โครงการรณรงค์คัดกรองโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวานในประชาชนอายุ 35 ปีขึ้นไป หมู่ที่ 13
โครงการรณรงค์คัดกรองโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวานในประชาชนอายุ 35 ปีขึ้นไป หมู่ที่ 13
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการรณรงค์คัดกรองโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวานในประชาชนอายุ 35 ปีขึ้นไป หมู่ที่ 13 | |
| รหัสโครงการ | 2564-L1494-2-06 | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | ชมรมอาสาสมัครสาธารณสุขบ้านวังโตน หมู่ที่ 13 | |
| วันที่อนุมัติ | 8 มีนาคม 2564 | |
| ปี | 2564 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 8 มีนาคม 2564 - 30 กันยายน 2564 | |
| งบประมาณ | 16,400.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นางพิมพร สมาธิ | |
| พื้นที่ดำเนินการ | ตำบลนาท่ามเหนือ อำเภอเมืองตรัง จังหวัดตรัง |
- ร้อยละของประชาชนทีมีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน ขนาด 80.00
โรคเบาหวานเป็นโรคเรื้อรังและเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญของโลก ถึงแม้ว่าจะมีความเจริญก้าวหน้าทางวิทยาการเกี่ยวข้องกับโรคเบาหวานแต่ความชุกและอุบัติการณ์ กลับเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วทั้งในชุมชนเมืองและในชนบท อีกทั้งผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวานนั้น ถ้ามีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม จะเกิดภาวะแทรกซ้อน ทั้งทางตา ไต เท้า สมอง หัวใจ หรืออาจหมดสติจากภาวะน้ำตาลในเลือดสูงหมดสติจากภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ ติดเชื้อง่าย หลอดเลือดตีบหรือแตกในสมอง ทำให้เป็นอัมพาตได้ผลกระทบของผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวานมีทั้งกระทบโดยตรงต่อผู้ป่วยและครอบครัว คือจะต้องเสียค่าใช้จ่่ายต่าง ๆ การรักษาพยาบาลรวมทั้งสูญเสียอวัยวะและความพิการซึ่งเกิดขึ้นได้มากกว่าคนปกติ รวมทั้งมีผลกระทบถึงสภาพจิตใจด้วย นอกจากนี้ผลเสียทางอ้อมอันเกิดจากภาวะแทรกซ้อนและการมีพยาธิสภาพ ซึ่งทำให้เกิดความพิการหรือไร้สมรรถภาพ เช่น ไม่สามารถประกอบอาชีพได้ ขาดรายได้จากการทำงานสมรรถภาพในการทำงานลดลง การสูญเสียทรัพยากรบุคคลและอาจมีอายุสั้นกว่าปกติ ถ้าไม่ได้รับการรักษาที่ดีพออีกทั้งรัฐต้องเสียค่าใช้จ่ายในการนำ่เข้าเวชภัณฑ์จากต่างประเทศ และค่าใช้จ่ายในด้านอุปกรณ์การตรวจโรคเบาหวานและโรคแทรกซ้อนด้วยเหตุที่โรคเบาหวานเป็นโรคเรื้อรัง การรักษาเพื่อควบคุมโรคนั้นประกอบไปด้วยการควบคุมอาหาร การใช้ยาเบาหวาน การออกกำลังกาย การดูแลสุขภาพทั่วไปซึ่งถ้าผู้ป่วยรู้จักปฏิบัติตนได้อย่างถูกต้องเหมาะสมแล้ว ก็จะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดใกล้เคียงกับคนปกติและสามารถป้องกันภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ ได้ยืนยาวและมีความสุข ดังนั้น ดำเนินงานเน้นนโยบายเชิงรุก เร่งการป้องกันโรคโดยใช้เครือข่ายระหว่าง รพ.สต.กับอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านเพราะการดำเนินงานควบคุมและป้องกันโรค ที่เกิดจากพฤติกรรมของประชาชน จะประสบความสำเร็จมีประสิทธิภาพและเกิดความต่อเนื่องยั่งยืน จำเป็นอย่างยิ่งต้องอาศัยความร่วมมือจากภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องทุกส่วน และใช้กระบวนการที่บูรณาการเชื่อมโยงการดำเนินงาน โรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงเป็นโรคที่เป็นปัญหาที่สำคัญในพื้นที่ หมู่ที่ 13 บ้านวังโตน มีประชากรอายุ 35 ปีขึ้นไป จำนวน260 คน อาสาสมัครสาธารณสุขจำนวน 12 คน และเพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว ชมรมอาสาสมัครสาธารณสุขบ้านวังโตนหมู่ที่ 13 จึงได้จัดทำโครงการคัดกรองโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงขึ้น เพื่อให้ประชาชนได้รับการตรวจคัดกรองเบาหวานและความดันโลหิตสูงตามมาตรฐาน พร้อมทั้งรณรงค์สร้างความตระหนักในการดูแลสุขภาพมีพฤติกรรมที่ดี และได้รับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพเพื่อลดปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคเรื้อรัง
- เพื่อแก้ปัญหาประชาชนทีมีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน
- เพื่อให้ประชาชนอายุ 35 ปีขึ้นไปได้รับการคัดกรองโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง
- เพื่อค้นหาผู้ป่วยรายใหม่และส่งต่ออย่างเป็นระบบ
- ดำเนินการให้บริการตรวจคัดกรองแก่ประชาชนกลุ่มเป้าหมาย
- เตรียมกลุ่มเป้าหมายที่ต้องตรวจคัดกรอง
- ประชุมเตรียมชี้แจงอสม.ทบทวนความรู้ก่อนลงพื้นที่ปฏิบัติงานในเขตรับผิดชอบของตัวเอง
- สรุปและประเมินโครงการ
- จัดเตรียมกลุ่มเป้าหมายที่ต้องตรวจคัดกรอง
- ประชุมเตรียมชี้แจงอสม.ทบทวนความรู้ก่อนลงพื้นที่ปฏิบัติงาน
- ดำเนินการให้บริการตรวจคัดกรองแก่ประชาชนกลุ่มเป้าหมาย
- ดำเนินการให้บริการตรวจคัดกรองแก่ประชาชนกลุ่มเป้าหมาย
- ดำเนินการให้บริการตรวจคัดกรองแก่ประชาชนกลุ่มเป้าหมาย
- ดำเนินการให้บริการตรวจคัดกรองแก่ประชาชนกลุ่มเป้าหมาย
- ดำเนินการให้บริการตรวจคัดกรองแก่ประชาชนกลุ่มเป้าหมาย
- ดำเนินการให้บริการตรวจคัดกรองแก่ประชาชนกลุ่มเป้าหมาย
- ส่งต่อ รพ.สต.ในรายที่ผลการตรวจผิดปกติ
- สรุปและประเมินโครงการเมื่อสิ้นสุดโครงการ
ขั้นเตรียมการ 1. เตรียมกลุ่มเป้าหมายที่ต้องตรวจคัดกรอง 2. ประชุมเตรียมชี้แจงงอสม.ทบทวนความรู้ก่อนลงพื้นที่ปฏิบัติงานในเขตรับผิดชอบ ขั้นดำเนินการ 1. ดำเนินการให้บริการตรวจคัดกรองแก่ประชาชนกลุ่มเป้าหมาย 2. ติดตามกลุ่มเสี่ยงเพื่อรับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม 3. ส่งต่อในรายที่ผลการตรวจผิดปกติ 4. ติดตามเยี่ยมบ้านผลการรักษาภายหลังการส่งต่อ 5. สรุปและประเมินโครงการเมื่อสิ้นโครงการ
- ประชาชนกลุ่มเป้าหมายได้รับการคัดกรองและสามารถรู้ว่าตัวเองอยู่ในกลุ่มปกติ กลุ่มเสี่ยงหรือกลุ่มป่วย
- ลดอัตราการเกิดโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงรายใหม่และลดภาวะโรคแทรกซ้อนต่าง ๆ
- กลุ่มเสี่ยงได้รับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