กองทุนสุขภาพตำบล - กองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่น - กปท

โครงการใกล้บ้าน ใกล้ใจ ส่งเสริมใส่ใจผู้สูงวัย ติดบ้าน ติดเตียง2564

รายละเอียดโครงการ
รายละเอียดโครงการ
ชื่อโครงการ/กิจกรรม โครงการใกล้บ้าน ใกล้ใจ ส่งเสริมใส่ใจผู้สูงวัย ติดบ้าน ติดเตียง2564
รหัสโครงการ 64-L4115-2-05
ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ อาสาสมัครสาธารณสุขชุมชน
วันที่อนุมัติ 22 มีนาคม 2564
ปี 2564
ระยะเวลาดำเนินโครงการ 1 มีนาคม 2564 - 30 กันยายน 2564
งบประมาณ 19,175.00
ผู้รับผิดชอบโครงการ อาสาสมัครสาธารณสุขชุมชน (นางสาวซานีด๊ะ แดวอสนุง)
พื้นที่ดำเนินการ ตำบลห้วยกระทิง อำเภอกรงปินัง จังหวัดยะลา
ประเด็น
แผนงานผู้สูงอายุ
สถานการณ์/หลักการและเหตุผล

ผู้สูงอายุหรือคนชรา ตามคำจำกัดความขององค์การอนามัยโลก หมายถึงคนที่มีอายุ 60 ปี ขึ้นไปทั้งเพศหญิงและเพศชาย ปัจจุบันประเทศต่างๆทั่วโลกมีอัตราการเพิ่มจำนวนของผู้สูงอายุมากขึ้นทุกปี เหตุที่เป็นเช่นนี้เนื่องจากความเจริญก้าวหน้าทางการแพทย์และการพัฒนางานด้านสาธารณสุขทำให้สุขภาพอนามัยของประชาชนดีขึ้นและมีอายุยืนยาวทำให้ผู้สูงอายุในประเทศไทยมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น ผู้สูงอายุถือได้ว่าเป็นทรัพยากรของชาติที่มีคุณค่าทุกคนควรให้ความรักเคารพ และดูแลเอาใจใส่เนื่องจากเป็นผู้ที่สร้างประโยชน์แก่ประเทศชาติมาก่อน สามารถถ่ายทอดความรู้ ประสบการณ์ และวัฒนธรรมอันดีไปสู่ลูกหลาน    แต่ปัจจุบันผู้สูงอายุถูกทอดทิ้งจากบุตรหลานมากขึ้นทำกิจวัตรและดูแลตัวเองในเรื่องของความเป็นอยู่ในชีวิตประจำวันมากขึ้น ฉะนั้นผู้สูงอายุควรต้องได้รับความรู้ในเรื่อง การรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ การออกกำลังกาย การดูแลสุขภาพปากและฟัน การป้องกันอุบัติเหตุเหล่านี้เป็นต้น เพื่อที่จะสามรถดูแลสุขภาพร่างกายของตัวเองได้ทำให้เกิดปัญหาได้น้อยที่สุดและส่งผลให้จิตใจสดชื่น แจ่มใส ช่วยให้คนรอบข้างหรือครอบครัวทั้งสังคมมีความสุขด้วยและครอบครัวเป็นสถาบันที่เล็กที่สุดแต่มีความสำคัญที่สุด ถ้าครอบครัวให้ความสำคัญและเล็งเห็นความสำคัญของผู้สูงอายุด้วยแล้วครอบครัวและสังคมไทยจะมีความสุข และทุกคนมีสุขภาพจิตที่ดีส่งผลให้ร่างกายดีตามมาเพื่อเป็นการส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุและส่งเสริมสถาบันครอบครัวดังกล่าว จึงได้ทำโครงการนี้ขึ้นเพื่อเป็นการส่งเสริมคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุให้สามารถดูแลตัวเองได้โดยไม่เป็นภาระแก่ลูกหลาน จากการสำรวจผู้สูงอายุในตำบลห้วยกระทิง ปี2563 พบว่ามีผู้สูงอายุทั้งหมดจำนวน 376 ราย โดยแบ่งกลุ่มผู้สูงอายุได้เป็น 3 กลุ่ม ในแต่ละกลุ่มมีความสามารถในการช่วยเหลือตัวเองได้แตกต่างกัน กลุ่มที่ 1กลุ่มติดเตียงมี  จำนวน 6 ราย คิดเป็นร้อยละ ๑.59 ซึ่งอยู่ในกลุ่มติดเตียง มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องได้รับการดูแล อย่างใกล้ชิดทั้งผู้สูงอายุและผู้ดูแลผู้สูงอายุเพื่อลดภาวะแทรกซ้อนอื่นๆและส่งเสริมคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น กลุ่มที่ 2 ติดบ้าน มีจำนวน 17 ราย คิดเป็นร้อยละ 4.52 ซึ่งกลุ่มนี้สามารถช่วยเหลือตัวเองได้บางส่วน กลุ่มที่ 3 กลุ่มติดสังคม มีจำนวน 353 ราย คิดเป็นร้อยละ 93.88 ซึ่งกลุ่มนี้สามารถช่วยเหลือตัวเองได้  แต่พบว่าผู้สูงอายุส่วนใหญ่ยังขาดทักษะและความรู้ในการปฏิบัติตัวเพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจจะเกิดขึ้น จากปัญหาดังกล่าว จึงได้เห็นความสำคัญของการดูแลผู้สูงอายุในพื้นที่ จึงได้จัดทำโครงการขึ้นมาเพื่อส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุ และญาติที่จะสามารถดูแลผู้สูงอายุให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีต่อไป

