กองทุนสุขภาพตำบล - กองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่น - กปท

directions_run

ดูแล ป้องกัน เฝ้าระวัง และควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโควิด 19 โรคมือเท้าปาก และไข้เลือดออก ของนักเรียนโรงเรียนวัดแหลมดินสอ ปี 2564

กองทุนสุขภาพตำบล เทศบาลตำบลเกาะนางคำ

ดูแล ป้องกัน เฝ้าระวัง และควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโควิด 19 โรคมือเท้าปาก และไข้เลือดออก ของนักเรียนโรงเรียนวัดแหลมดินสอ ปี 2564

รายละเอียดโครงการ
รายละเอียดโครงการ
ชื่อโครงการ/กิจกรรม ดูแล ป้องกัน เฝ้าระวัง และควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโควิด 19 โรคมือเท้าปาก และไข้เลือดออก ของนักเรียนโรงเรียนวัดแหลมดินสอ ปี 2564
รหัสโครงการ 64-L3333-02-15
ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ โรงเรียนวัดแหลมดินสอ
วันที่อนุมัติ 17 มิถุนายน 2564
ปี 2564
ระยะเวลาดำเนินโครงการ 1 กรกฎาคม 2564 - 31 มีนาคม 2565
งบประมาณ 20,000.00
ผู้รับผิดชอบโครงการ นายพนมยงค์ ดำช่วย
พื้นที่ดำเนินการ ตำบลเกาะนางคำ อำเภอปากพะยูน จังหวัดพัทลุง
ประเด็น
แผนงานเด็ก เยาวชน ครอบครัว , แผนงานเผชิญภัยพิบัติและโรคระบาด , แผนงานป้องกัน แก้ปัญหา และฟื้นฟู ในสถานการณ์โควิด-19
สถานการณ์/หลักการและเหตุผล

องค์การอนามัยโลกได้ประกาศให้การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) เป็น “ภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศ” เนื่องจากเชื้อไวรัสดังกล่าวได้มีการแพร่ระบาด ไปยังประเทศต่างๆ ทั่วโลกอย่างรวดเร็ว และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขได้ประกาศให้โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด 19 (COVID-19) เป็นโรคติดต่ออันตรายตามพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ.2558 เพื่อประโยชน์ในการดูแล ป้องกัน เฝ้าระวังและควบคุมโรคติดต่ออันตรายแล้ว ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่องชื่อ และอาการสำคัญของโรคติดต่ออันตราย (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2563เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2563และกระทรวงศึกษาธิการ เห็นถึงความสำคัญ ความจำเป็น จึงได้แถลงความพร้อมของกระทรวงศึกษาธิการในการเปิดภาคเรียน ภายใต้สถานการณ์โควิด-19 ตามแนวทาง “โรงเรียนสุขภาพดี นักเรียนมีความสุข (Back to Healthy School)”โดยกล่าวว่า สถานศึกษาทุกสังกัดทั่วประเทศจะเปิดภาคเรียนในวันที่ 1 กรกฎาคม 2563 กระทรวงศึกษาธิการได้มีแคมเปญช่วงเปิดเรียนปีนี้ “โรงเรียนสุขภาพดี นักเรียนมีความสุข (Back to Healthy School)” โดยการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน และพ่อแม่ผู้ปกครอง เพื่อให้การเรียนของนักเรียน ได้รับทั้งความรู้ และความปลอดภัยจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 หลักการสำคัญ คือ การเลื่อนเปิดภาคเรียนที่ 1/2563 เป็นวันที่ 1 กรกฎาคม – 14 พฤศจิกายน 2563 และภาคเรียนที่ 2/2563 เป็นวันที่ 1 ธันวาคม 2563 – 10 เมษายน 2564 ซึ่งมีเวลาเรียน 180 วัน แต่ก็จะมีการชดเชยให้ครบ 200 วัน ด้วยวิธีการต่างๆ ตามที่โรงเรียนมีอิสระกำหนดได้เอง เช่น เรียนวันเสาร์อาทิตย์ เรียนตอนเย็น เรียนออนไลน์ ฯลฯ นอกจากโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) แล้ว ส่วนโรคมือเท้าปาก และโรคไข้เลือดออก ก็ยังเป็นปัญหาที่ยังเกิดขี้นอย่างเป็นประจำเมื่อภาคเรียนที่1เด็กชั้นอนุบาลป่วยเป็นโรคมือเท้าปากจำนวน2 คน ต้องปิดเรียนเป็นเวลา สองสัปดาห์เพื่อทำความสะอาดห้องเรียนและโรคไข้เลือดออกก็ต้องดูแลเฝ้าระวังอยู่ตลอดเวลารายงานผลการตรวจลูกน้ำยุงลายทุกสัปดาห์ จำเป็นที่จะต้องป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นได้เช่นเดียวกัน มาตรการในการเปิดเรียน สิ่งสำคัญที่สุด คือ กระทรวงสาธารณสุข ได้ร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการ ออกคู่มือการปฏิบัติสำหรับสถานศึกษา ในการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ซึ่งแบ่งเป็น 6 มิติด้วยกันคือโดยมิติที่ 1 ว่าด้วยเรื่องความปลอดภัยจากการลดการแพร่เชื้อ มีจำนวน 20 ข้อ ในมิตินี้สถานศึกษาทุกแห่งต้องปฏิบัติให้ครบถ้วน 20 ข้อ ตามมาตรการที่กำหนดโดยกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ซึ่งสถานศึกษาทุกแห่งได้รับคู่มือนี้ไปเตรียมรับการประเมินแล้ว ส่วนมิติที่เหลือ 24 ข้อ ก็จะเป็นมิติในการเรียนรู้ การครอบคลุมถึงเด็กด้อยโอกาส สวัสดิภาพและการคุ้มครอง นโยบาย และมิติการบริหารการเงิน เพื่อให้สถานศึกษาสามารถนำไปปรับใช้เป็นแนวทางการบริหารจัดการในการเปิดภาคเรียน โดยที่สถานศึกษาทุกแห่งจะต้องผ่านการประเมินนี้ก่อน จึงสามารถเปิดเรียนได้ ซึ่งขณะนี้สถานศึกษากว่าร้อยละ 90 มีความพร้อมผ่านการประเมินแล้วส่วนของโรคมือเท้าปาก และไข้เลือดออก ก็ต้องมีมาตรการในการป้องกันโรคเช่นเดียวกัน สำหรับแนวปฏิบัติของสถานศึกษาระหว่างเปิดภาคเรียน จะต้องมีการคัดกรองสุขภาพ ซึ่งโรงเรียนต้องเตรียมความพร้อมตั้งแต่จุดรับ-ส่งนักเรียน เพื่อจะได้ดูว่านักเรียนมีอาการป่วยหรือไม่อีกทั้งต้องให้ครูและนักเรียนทุกคนต้องสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา จัดสถานที่ล้างมือหรือแอลกอฮอล์เจล ลดการแออัด เว้นระยะห่างในห้องเรียน และทำความสะอาดสถานที่ ทั้งนี้ สถานศึกษาทุกสังกัด ทุกระดับ จะต้องมีการปรับปรุงห้องเรียน ด้วยการจัดโต๊ะที่นั่งเรียน ให้เว้นระยะห่างกันไม่ต่ำกว่า 1.5 เมตร และต้องปรับปรุงพื้นที่อื่น ๆ ในโรงเรียน อาทิ โรงอาหารที่ต้องเว้นระยะห่างบุคคลไม่ต่ำกว่า 2 เมตร และต้องมีการทำความสะอาดบ่อย ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งห้องสุขาและจุดสัมผัสต่าง ๆ ที่สำคัญ ต้องงดการทำกิจกรรมที่ทำให้เกิดความแออัดอีกด้วย ดังนั้น จากเหตุผลความสำคัญ ดังกล่าวข้างต้น โรงเรียนวัดแหลมดินสอ จึงจัดทำโครงการ ดูแล ป้องกัน เฝ้าระวัง และควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโควิด 19 โรคมือเท้าปากและไข้เลือดออกของนักเรียนโรงเรียนวัดแหลมดินสอขึ้น

