โครงการป้องกันภัยสารเคมีทางเกษตร
โครงการป้องกันภัยสารเคมีทางเกษตร
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการป้องกันภัยสารเคมีทางเกษตร | |
| รหัสโครงการ | 64-L9256-06 | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | ชมรมอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน | |
| วันที่อนุมัติ | 1 มกราคม 2564 | |
| ปี | 2564 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 1 มกราคม 2564 - 28 กุมภาพันธ์ 2564 | |
| งบประมาณ | 10,000.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | ชมชมอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม) | |
| พื้นที่ดำเนินการ | ตำบลนาพู่ อำเภอเพ็ญ จังหวัดอุดรธานี |
- ร้อยละพื้นที่เกษตรอินทรีย์/เกษตรปลอดภัยต่อพื้นที่เกษตรทั้งหมดในชุมชน ขนาด 45.00
- ร้อยละของเกษตรกรที่ตรวจพบสารเคมีตกค้างในเลือด เกินมาตรฐานความปลอดภัย ขนาด 35.00
ประชากรไทยมีอาชีพพื้นฐานอยู่ในภาคเกษตรกรรมซึ่งส่วนใหญ่เป็นแรงงานนอกระบบผู้มีรายได้น้อย แต่ทำงานที่มีความเสี่ยงต่อสุขภาพจากสภาพภูมิอากาศที่ร้อนจัด ท่าทางการทำงานที่มีความเสี่ยงต่อการปวดหลังและกล้ามเนื้ออักเสบ รวมทั้งการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชซึ่งเป็นอันตรายต่อสุขภาพมีพิษทั้งแบบเฉียบพลัน และเรื้อรังตั้งแต่ระดับเล็กน้อยจนรุนแรงถึงแก่ชีวิตขึ้นอยู่กับระดับความเข้มข้น ความเป็นพิษ และปริมาณที่ได้รับสารเคมีกำจัดศัตรูพืชสามารถเข้าสู่ร่างกายได้หลายทาง โดยการสัมผัสทางผิวหนังที่ไม่สวมถุงมือและรองเท้าบู๊ท ป้องกันขณะทำงานกับสารเคมี การสูดหายใจละอองที่ฟุ้งกระจายในอากาศ และการรับประทานอาหารและดื่มน้ำที่มีสารเคมีปนเปื้อน พฤติกรรมที่ไม่ปลอดภัยทำให้เกษตรกรมีความเสี่ยงจากการได้รับอันตรายจากสารเคมีเพิ่มขึ้นยกตัวอย่างเช่น ใช้ถังภาชนะบรรจุสารเคมีที่รั่วซึม ฉีดพ่นสวนทิศทางลมทำให้เสื้อผ้าเปียกชุ่มสารเคมีโดยไม่อาบน้ำและเปลี่ยนเสื้อผ้าที่ซึมเปื้อนทันที เป็นต้น สารเคมีกำจัดศัตรูพืช สามารถทำอันตรายต่อสุขภาพร่างกายได้ทั้งมนุษย์ และสัตว์ กล่าวคือ จะไปทำลายอวัยวะภายในร่างกาย เช่น ตับ ไต ปอด สมองผิวหนัง ระบบประสาท ระบบสืบพันธุ์ และตาซึ่งก็ขึ้นอยู่กับว่าเราจะรับสารเคมีเข้าสู่ร่างกายทางใด และปริมาณมากน้อยเท่าใด ส่วนใหญ่แล้วการที่อวัยวะภายในร่างกายได้สะสมสารเคมีไว้จนถึงขีดที่ร่างกายไม่อาจทนได้จึงแสดงอาการต่างๆขึ้นมา เช่น โรคมะเร็ง โรคต่อมไร้ท่อ โรคเลือดและระบบภูมิคุ้มกันเป็นต้น ตำบลนาพู่เป็นตำบลหนึ่ง ที่ประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพในภาคเกษตรกรรม โดยมีพื้นที่ที่ใช้ในการเกษตรมากถึงร้อยละ 9๐ ของพื้นที่ทั้งหมด ซึ่งประกอบด้วยพื้นที่ทำนา ทำไร่ ผลกระทบจากการใช้สารเคมีในการควบคุมและกำจัดศัตรูพืช จึงกระจายและขยายเป็นวงกว้าง แสดงว่าเกษตรกรในตำบลนาพู่ ยังคงมีการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชอยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งในการนำมาใช้นั้นได้มีการใช้อย่างไม่ถูกวิธีและขาดความรู้ จึงทำให้มีผลกระทบกับด้านสุขภาพโดยตรง ดังนั้นชมรมอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) จึงเล็งเห็นความสำคัญของสุขภาพเกษตรกรในตำบลนาพู่ อำเภอเพ็ญจังหวัดอุดรธานี จึงได้จัดทำโครงการป้องกันภัยสารเคมีทางเกษตร ขึ้นเพื่อให้เกษตรกรกลุ่มเสี่ยงในตำบลนาพู่ได้รับการตรวจสุขภาพและเจาะเลือดเพื่อดูว่ามีปริมาณสารเคมีตกค้างในกระแสเลือดอยู่ในระดับใดเพื่อทำการเฝ้าระวังและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเสี่ยงต่อไป
- เพื่อเพิ่มสัดส่วนพื้นที่เกษตรอินทรีย์ปลอดภัยต่อพื้นที่เกษตรทั้งหมดในชุมชน
- ลดสารเคมีตกค้างในเลือดของเกษตรกร
- เพื่อตรวจคัดกรองผู้มีภาวะเสี่ยงในการใช้สารเคมี
- ตรวจสารเคมีในเลือดเกษตรกรกลุ่มเสี่ยง
- รณรงค์ให้ความรู้และออกพื้นที่ตรวจสารเคมีในเลือดเกษตรกรกลุ่มเสี่ยง จำนวน 17 หมู่บ้าน
1.ผู้มีภาวะเสี่ยงได้รับการตรวจคัดกรอง ร้อยลั 90 2.ผู้ป่วยได้รับการรักษาส่งต่อ