โครงการสร้างการตื่นรู้ คนทุ่งตำเสา ป้องกันภัยโควิด-๑๙
โครงการ
" โครงการสร้างการตื่นรู้ คนทุ่งตำเสา ป้องกันภัยโควิด-๑๙ "
ตำบลทุ่งตำเสา อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา
หัวหน้าโครงการ
นางสาวอาลัชฎาวรรณ สุวรรณะ
กันยายน 2564
ที่อยู่ ตำบลทุ่งตำเสา อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา จังหวัด สงขลา
รหัสโครงการ ปี2564-L5275-1-1 เลขที่ข้อตกลง 7/2564
ระยะเวลาดำเนินงาน ตั้งแต่ 27 พฤษภาคม 2564 ถึง 30 กันยายน 2564
กิตติกรรมประกาศ
"โครงการสร้างการตื่นรู้ คนทุ่งตำเสา ป้องกันภัยโควิด-๑๙ จังหวัดสงขลา" สำเร็จได้ด้วยดี ด้วยความร่วมมือจาก สมาชิกในชุมชน ตำบลทุ่งตำเสา อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา
คณะทำงานโครงการฯ ขอขอบคุณ กองทุนสุขภาพตำบล เทศบาลเมืองทุ่งตำเสา ที่ให้การสนับสนุนงบประมาณในการดำเนินโครงการฯ รวมทั้ง ภาคีเครือข่ายที่สำคัญระดับพื้นที่ ที่ให้การสนับสนุน ช่วยเหลือ ชี้แนะ สุดท้ายขอขอบคุณผู้เกี่ยวข้องที่มิได้ระบุชื่อไว้ในที่นี้ ซึ่งมีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนการดำเนินงานให้มีความยั่งยืนในพื้นที่ต่อไป
คณะทำงานโครงการ
โครงการสร้างการตื่นรู้ คนทุ่งตำเสา ป้องกันภัยโควิด-๑๙
บทคัดย่อ
โครงการ " โครงการสร้างการตื่นรู้ คนทุ่งตำเสา ป้องกันภัยโควิด-๑๙ " ดำเนินการในพื้นที่ ตำบลทุ่งตำเสา อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา รหัสโครงการ ปี2564-L5275-1-1 ระยะเวลาการดำเนินงาน 27 พฤษภาคม 2564 - 30 กันยายน 2564 ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจำนวน 731,600.00 บาท จาก กองทุนสุขภาพตำบล เทศบาลเมืองทุ่งตำเสา เพื่อใช้ในการดำเนินกิจกรรมโครงการ หลังจากสิ้นสุดระยะเวลาโครงการ ผลที่เกิดขึ้นจากการดำเนินงานปรากฏดังนี้
โครงการนี้ยังไม่มีการเขียนหรือแก้ไขบทคัดย่อ
หมายเหตุ : รายละเอียดของบทสรุปคัดย่อการดำเนินงาน ให้ผู้รับผิดชอบโครงการเป็นผู้เขียนสรุปภาพรวมของโครงการใน "ผลลัพธ์โครงการ"
สารบัญ
| กิตติกรรมประกาศ | » |
| บทคัดย่อ | » |
| ความเป็นมา/หลักการเหตุผล | » |
| วัตถุประสงค์โครงการ | » |
| กิจกรรม/การดำเนินงาน | » |
| กลุ่มเป้าหมาย | » |
| ผลลัพธ์ที่ได้ | » |
| การประเมินผล | » |
| ปัญหาและอุปสรรค | » |
| ข้อเสนอแนะ | » |
| เอกสารประกอบอื่นๆ | » |
ความเป็นมา/หลักการเหตุผล
โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (COVID-19) เกิดจากเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธ์ใหม่ ๒๐๑๙ เป็นกลุ่มเชื้อที่ก่อให้เกิดโรคทางเดินหายใจในคน อาจมีอาการรุนแรงทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น ปอดอักเสบ ไตวายหรืออาจเสียชีวิตได้ เริ่มต้นที่ประเทศจีน ตั้งแต่วันที่ ๓๐ ธันวาคม ๒๕๖๒ และต่อมาได้พบผู้ป่วยยืนยันในหลายประเทศทั่วโลก องค์การอนามัยโลก (WHO) ประกาศให้ ไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ เป็นโรคระบาดใหญ่ทั่วโลก (Pandemic) เมื่อวันที่ ๑๑ มีนาคม ๒๕๖๓ ประเทศไทยพบผู้ป่วยยืนยันรายแรกเมื่อเดือนมกราคม พ.ศ. ๒๕๖๓ และได้ประกาศ ให้โรคโควิด-๑๙ เป็นโรคติดต่ออันตรายตามพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ.๒๕๕๘ เมื่อวันที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๖๓ และข้อกำหนดออกตามความในมาตรา ๙ แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการฉุกเฉิน พ.ศ.๒๕๔๘ ฉบับที่ ๑ ประกาศบังคับใช้ในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักรตั้งแต่วันที่ ๒๖ มีนาคม ๒๕๖๓และขยายระยะเวลาการบังคับใช้ออกไปเป็นระยะอย่างต่อเนื่องจนถึงวันที่ ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๖๔ เนื่องจากสถานการณ์พบผู้ติดเชื้ออย่างต่อเนื่อง จำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มเป็นระลอก โดยการระบาดระลอกใหม่ในรอบเดือนเมษายน ๒๕๖๔ ผู้ติดเชื้อจะไม่แสดงอาการหรือแสดงอาการน้อยมากในระยะแรก ประกอบกับประชาชนส่วนใหญ่มีความผ่อนคลายกับสถานการณ์การควบคุมโรคที่ดีขึ้นในห้วงเวลาที่ผ่านมา ไม่ค่อยระมัดระวัง ป้องกันตัวเอง จึงทำให้โรคแพร่กระจายไปในทุกพื้นที่ทั่วราชอาณาจักร มีผู้ป่วยติดเชื้อรายวันและผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก โดยผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่พบในกลุ่มผู้สัมผัสผู้ป่วยยืนยันต่อเนื่องจากกลุ่มการแพร่ระบาดในสถานบันเทิง การเดินทางจากพื้นที่เสี่ยง และการติดเชื้อต่อเนื่องจากสถานที่เฉพาะกลุ่ม เช่น ชุมชนแออัด หรือตลาด ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยและการดำรงชีวิตโดยปกติของประชาชน และระบบการให้บริการทางการแพทย์และสาธารณสุข ประกอบกับสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ที่มีแนวโน้มการควบคุมให้ดีขึ้น อาจต้องใช้ระยะเวลาที่ยาวนาน อาจทำให้คนในสังคมที่ร่วมต่อสู้กับภาวะวิกฤติการระบาดของโรค มีโอกาสเกิดความกดดัน ความเครียดและความวิตกกังวล ส่งผลต่อสุขภาพจิตของคนไทยเป็นจำนวนมาก โดยจะเห็นได้จากปัญหาด้านสุขภาพจิต และจิตเวชที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น จากการสำรวจภาวะเครียด (Stress) ของกรมสุขภาพจิต พบว่าบุคลากรสาธารณสุข 8 ใน 10 คน และประชาชน 4 ใน 10 คน มีความเครียดและกังวลจากการทำงาน ซึ่งมีแนวโน้มทำให้บุคลากรสาธารณสุข มีความเหนื่อยล้าทางอารมณ์ รู้สึกหมดพลัง หมดหวังสูญเสียพลังทางจิตใจและนำไปสู่ภาวะเหนื่อยล้าหมดไฟ (Burnout) สำหรับประชาชนอาจเกิดความเครียดเพิ่มขึ้นและอาจเจ็บป่วยด้วยโรคทางจิตเวช เช่น โรคซึมเศร้า (Depression) เพิ่มขึ้น นอกจากนี้พบว่าอัตราการฆ่าตัวตายมีแนวโน้มที่สูงขึ้น ตั้งแต่เดือนมกราคม ถึงมีนาคม โดยเมื่อเปรียบเทียบข้อมูล ของปี 2562 กับ ปี 2563 พบว่าจำนวนประชากรที่ฆ่าตัวตายสำเร็จ (Suicide) เพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 20
สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ ระลอกใหม่เดือนเมษายน ๒๕๖๔ ข้อมูล ณ วันที่ ๑๒ พฤษภาคม ๒๕๖๔ ประเทศไทยพบผู้ป่วยยืนยันสะสม ๘๘,๙๐๗ ราย มีผู้เสียชีวิตสะสม ๔๘๖ ราย สถานการณ์ประจำวัน เฉพาะวันที่ ๑๒ พฤษภาคม ๒๕๖๔ พบผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อโควิด-๑๙ รายใหม่เพิ่ม ๑,๙๘๓ ราย เป็นผู้ติดเชื้อภายในประเทศ ๑,๙๗๔ ราย เสียชีวิตเพิ่ม ๓๔ ราย ในพื้นที่จังหวัดสงขลา สถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ ระลอกใหม่เดือนเมษายน ๒๕๖๔ ข้อมูล ณ วันที่ ๑๒ พฤษภาคม ๒๕๖๔ พบผู้ป่วยยืนยันสะสม จำนวน ๘๖๘ ราย เป็นผู้ติดเชื้อในประเทศ ๘๖๔ ราย เสียชีวิต ๓ ราย ส่วนสถานการณ์อำเภอหาดใหญ่ พบผู้ป่วยยืนยันสะสม จำนวน ๖๒๓ คน เป็นประชาชนในพื้นที่ตำบลทุ่งตำเสา จำนวน ๑๑ ราย ข้อมูล ณ วันที่ ๑๒ พฤษภาคม ๒๕๖๔ ซึ่งตำบลทุ่งตำเสาพบผู้ป่วยยืนยันรายแรก ในวันที่ ๘ เมษายน ๒๕๖๔ เป็นผู้สัมผัสเชื่อมโยงกับผู้ป่วยยืนยันจากกลุ่มสถานบันเทิงภายในอำเภอหาดใหญ่ และพบรายงานผู้ป่วยยืนยันอย่างต่อเนื่อง โดยพบว่าผู้ป่วยยืนยันในพื้นที่ตำบลทุ่งตำเสาทั้งหมด มีการเชื่อมโยงการเดินทางสัมผัสกับผู้ป่วยยืนยันจากพื้นที่เสี่ยง กลุ่มการระบาดในสถานบันเทิงและสถานบริการอื่นๆที่ตั้งอยู่ภายในอำเภอหาดใหญ่และพื้นที่ข้างเคียงทั้งสิ้น ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่โดยรวม สร้างความตื่นตระหนกถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค ด้านการป้องกันและยับยั้งการระบาดของโรคมิให้แพร่ระบาดออกไปในวงกว้าง จากการลงตรวจประเมินตามมาตรการที่ทางราชการกำหนด เพื่อการเฝ้าระวังและป้องกันการติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (covid-19) ระลอกใหม่ในสถานประกอบการร้านอาหาร/สถานที่จำหน่ายอาหารและตลาดนัดทั้ง ๗ แห่งในพื้นที่ตำบลทุ่งตำเสาของเทศบาลเมืองทุ่งตำเสา โดยคณะทำงานศูนย์ปฏิบัติการควบคุมโรคเทศบาลเมืองทุ่งตำเสา (ศปก.ทม.