โครงการใส่ใจสตรีมุสลิมกะรุบี ค้นหาโรคมะเร็งปากมดลูกและมะเร็งเต้านม ปี 2564
โครงการใส่ใจสตรีมุสลิมกะรุบี ค้นหาโรคมะเร็งปากมดลูกและมะเร็งเต้านม ปี 2564
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการใส่ใจสตรีมุสลิมกะรุบี ค้นหาโรคมะเร็งปากมดลูกและมะเร็งเต้านม ปี 2564 | |
| รหัสโครงการ | 64-L2971-1-03 | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านบาโงยือแบ็ง | |
| วันที่อนุมัติ | 18 มกราคม 2564 | |
| ปี | 2564 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 1 ตุลาคม 2563 - 30 กันยายน 2564 | |
| งบประมาณ | 18,050.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นางพนิดา กุลุแป | |
| พื้นที่ดำเนินการ | ตำบลกะรุบี อำเภอกะพ้อ จังหวัดปัตตานี |
โรคมะเร็งเป็นปัญหาทางสาธารณสุขที่สำคัญของประเทศไทยทำให้เกิดการสูญเสียชีวิตของประชาชนและสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลเป็นจำนวนมากโรคมะเร็งเป็นสาเหตุการตายอันดับหนึ่งในประเทศไทยจากข้อมูลสถิติสาธารณสุขปี พ.ศ.2546(สถาบันมะเร็งแห่งชาติ, 2548) พบว่าอัตราตายจากโรคมะเร็งของประชากรไทยมีแนวโน้มสูงขึ้นและโรคมะเร็งที่พบมากที่สุดในประเทศไทยได้แก่มะเร็งตับมะเร็งปอดมะเร็งปากมดลูกและมะเร็งเต้านมตามลำดับสำหรับสตรีไทยโรคมะเร็งปากมดลูกมีอุบัติการณ์สูงเป็นอันดับหนึ่งของโรคมะเร็งทุกชนิด (สถาบันมะเร็งแห่งชาติ, 2548) นอกจากนี้ยังพบว่า การตรวจวินิจฉัยและให้การรักษาผู้ที่มีความผิดปกติของปากมดลูกตั้งแต่ระยะก่อนเป็นมะเร็งตามขั้นตอน ที่ถูกต้องเหมาะสมสามารถลดอุบัติการณ์และอัตราการตายของโรคมะเร็งปากมดลูกได้เนื่องจากมะเร็งปากมดลูกเป็นมะเร็งที่สามารถตรวจพบได้ตั้งแต่เซลล์เริ่มผิดปกติโดยการทำPapsmearหรือVIA (VisualInspectionofcervixwithAceticacid)ประกอบกับการดำเนินโรคเป็นแบบค่อยเป็นค่อยไปและสามารถรักษาให้หายขาดได้โดยการรักษาตามระบบและการจี้เย็น (Cryotherapy)ปีงบประมาณ2563สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ได้เห็นความสำคัญของปัญหาจึงให้การสนับสนุนงบประมาณการดำเนินงานโครงการคัดกรองมะเร็งปากมดลูกและมะเร็งเต้านมแก่กระทรวงสาธารณสุข โดยมอบให้สถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ดำเนินโครงการคัดกรองมะเร็งปากมดลูกด้วยวิธีPapsmearและVIA ในสตรีไทยอายุ30-70ปีกำหนดเกณฑ์ตัวชี้วัด ร้อยละของสตรี 30-70 ปี ได้รับการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกสะสม ปีงบประมาณ2563-2567ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 จากการดำเนินงานในเขตตำบลกะรุบี ปี 2563 พบว่าประชาชนในกลุ่มเป้าหมาย อายุ 30-70 ปี มีจำนวน 221 ราย เข้ารับการคัดกรอง จำนวน 51 ราย มารับการคัดกรองต่ำกว่าเกณฑ์ คิดเป็นร้อยละ 22.08 เนื่องจากประชาชนกลุ่มเป้าหมายยังไม่ตระหนักและให้ความสำคัญในการตรวจคัดกรอง