วัตถุประสงค์/เป้าหมาย
การดำเนินงาน/กิจกรรม
  1. จัดกิจกรรมให้ความรู้เรื่อง ศาสนากับการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุเน้นการดูแลสุขภาพจิต
  2. กิจกรรมที่ 2 ติดตามเยี่ยมบ้านในกลุ่มผู้สูงอายุติดเตียงจำนวน 2 ครั้ง/ราย
  3. กิจกรรมที 3 จัดกิจกรรมอบรมให้ความรู้ให้แก่ผู้ดูแลผู้สูงอายุ
วิธีดำเนินการ

วิธีดำเนินการ/กิจกรรม     กิจกรรมที่ 1 จัดกิจกรรมให้ความรู้เรื่อง ศาสนากับการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุเน้นการดูแลสุขภาพจิต -ประชุมทีมงานวางแนวทางการดำเนินงาน
-ร่วมจัดกิจกรรมกับรพสต. จำนวน 1 ครั้ง -สรุปและประเมินผลการดำเนินงาน กิจกรรมที่ 2 ติดตามเยี่ยมบ้านในกลุ่มผู้สูงอายุติดเตียงจำนวน 2 ครั้ง/ราย -ร่วมประชุมวางแผนการเยี่ยมบ้านกับทีม อสม.CGในแต่ละพื้นที่ - จัดทีม อสม./CG ลงเยี่ยมบ้านทุกวันศุกร์ที1 และที่ 2 ของเดือน - ตรวจสุขภาพผู้สูงอายุติดเตียงทุกราย

กิจกรรมที 3  จัดกิจกรรมอบรมให้ความรู้ให้แก่ผู้ดูแลผู้สูงอายุ -ประชุมการวางแนวทางการดำเนินงาน -ดำเนินการจัดอบรมตามที่กำหนด -ตรวจสุขภาพผู้สูงอายุที่เข้ารับการอบรมทุกราย -สรุปและประเมินผลการจัดอบรม

ผลที่คาดว่าจะได้รับ

1.ทำให้ญาติหรือผู้ที่ทำหน้าที่ในการจัดการศพในชุมชน มีความรู้ความเข้าใจในเรื่องการอาบน้ำศพ การห่อศพ การจัดการศพที่ถูกต้องตามหลักศาสนาอิสลาม และได้รับการเรียนรู้จากประสบการณ์ตรง 2.ทำให้ญาติหรือผู้ที่ทำหน้าที่ในการจัดการศพในชุมชน มีความรู้ความเข้าใจในเรื่องการป้องกันโรคติดต่อในการจัดการศพ ตามหลักสุขลักษณะสามารถป้องกันการแพร่เชื้อที่อาจเกิดขึ้นจากการจัดการศพ