โครงการขับขี่ปลอดภัย สวมหมวกนิรภัย ใส่ใจเธอนะ
โครงการขับขี่ปลอดภัย สวมหมวกนิรภัย ใส่ใจเธอนะ
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการขับขี่ปลอดภัย สวมหมวกนิรภัย ใส่ใจเธอนะ | |
| รหัสโครงการ | 2564-L7573-02-006 | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | สถานีตำรวจภูธรควนขนุน | |
| วันที่อนุมัติ | 22 มิถุนายน 2545 | |
| ปี | 2564 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 1 กรกฎาคม 2564 - 31 สิงหาคม 2564 | |
| งบประมาณ | 16,850.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | ร.ต.ท.ทรงศักดิ์ ไหมแก้ว | |
| พื้นที่ดำเนินการ | ตำบลควนขนุน อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง |
- จำนวนประชาชนที่สวมหมวกกันน็อกเมื่อขับขี่มอเตอร์ไซต์/คาดเข็มขัดนิรภัย (คน) ขนาด 800.00
เนื่องจากในปัจจุบัน สถิติการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนยังมีแนวโน้มเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องและเกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะผู้ขับขี่และผู้ซ้อนท้ายรถจักยานยนต์ที่ไม่สวมหมวกนิรภัย จนส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุดังกล่าวเป็นจำนวนมาก ซึ่งสาเหตุของปัญหาดังกล่าวเกิดจากผู้ขับขี่และผู้ซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ฝ่าฝืนกฎจราจร ขับขี่รถด้วยความประมาท และขาดความรู้ ความเข้าใจในการปฏิบัติตามกฎจราจร จนส่งผลให้เกิดการสูญเสียชีวิตและทรัพย์สิน ถือเป็นปัญหาสำคัญเร่งด่วนที่ต้องได้รับการแก้ไข สถานีตำรวจภูธรควนขนุน เล็งเห็นถึงความสำคัญของการสวมหมวกนิรภัย ซึ่งถือเป็นปัญหาสำคัญเร่งด่วนที่ต้องได้รับการแก้ไข จึงได้จัดทำโครงการ ขับขี่ปลอดภัย สวมหมวกนิรภัย ใส่ใจเธอนะโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้ผู้ใช้รถจักรยานยนต์ทั้งผู้ขับขี่และผู้ซ้อนท้ายรถจักยานยนต์ สวมหมวกนิรภัย 100 % เพื่อลดอัตราการเสียชีวิตจากอุบัติเหจุจราจร โครงการนี้ถือเป็นมาตรการป้องกันและลดอุบัติเหตุให้ประชาชนผู้ขับขี่และผู้ซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ตระหนักในการสวมหมวกนิรภัยยิ่งขึ้น
- ๑. เพื่อส่งเสริมใหผู้ขับขี่และผู้ซ้อนท้านรถจักรยานยนต์สวมหมวกนิรภัย ๑๐๐%
- ๒. เพื่อลดอุบัติเหตุอันมีสาเหตุจากการไม่สวมหมวกริภัย
- ๓.เพื่อลดความเสี่ยงจากการบาดเจ็บและเสียชีวิตจากอุบัติเหตุการจราจร
- เพื่อเพิ่มจำนวนประชาชนที่สวมหมวกกันน็อกเมื่อขับขี่มอเตอร์ไซต์/คาดเข็มขัดนิรภัย
- เพื่อเพิ่มจำนวนประชาชนที่สวมหมวกกันน็อกเมื่อขับขี่มอเตอร์ไซต์/คาดเข็มขัดนิรภัย
- 1.กิจกรรมการอบรม ให้ความรู้
- 2. กิจกรรมเฝ้าระวัง ติดตาม การสวมหมวกนิรภัยสำหรับผู้ขับขี่และผู้ซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์
ประชาชนในเขตเทศบาลตำบลควนขนุนมีการสวมหมวกนิรภัยขณะขับขี่หรือซ้อนท้านรถจักรยานยนต์เพิ่มขึ้น