ทุ่งตำเสา) ร่วมกับภาคีเครือข่ายในพื้นที่ ครั้งที่ ๑ เมื่อวันที่ ๑๖ – ๒๓ เมษายน ๒๕๖๔ และติดตามประเมินซ้ำ ครั้งที่ ๒ ระหว่างวันที่ ๓๐ เมษายน - ๖ พฤษภาคม ๒๕๖๔ พบว่าสถานประกอบการร้านอาหาร มีการดำเนินการตามมาตรการ ที่ทางราชการกำหนดอย่างเคร่งครัด ต่ำกว่าร้อยละ ๘๐ ทั้ง ๒ รอบ และจากการประเมินประชาชนผู้เข้าใช้บริการตลาดนัดทั้ง ๗ แห่ง ซึ่งถือเป็นสถานที่เสี่ยงที่มีการรวมตัวของคนหมู่มากในพื้นที่ พบว่าประชาชนมีพฤติกรรมเสี่ยงต่อการรับเชื้อโรค เช่น การสัมผัสเลือกซื้อสินค้าโดยไม่มีการล้างมือก่อนและหลังสัมผัส สวมใส่หน้ากากที่ผิดวิธี เช่นดึงหน้ากากลงขณะพูด หรือสวมหน้ากากไว้ใต้คาง ประกอบกับผลการประชุมของคณะทำงานเพื่อตอบโต้สถานการณ์ฉุกเฉินการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ ระลอกใหม่ ตำบลทุ่งตำเสา ซึ่งประกอบด้วย คณะทำงานศปก.ทม.ทุ่งตำเสา กำนัน ผู้ใหญ่บ้านทั้ง ๑๐ หมู่บ้าน โรงพยาบาลส่งเสริมเสริมสุขภาพตำบลทั้ง ๓ แห่ง โดยปัญหาและความต้องการด้านการป้องกันโรคในพื้นที่ของแต่ละหมู่บ้าน ที่ส่งผลต่อการป้องกันโรค คือมีวัสดุ/อุปกรณ์ในการป้องกันโรคที่ไม่เพียงพอ ประชาชนในพื้นที่ยังขาดความรู้และความตระหนักต่อการมีส่วนร่วมในการปฏิบัติตามมาตรการที่กำหนด ประชาชนในพื้นที่ มีความวิตกกังวลและรู้สึกไม่ปลอดภัยกรณีที่ทราบว่ามีผู้สัมผัสเสี่ยงสูง หรือผู้ป่วยยืนยันมากักกันตนเองอยู่ในชุมชน รวมถึงประชาชนในพื้นที่ส่วนหนึ่งประกอบอาชีพรับจ้างเมื่อเกิดการแพร่ระบาดทำให้ต้องหยุดงานและขาดรายได้
พระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ.๒๔๙๖ และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา ๕๓ (๑) บัญญัติให้เทศบาลเมืองมีหน้าที่ต้องทำตามกิจการที่ระบุไว้ในมาตรา ๕๐ (๔) มีหน้าที่ในการป้องกันและระงับโรคติดต่อ ประกอบกับพระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ.๒๕๔๒ มาตรา ๑๖(๑๙) เทศบาลมีอำนาจหน้าที่ในการสาธารณสุข การอนามัย ครอบครัว และการรักษาพยาบาล ประกอบกับข้อกำหนดออกตามความในมาตรา ๙ แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.๒๕๔๘ ฉบับที่ ๒๒ ข้อกำหนด ข้อ ๑ การสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดโรคเมื่ออยู่นอกเคหสถานหรืออยู่ในที่สาธารณะ เพื่อลดความเสี่ยงจากการติดเชื้อและป้องกันมิให้เกิดสภาวะที่ไม่ถูกสุขลักษณะ เพื่อจำกัดวงในการระบาดของโรคเมื่ออยู่นอกเคหสถานหรือเมื่ออยู่ในที่สาธารณะ ให้ประชาชนสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าและต้องสวมให้ถูกวิธีตามที่กระทรวงสาธารณสุขแนะนำ
ดังนั้นเพื่อมิให้เหตุการณ์ระบาดของโรคอันเป็นสถานการณ์ฉุกเฉินในพื้นที่ตำบลทุ่งตำเสา ทวีความรุนแรงมากขึ้น สามารถยุติการระบาดได้โดยเร็ว ประชาชนปลอดภัยจากโรคและผลกระทบทั้งทางด้านร่างกาย และจิตใจในสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) สามารถปรับตัวเข้าสู่ชีวิต วิถีใหม่ (New Normal) งานป้องกันและควบคุมโรคติดต่อ ฝ่ายบริหารงานสาธารณสุข กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม จึงจัดทำโครงการสร้างการรับรู้ คนทุ่งตำเสาป้องกันภัยโรคโควิด-๑๙ ขึ้น เพื่อสื่อสารข้อมูลความเสี่ยง และประเมินผลกระทบทางสุขภาพของประชาชนตำบลทุ่งตำเสาในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา๒๐๑๙ เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนป้องกันตนเองจากโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ โดยการสวมใส่หน้ากากอนามัยที่ถูกวิธีตามที่กระทรวงสาธารณสุขแนะนำ
