โครงการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-๑๙ ผ่านกระบวนการกิจกรรมทางศาสนา
โครงการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-๑๙ ผ่านกระบวนการกิจกรรมทางศาสนา
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-๑๙ ผ่านกระบวนการกิจกรรมทางศาสนา | |
| รหัสโครงการ | l2498-64-02-03 | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | กองการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม องค์การบริหารส่วนตำบลยี่อ | |
| วันที่อนุมัติ | 25 มีนาคม 2564 | |
| ปี | 2564 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 1 เมษายน 2564 - 30 เมษายน 2564 | |
| งบประมาณ | 34,625.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นางสาวนิยัสมินทร์ ดือราแม | |
| พื้นที่ดำเนินการ | ตำบลยี่งอ อำเภอยี่งอ จังหวัดนราธิวาส |
ปัจจุบันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 หรือ โควิด-19 ได้ลุกลามไปในหลายประเทศทั่วโลก ทวีความรุนแรงมากขึ้น ทำให้จำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มสูงขึ้น ส่วนหนึ่งเกิดจากการที่ประชาชนไม่เข้าใจแนวทางปฏิบัติตัวในถานการณ์ของโรคระบาด รวมทั้งมีความเชื่อที่ไม่ถูกต้องตาม หลักศาสนา โดยในหลักศาสนาอิสลามอาศัยบทบัญญัติแห่งคัมภีร์อัลกรุอาน ที่ 195 ซูเราะฮ์ อัลบากอเราะฮ์ ความว่า “สูเจ้าอย่าได้นำตนเองสู่ความวิบัติ” ซึ่งมีนัยชี้ชัดว่า ห้ามกระทำการใดๆ ที่เป็นการฆ่าตัวตาย การทำร้ายตนเอง และการนำพาตนเองไปสู่ความเสียหาย ความสูญเสียหรือการเสียชีวิตจะด้วยวิธีการหรือการกระทำใดๆ ก็ตาม ล้วนเป็นสิ่งต้องห้าม สำนักจุฬาราชมนตรี ได้พิจารณาตามเจตนารมณ์สำคัญของบทบัญญัติศาสนาอิสลามเกี่ยวกับสถานการณ์ดังกล่าวแล้ว จึงประกาศให้พี่น้องมุสลิมได้พึงตระหนักและปฏิบัติตาม เพื่อลดการสูญเสียและหยุดการแพร่กระจายของเชื้อไวรัส ทั้งนี้ การประกาศดังกล่าวแนะนำให้ชาวมุสลิมงดการทักทาย (สลาม) ด้วยการสัมผัสมือ การสวมกอด และการสัมผัสแก้ม โดยให้ยกมือทักทายกันเท่านั้น รณรงค์ให้ทุกคนช่วยกันดูแลทำความสะอาดอุปกรณ์ และบริเวณที่มีผู้สัมผัสมากๆ ด้วยน้ำยาทำความสะอาด และแอลกอฮอล์อย่างสม่ำเสมอ และบ่อยกว่าปกติ รวมทั้งให้ทำความสะอาดพื้นมัสยิด หรือที่ละหมาดอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง เป็นต้น ในกรณีมีผู้เสียชีวิตจากโรคติดเชื้อโควิด-19 นั้น ห้ามญาติและผู้มาเยี่ยม สัมผัสหรือจูบศพ และเพื่อป้องกันการติดเชื้อ และแพร่กระจายของเชื้อ จึงทำให้การจัดการศพต้องดำเนินไปตามหลักการแพทย์ทุกประการ
ดังนั้น องค์การบริหารส่วนตำบลยี่งอเห็นถึงความสำคัญในการสร้างความตระหนักให้กับ ผู้นำศาสนาซึ่งเป็นหัวใจหลักของชุมชนที่จะเป็นแกนนำสำคัญในการประชาสัมพันธ์ไปยังประชาชนถึงมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคได้อย่างถูกต้องตามหลักสาธารณสุขที่เชื่อมหลักศาสนาและคำแถลงของจุฬาราชมนตรีในทิศทางเดียวกัน รวมถึงประชาชนในหมู่บ้านมีความตระหนักในการดูแลตนเองและมีความรับผิดชอบต่อสังคมเพื่อการลดกระจายของเขื้อโรคโดยยึดหลักบทบัญญัติของศาสนา ซึ่งองค์กรคาดหวังว่าอีกไม่นานทุกคนจะได้กลับมาใช้ชีวิตได้อย่างปกติสุข และมัสยิดทุกแห่งจะเต็มไปด้วยประชาชนที่เดินทางมาร่วมกันละหมาด ทักทายกันด้วยการจับมือสลาม สวมกอดอย่างสบายใจ เพราะทุกพื้นที่สดใสปราศจาก เชื้อโควิด-19
- เพื่อให้ผู้เข้าอบรมมีความเข้าใจแนวทางและมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 และลดการแพร่กระจายของโรค ตามหลักสาธารณสุขที่เชื่อมหลักศาสนาและคำแถลงของสำนักจุฬาราชมนตรี
- เพื่อสร้างความตระหนักในการดูแลตนเองและรับผิดชอบต่อสังคมในทุกสถานการณ์โดยยึดหลักบทบัญญัติศาสนาอิสลาม
- เพื่อให้สามารถสื่อสารต่อกับผู้อื่นอย่างถูกต้อง สามารถปรับตัว เฝ้าระวังและปฏิบัติตามประกาศของสำนักจุฬาราชมนตรีและหน่วยงานราชการในสถานการณ์ต่างๆ ด้วยความเข้าใจอย่างถ่องแท้
- จัดบรรยายตามหลักการแพทย์และด้านศาสนาเกี่ยวกับความเข้าใจแนวทางและมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-๑๙
จัดบรรยายตามหลักการแพทย์และด้านศาสนาเกี่ยวกับความเข้าใจแนวทางและมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-๑๙
๕.๑ ประชุม/ปรึกษาหารือคณะผู้บริหาร สมาชิก และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง
๕.๒ ติดต่อประสานงานกับวิทยากรบรรยาย
๕.๓ วางแผนกำหนดการ วัน เวลา พร้อมกำหนดตารางการบรรยาย
๕.๔ เสนอโครงการเพื่อขออนุมัติ
๕.๕ ดำเนินการตามโครงการ
- กิจกรรมการบรรยาย เรื่อง แนวทางและมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด ๑๙ ตามหลักสาธารณสุขที่เชื่อมหลักศาสนาและคำแถลงของสำนักจุฬาราชมนตรี
- กิจกรรมการบรรยาย เรื่อง การสร้างความตระหนักในการดูแลตนเองและมีความรับผิดชอบต่อสังคมในทุกสถานการณ์โดยยึดหลักบทบัญญัติศาสนาอิสลาม
๙.๑ ผู้เข้ารับการอบรมมีความเข้าใจแนวทางและมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด ๑๙ และลดการแพร่กระจายของโรค ตามหลักสาธารณสุขที่เชื่อมหลักศาสนาและคำแถลงของสำนักจุฬาราชมนตรี ๙.๒ ผู้เข้ารับการอบรมมีความตระหนักในการดูแลตนเองและรับผิดชอบต่อสังคมใน ทุกสถานการณ์โดยยึดหลักบทบัญญัติศาสนาอิสลาม ๙.๓ เพื่อให้สามารถสื่อสารต่อกับผู้อื่นอย่างถูกต้อง สามารถปรับตัว เฝ้าระวังและปฏิบัติตามประกาศของสำนักจุฬาราชมนตรีและหน่วยงานราชการในสถานการณ์ต่างๆ ด้วยความเข้าใจอย่างถ่องแท้