โครงการป้องกันการจมน้ำในเด็กและเยาวชนตำบลสะเอะ ประจำปี 2564
โครงการป้องกันการจมน้ำในเด็กและเยาวชนตำบลสะเอะ ประจำปี 2564
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการป้องกันการจมน้ำในเด็กและเยาวชนตำบลสะเอะ ประจำปี 2564 | |
| รหัสโครงการ | 64-L4114-02-11 | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | สภาเด็กและเยาวชนตำบลสะเอะ | |
| วันที่อนุมัติ | 22 มีนาคม 2564 | |
| ปี | 2564 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 3 เมษายน 2564 - 4 เมษายน 2564 | |
| งบประมาณ | 32,800.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นายซูฮัยนุนดีน กานา | |
| พื้นที่ดำเนินการ | ตำบลสะเอะ อำเภอกรงปินัง จังหวัดยะลา |
- จากรายงานองค์การอนามัยโลกพบว่า ในทุกๆปีมีเด็กทั่วโลก (อายุต่ำกว่า 15 ปี) เสียชีวิตจากการจมน้ำ 140,219 คน โดยเสียชีวิตเป็นอันดับ 3 รองจากโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบและเอดส์ สำหรับสถานการณ์ของประเทศไทยพบว่าการจมน้ำเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 1 ของเด็กไทยอายุต่ำ ขนาด 3.00
หลักการและเหตุผล (ระบุที่มาของการทำโครงการ)
จากรายงานองค์การอนามัยโลกพบว่า ในทุกๆปีมีเด็กทั่วโลก (อายุต่ำกว่า 15 ปี) เสียชีวิตจากการจมน้ำ 140,219 คน โดยเสียชีวิตเป็นอันดับ 3 รองจากโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบและเอดส์ สำหรับสถานการณ์ของประเทศไทยพบว่าการจมน้ำเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 1 ของเด็กไทยอายุต่ำกว่า 15 ปี ซึ่งมีจำนวนการเสียชีวิตสูงมากกว่าโรคติดต่อนำโดยแมลงและไข้เลือดออกถึง 14 เท่าตัวจากข้อมูลของสำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ กระทรวงสาธารณสุข พบว่าทุกๆ 8 ชั่วโมง จะมีเด็กจมน้ำเสียชีวิต 1 คน โดยเฉลี่ยทุกๆ 1 เดือนประเทศไทยสูญเสียเด็กจากการจมน้ำเสียชีวิตมากกว่า 90 คน ซึ่งในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา (ปี 2549-2558) ประเทศไทยสูญเสียเด็กไปแล้วถึง 10,923 คน นอกจากนี้ สำนักโรคไม่ติดต่อ กรมควบคุมโรค ได้ทำการวิเคราะห์ข้อมูลความเสี่ยงของการเสียชีวิตจากจมน้ำ พบว่าในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา (ปี 2554 – 2558)กลุ่มเด็กอายุต่ำกว่า 3 ปี พบจมน้ำเสียชีวิตสูงเฉลี่ยถึงปีละ 192 คน คิดเป็นร้อยละ 21 ของกลุ่มเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปีทั้งหมด ส่วนภาชนะที่มักพบว่าเด็กกลุ่มนี้จมน้ำบ่อย ได้แก่ ถังน้ำ ถังสี กะละมัง กระติกน้ำ โอ่ง และอ่างอาบน้ำในห้องน้ำ ภายในบ้านและในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก หรือแม้แต่สระว่ายน้ำภายในบ้านของตนเอง ซึ่งพบว่าเด็กเล็กมักจะจมน้ำในภาชนะที่มีน้ำเล็กน้อยประมาณ 1-2 นิ้วเท่านั้น สาเหตุมักเกิดจากผู้ดูแลเด็กทำกิจกรรมบางอย่างเพียงระยะเวลาสั้นๆ เช่น เข้าห้องน้ำ ทำกับข้าว คุยโทรศัพท์ เปิด-ปิดประตูบ้าน เพียงระยะเวลาไม่กี่นาที ประกอบกับขาดการจัดการแหล่งน้ำเสี่ยงในบ้าน ซึ่งไม่คิดว่าแหล่งน้ำดังกล่าวจะเป็นอันตรายเพราะมีระดับน้ำเพียงเล็กน้อย โดยกลุ่มเด็กเล็ก มักเดินตามเป็ดหรือสุนัข และพลัดตกลงไปในน้ำในบ่อน้ำ รอบๆบ้านได้ โดยเฉพาะช่วงนี้เป็นช่วงปิดเทอมผู้ปกครองส่วนใหญ่จะให้พี่ดูแลน้องหรือผู้สูงอายุดูแลเด็ก จากข้อมูลย้อนหลังในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา พบว่าในช่วงปิดเทอมภาคฤดูร้อน (มีนาคม - พฤษภาคม) เป็นช่วงที่มีเด็กจมน้ำเสียชีวิตสูงสุด ในบางปีมีจำนวนสูงเกือบ 400 คน ส่วนเดือนที่จมน้ำเสียชีวิตสูงที่สุดคือเมษายน เฉลี่ย 134 คน โดยช่วงปิดเทอมภาคฤดูร้อนในปี 2558 ที่ผ่านมา มีข้อมูลผู้เสียชีวิตจากการจมน้ำ 250 คน จึงขอให้ผู้ปกครองและผู้ดูแลเด็กให้ความระมัดระวังและร่วมมือกันป้องกันไม่ให้เด็กเสียชีวิตจากการจมน้ำสำหรับตำบลสะเอะ แม้ยังไม่พบผู้เสียชีวิตหากจะป้องกันการเสียชีวิตหรือลดอัตราการตายจากการจมน้ำของเด็ก จำเป็นจะต้องฝึกหัดให้เด็กในกลุ่มเสี่ยงได้ฝึกหัดว่ายน้ำ หรือ”ว่ายน้ำเป็น. และเรียนรู้เกี่ยวกับวิธีช่วยชีวิตคนจากการจมน้ำแบบวิธีช่วยเหลือมาตรฐานสากล โดยใช้อุปกรณ์ใกล้มือ
ดังนั้น ชมรมสภาเด็กและเยาวชนตำบลสะเอะ จึงจัดทำโครงการป้องกันการจมน้ำในเด็กและเยาวชนตำบลสะเอะ ประจำปี 2564 โดยจะจัดให้มีการฝึกทักษะการว่ายน้ำและการช่วยผู้ประสบภัยทางน้ำให้เด็กนักเรียนและเยาวชนในช่วงปิดภาคเรียนฤดูร้อน (เมษายน – พฤษภาคม 2564 )
- อบรมให้ความรู้
- กิจกรรมรณรงค์ ติดป้าย
๑.เด็กนักเรียนและเยาวชนที่เข้าร่วมกิจกรรมฝึกสอนว่ายน้ำทุกคน สามารถว่ายน้ำเป็นเมื่อจบกิจกรรม ๒.เด็กนักเรียนและเยาวชนที่เข้าร่วมกิจกรรมฝึกสอนว่ายน้ำทุกคน จะมีความรู้และทักษะเบื้องต้นในการช่วยเหลือผู้ประสบเหตุทางน้ำ