วัตถุประสงค์โครงการ
- ๑. เพื่อสื่อสารความรู้ ความเข้าใจ เรื่องการปฏิบัติตามมาตรการป้องกัน และควบคุมโรคติดเชื้อไวรัส โคโรนา ๒๐๑๙ ที่ภาครัฐกำหนด
- ๒. เพื่อประเมินสุขภาพ และผลกระทบทางสุขภาพของประชาชนในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-๑๙
กิจกรรม/การดำเนินงาน
- ๑ วางแผนการดำเนินงาน ๑.๑ วิเคราะห์และวางแผนการดำเนินงานร่วมกับภาคีเครือข่ายในพื้นที่ และจัดทำแผนงานโครงการฯ
- กิจกรรม “เยี่ยมถึงเรือน เยือนถึงใจ”
กลุ่มเป้าหมาย
| กลุ่มเป้าหมาย | จำนวนที่วางไว้ | |
|---|---|---|
| กลุ่มเป้าหมายจำแนกตามช่วงวัย | ||
| กลุ่มเด็กเล็กและเด็กก่อนวัยเรียน | ||
| กลุ่มเด็กวัยเรียนและเยาวชน | ||
| กลุ่มวัยทำงาน | ||
| กลุ่มผู้สูงอายุ | ||
| กลุ่มเป้าหมายจำแนกกลุ่มเฉพาะ | ||
| กลุ่มหญิงตั้งครรภ์และหญิงหลังคลอด | ||
| กลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรัง | ||
| กลุ่มคนพิการและทุพพลภาพ | ||
| กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง | 3,333 | |
| สำหรับการบริหารหรือพัฒนากองทุนฯ [ข้อ 10(4)] |
ผลที่คาดว่าจะได้รับ
๑. ประชาชนทุกครัวเรือนในตำบลทุ่งตำเสา มีความรู้ และสามารถคัดเลือกผลิตภัณฑ์ที่ได้มาตรฐาน เพื่อใช้ ในการป้องกันตนเองและครอบครัวจากโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙
๒. ประชาชนทุกครัวเรือนได้รับการดูแลสุขภาพจากเทศบาลเมืองทุ่งตำเสาและภาคีเครือข่ายด้านสุขภาพ
๓. มีข้อมูลสุขภาพของประชาชนตำบลทุ่งตำเสาในสถานณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙
๔. มีวัสดุอุปกรณ์เพียงพอในการป้องกันและควบคุมโรคโควิด-๑๙ ในพื้นที่ตำบลทุ่งตำเสา
ส่วนที่ 1 ผลการดำเนินงาน
| วัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ ผลลัพธ์และตัวชี้วัดผลลัพธ์** กิจกรรมของโครงการ | ผลผลิต* | |
|---|---|---|
| ผลผลิตที่ตั้งไว้ | ผลผลิตที่เกิดขึ้นจริง | |
* ผลผลิต หมายถึง ผลที่เกิดขึ้นเชิงปริมาณจากการทำกิจกรรม เช่น จำนวนผู้เข้าร่วมประชุม จำนวนผู้ผ่านการอบรม จำนวนครัวเรือนที่ปลูกผักสวนครัว เป็นต้น