วัตถุประสงค์/เป้าหมาย
  1. เพื่อให้นักเรียนมีความรู้ในการป้องกันโรคติดต่อเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) โรคไข้เลือดออก และโรคมือเท้าปาก
  2. เพื่อจัดหา วัสดุ อุปกรณ์ ให้เพียงพอต่อการดำเนินงานเฝ้าระวัง และควบคุมโรค
การดำเนินงาน/กิจกรรม
  1. อบรมให้ความรู้เรื่องโรคติดเชื้อไวรัสโควิค 19 ไข้เลือดออก และโรคมือเท้าปาก/สุขบัญญัติ 10 ประการ
  2. จัดซื้อวัสดุอุปกรณ์ป้องกันและควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโควิค 19
  3. จัดซื้อน้ำยาทำความสะอาดของเล่นและอุปกรณ์ที่ใช้ร่วมกันป้องกันโรคมือเท้าปาก
วิธีดำเนินการ

ขั้นเตรียมการ 1. ประชุมชี้แจงนำเสนอโครงการ 2. จัดทำแผนงานโครงการ เพื่อเสนอขอรับงบประมาณสนับสนุน ขั้นดำเนินการ 1. ขั้นวางแผนการปฏิบัติ - จัดเตรียมวิทยากรอบรมให้ความรู้เรื่องโรคติดเชื้อไวรัสโควิค 19 โรคมือเท้าปากและโรคไข้เลือดออกแก่นักเรียน คณะครู บุคลากรทางศึกษา - จัดซื้อวัสดุอุปกรณ์ เพื่อใช้ในการดูแล ป้องกัน เฝ้าระวังและควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโควิค 19 ได้แก่ เจลแอลกอฮอล์ หน้ากากผ้า สายคล้องคอ เครื่องวัดอุณหภูมิ     - จัดซื้อน้ำยาฆ่าเชื้อ อุปกรณ์ทำความสะอาด ดูแลป้องกัน เฝ้าระวัง โรคมือเท้าปาก     - กำจัดลูกน้ำยุงลาย บริเวณโรงเรียนทุกสัปดาห์ เพื่อ ดูแลป้องกัน เฝ้าระวังโรคไข้เลือดออก 2. ขั้นดำเนินการตามแผน - ดำเนินงานตามโครงการ 3. ขั้นตรวจสอบและประเมินผล - ประเมินผลและสรุปผลการดำเนินงาน

ผลที่คาดว่าจะได้รับ
  1. นักเรียนได้รับความรู้จากการอบรมจากวิทยากร เรื่อง โรคติดเชื้อไวรัสโควิค 19 โรคมือเท้าปากโรคไข้เลือดออกและสุขบัญญัติ ๑๐ ประการ
  2. นักเรียนมีพฤติกรรมในการดูแลสุขภาพป้องกันโรคโควิค 19 โรคมือเท้าปากและโรคไข้เลือดออก ได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม