้วต้องมีการดำเนินการไม่ให้เกิดภาวะแทรกซ้อนต่อไปจึงได้จัดโครงการเฝ้าระวังและตรวจคัดกรองโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงเชิงรุกในชุมชนบ้านคลองเตย 5 ปี 2564 ซึ่งมีกิจกรรมหลักในการคัดกรองและการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพในกลุ่มเสี่ยงและเพิ่มทักษะการมีพฤติกรรมสุขภาพที่ดี สำหรับกลุ่มประชาชนอายุ 35 ปีขึ้นไปให้สามารถดูแลตนเองเพื่อป้องกันการเกิดโรคทั้งด้านร่างกายและจิตใจ และในกลุ่มที่เป็นโรคได้รับการดูแลและรักษาได้อย่างทันท่วงทีและได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่อง และมีพฤติกรรมสุขภาพที่ดี เพื่อเป็นการป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่จะเกิดขึ้นต่อไป
- เพื่อติดตามและเฝ้าระวังกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง
- เพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพของผู้ที่มีภาวะเสี่ยง ไม่ให้ป่วยด้วยโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง
- เพื่อติดตามและสร้างแรงจูงในในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพของกลุ่มเสี่ยง
- ประชุมคณะทำงานในการดำเนินงาน
- กิจกรรมประชาสัมพันธ์โครงการฯ
- กิจกรรมจัดหาครุภัณฑ์ในการดำเนินงาน
- กิจกรรมจัดหาวัสดุในการดำเนินงาน
- กิจกรรมปรับเปลี่ยนพฤติกรรม และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เรื่องอาหาร การออกกำลังกาย อารมณ์ ไม่สูบบุหรี่ ไม่ดื่มสุรา (๓ อ. ๒ ส) สำหรับกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง
- กิจกรรมติดตามกลุ่มเสี่ยงหลังปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ จำนวน 2 ครั้ง
- ประชุมคณะกรรมการในการสรุปผลดำเนินงาน
- ประชากรกลุ่มเสี่ยง ได้รับการติดตามและฝ้าระวังพฤติกรรมสุขภาพเพื่อป้องกันโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง ร้อยละ 40
- ประชากรกลุ่มเสี่ยงมีความรู้ในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ เพิ่มขึ้นร้อยละ 80
- ประชากรกลุ่มเสี่ยงสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพได้ถูกต้องสม่ำเสมอ สามารถกลับสู่ภาวะปกติมากกว่าร้อยละ 20 และกลุ่มเสี่ยงทุกคนได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่อง