** ผลลัพธ์ หมายถึง การเปลี่ยนแปลงที่นำไปสู่การแก้ปัญหา เช่น หลังอบรมมีผู้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมจำนวนกี่คน มีข้อบังคับหรือมาตรการของชุมชนที่นำไปสู่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมหรือสภาพแวดล้อม เป็นต้น ทั้งนี้ต้องมีข้อมูลอ้างอิงประกอบการรายงาน เช่น ข้อมูลรายชื่อแกนนำ , แบบสรุปการประเมินความรู้ , รูปภาพกิจกรรมพร้อมคำอธิบายใต้ภาพ เป็นต้น
ส่วนที่ 2 ประเมินความพึงพอใจต่อความสำเร็จและปัญหาอุปสรรคในการดำเนินโครงการในภาพรวม
ผลการดำเนินโครงการ
สรุปผลการดำเนินโครงการ
ผลการดำเนินโครงการ/กิจกรรม:
บรรลุตามวัตถุประสงค์ของโครงการ
บรรลุตามวัตถุประสงค์บางส่วนของโครงการ
ไม่บรรลุตามวัตถุประสงค์ของโครงการ
ผลผลิตโครงการ
| วัตถุประสงค์ | สถานการณ์ | เป้าหมาย | ผลผลิต | อธิบาย | |
|---|---|---|---|---|---|
| 1 | ๑. เพื่อสื่อสารความรู้ ความเข้าใจ เรื่องการปฏิบัติตามมาตรการป้องกัน และควบคุมโรคติดเชื้อไวรัส โคโรนา ๒๐๑๙ ที่ภาครัฐกำหนด ตัวชี้วัด : ๑) ร้อยละ ๑๐๐ ประชาชนมีความรู้เรื่องการปฏิบัติตามมาตรการ DMHTT และเข้าใจเรื่องการปฏิบัติตนตามวิถี New Normal ๒) ร้อยละ๗๐ ประชาชนกลุ่มเสี่ยงได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโรค |
0.00 |
|
||
| 2 | ๒. เพื่อประเมินสุขภาพ และผลกระทบทางสุขภาพของประชาชนในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-๑๙ ตัวชี้วัด : ๑) ร้อยละ ๑๐๐ กลุ่มเป้าหมายได้รับการประเมินสุขภาพจิต |
0.00 |
|
ผู้เข้าร่วมโครงการ
| กลุ่มเป้าหมาย | จำนวนที่วางไว้(คน) | จำนวนที่เข้าร่วม(คน) | |
|---|---|---|---|
| จำนวนกลุ่มเป้าหมายทั้งหมด | 3333 | ||
| กลุ่มเป้าหมาย | จำนวนที่วางไว้(คน) | จำนวนที่เข้าร่วม(คน) | |
| กลุ่มเป้าหมายจำแนกตามช่วงวัย | |||
| กลุ่มเด็กเล็กและเด็กก่อนวัยเรียน | - | ||
| กลุ่มเด็กวัยเรียนและเยาวชน | - | ||
| กลุ่มวัยทำงาน | - | ||
| กลุ่มผู้สูงอายุ | - | ||
| กลุ่มเป้าหมายจำแนกกลุ่มเฉพาะ | |||
| กลุ่มหญิงตั้งครรภ์และหญิงหลังคลอด | - | ||
| กลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรัง | - | ||
| กลุ่มคนพิการและทุพพลภาพ | - | ||
| กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง | 3,333 | ||
| สำหรับการบริหารหรือพัฒนากองทุนฯ [ข้อ 10(4)] | - |
บทคัดย่อ*
โครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) ๑. เพื่อสื่อสารความรู้ ความเข้าใจ เรื่องการปฏิบัติตามมาตรการป้องกัน และควบคุมโรคติดเชื้อไวรัส โคโรนา ๒๐๑๙ ที่ภาครัฐกำหนด (2) ๒. เพื่อประเมินสุขภาพ และผลกระทบทางสุขภาพของประชาชนในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-๑๙
ผลการดำเนินงานที่สำคัญ ได้แก่ (1) ๑ วางแผนการดำเนินงาน ๑.๑ วิเคราะห์และวางแผนการดำเนินงานร่วมกับภาคีเครือข่ายในพื้นที่ และจัดทำแผนงานโครงการฯ (2) กิจกรรม “เยี่ยมถึงเรือน เยือนถึงใจ”
ข้อเสนอแนะ ได้แก่ (1) ...
หมายเหตุ *
ปัญหาอุปสรรคและข้อเสนอแนะ