เพราะยังขาดความรู้ มีทัศนะคติที่ไม่ถูกต้อง เช่น ที่อ้างว่าผิดหลักศาสนา ความอายต่อเจ้าหน้าที่ และด้วยบริบทพื้นที่ตำบลกะรุบี ประชาชนกลุ่มเป้าหมายของตำบลกะรุบี ส่วนใหญ่ไม่มีประสบการณ์ในการตรวจมะเร็ง ทำให้มีความอายต่อเจ้าหน้าที่ผู้ตรวจ กลัวเครื่องมืออุปกรณ์ในการตรวจ จากปัญหาดังกล่าวโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านบาโงยือแบ็ง ได้จัดทำโครงการขึ้นเพื่อให้กลุ่มเป้าหมายได้รับการตรวจ คัดกรองเพื่อค้นหาโรคมะเร็งปากมดลูก และมะเร็งเต้านม ลดอัตราการเกิดมะเร็งปากมดลูก และเมื่อตรวจพบโรคแล้วจะได้รับการรักษาที่ถูกต้อง ได้ทันถ้วนที และประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีต่อไป อยู่ในสังคมอย่างมีความสุข
- เพื่อสร้างเจตคติที่ดีให้กับกลุ่มเป้าหมายต่อการเข้ารับการคัดกรองมะเร็งปากมดลูกและมะเร็งเต้านม
- เพื่อลดอัตราการเกิดโรคมะเร็งระยะลุกลามในสตรี และเพิ่มอัตรารอดชีวิตจากโรคมะเร็ง ส่งเสริมสุขภาพสตรีและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
- เพื่อให้สตรีที่คัดกรองที่พบความผิดปกติ ได้รับการส่งต่อพบแพทย์ทันที
- 2.จัดรณรงค์เชิงรุกในพื้นที่ให้ความรู้เรื่องโรคมะเร็งเต้านมและมะเร็งปากมดลูก โดยอาสาสมัครสาธารณสุข
- 3.ส่งต่อกลุ่มเป้าหมายที่มีความผิดปกติไปพบแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยโรคและให้การรักษาที่ถูกต้องอย่างรวดเร็ว
- 1.1 จัดอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับมะเร็งเต้านมพร้อมทั้งสอนวิธีการตรวจค้นหามะเร็งเต้านมด้วยตนเองและอบรมให้ความเกี่ยวกับโรคมะเร็งปากมดลูกตามหลักศาสนาแก่สตรีอายุ 30-70 ปี
1.ชี้แจง/ประชาสัมพันธ์โครงการให้กลุ่มเป้าหมายทราบ เพื่อเข้าร่วมโครงการ 2.จัดอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับโรคมะเร็งเต้านมพร้อมทั้งสอนวิธีการตรวจ ค้นหา มะเร็งเต้านมด้วยตนเองที่ถูกต้องและอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับโรคมะเร็ง ปากมดลูกตามหลักศาสนา แก่สตรีอายุ 30-70 ปี 3.จัดรณรงค์เชิงรุกในพื้นที่ให้ความรู้เรื่องโรคมะเร็งเต้านมและมะเร็งปากมดลูก โดยอาสาสมัครสาธารณสุข 4.เสริมสร้างแรงจูงใจเพื่อสตรีอายุ 30-70 ปี ที่สมัครใจเข้าร่วมโครงการ มารับการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก 5. ส่งต่อกลุ่มเป้าหมายที่มีความผิดปกติไปพบแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยโรคและ ให้การรักษาที่ถูกต้องอย่างรวดเร็ว
- กลุ่มเป้าหมายมีเจตคติที่ดีต่อการเข้ารับการคัดกรองมะเร็งปากมดลูกและมะเร็งเต้านม
- ลดอัตราการเกิดโรคมะเร็งระยะลุกลามในสตรี และเพิ่มอัตรารอดชีวิตจากโรคมะเร็ง ส่งเสริมสุขภาพสตรีและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
- สตรีที่คัดกรองที่พบความผิดปกติ ได้รับการส่งต่อพบแพทย์ทันที