โครงการเฝ้าระวังสารพิษตกค้างในเลือดเกษตรกร
โครงการเฝ้าระวังสารพิษตกค้างในเลือดเกษตรกร
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการเฝ้าระวังสารพิษตกค้างในเลือดเกษตรกร | |
| รหัสโครงการ | ||
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | ชมรม อสม.ตำบลปรางหมู่ | |
| วันที่อนุมัติ | 1 มีนาคม 2564 | |
| ปี | 2564 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 1 มีนาคม 2564 - 30 กันยายน 2564 | |
| งบประมาณ | 15,000.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | ||
| พื้นที่ดำเนินการ | ตำบลปรางหมู่ อำเภอเมืองพัทลุง จังหวัดพัทลุง |
- ทราบถึงสถานการณ์สารเคมีกำจัดศัตรูพืชตกค้างในเลือดของเกษตรกรกลุ่มเสี่ยงในตำบลปรางหมู่ ขนาด 5.00
- ร้อยละ 5 ทราบถึงสถานการณ์สารเคมีกำจัดศัตรูพืชตกค้างในเลือดของเกษตรกรกลุ่มเสี่ยงในตำบลปรางหมู่ ขนาด 100.00
ประชากรไทยมีอาชีพพื้นฐานอยู่ในภาคเกษตรกรรมซึ่งส่วนใหญ่เป็นแรงงานนอกระบบผู้มีรายได้น้อย แต่ทำงานที่มีความเสี่ยงต่อสุขภาพจากสภาพภูมิอากาศที่ร้อนจัด ท่าทางการทำงานที่มีความเสี่ยงต่อการปวดหลังและกล้ามเนื้ออักเสบ รวมทั้งการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชซึ่งเป็นอันตรายต่อสุขภาพมีพิษทั้งแบบเฉียบพลัน และเรื้อรังตั้งแต่ระดับเล็กน้อยจนรุนแรงถึงแก่ชีวิตขึ้นอยู่กับระดับความเข้มข้น ความเป็นพิษ และปริมาณที่ได้รับสารเคมีกำจัดศัตรูพืชสามารถเข้าสู่ร่างกายได้หลายทาง โดยการสัมผัสทางผิวหนังที่ไม่สวมถุงมือและรองเท้าบู๊ท ป้องกันขณะทำงานกับสารเคมี การสูดหายใจละอองที่ฟุ้งกระจายในอากาศ และการรับประทานอาหารและดื่มน้ำที่มีสารเคมีปนเปื้อน พฤติกรรมที่ไม่ปลอดภัยทำให้เกษตรกรมีความเสี่ยงจากการได้รับอันตรายจากสารเคมีเพิ่มขึ้นยกตัวอย่างเช่น ใช้ถังภาชนะบรรจุสารเคมีที่รั่วซึม ฉีดพ่นสวนทิศทางลมทำให้เสื้อผ้าเปียกชุ่มสารเคมีโดยไม่อาบน้ำและเปลี่ยนเสื้อผ้าที่ซึมเปื้อนทันที เป็นต้น สารเคมีกำจัดศัตรูพืช สามารถทำอันตรายต่อสุขภาพร่างกายได้ทั้งมนุษย์ และสัตว์ กล่าวคือ จะไปทำลายอวัยวะภายในร่างกาย เช่น ตับ ไต ปอด สมองผิวหนัง ระบบประสาท ระบบสืบพันธุ์ และตาซึ่งก็ขึ้นอยู่กับว่าเราจะรับสารเคมีเข้าสู่ร่างกายทางใด และปริมาณมากน้อยเท่าใด ส่วนใหญ่แล้วการที่อวัยวะภายในร่างกายได้สะสมสารเคมีไว้จนถึงขีดที่ร่างกายไม่อาจทนได้จึงแสดงอาการต่างๆขึ้นมา เช่น โรคมะเร็ง โรคต่อมไร้ท่อ โรคเลือดและระบบภูมิคุ้มกันเป็นต้น ตำบลปรางหมู่เป็นตำบลหนึ่ง ที่ประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพในภาคเกษตรกรรม โดยมีพื้นที่ที่ใช้ในการเกษตรมากถึงร้อยละ 80 ของพื้นที่ทั้งหมด ซึ่งประกอบด้วยพื้นที่ทำนา ทำไร่ ทำสวนผลไม้และสวนยางพาราผลกระทบจากการใช้สารเคมีในการควบคุมและกำจัดศัตรูพืช จึงกระจายและขยายเป็นวงกว้าง และยังอยู่ในระดับที่รุนแรงและสูงอยู่ และจากการตรวจเลือดเกษตรกร ปี 2563กลุ่มเป้าหมายทั้งหมดจำนวน450 คนได้รับการตรวจคัดกรองสารพิษฯจำนวน 409 คน คิดเป็นร้อยละ 90.89 % พบว่ามีผลการตรวจ ไม่ปลอดภัย จำนวน 65 คน คิดเป็นร้อยละ 15.89 % เสี่ยง จำนวน 175 คน คิดเป็นร้อยละ 42.79 %ปลอดภัย จำนวน 159 คน คิดเป็นร้อยละ 38.88 % และปกติ จำนวน 10 คน คิดเป็นร้อยละ 2.44 % จากข้อมูลดังกล่าว แสดงว่าเกษตรกรในตำบลปรางหมู่ ยังคงมีการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชอยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งในการนำมาใช้นั้นได้มีการใช้อย่างไม่ถูกวิธีและขาดความรู้ จึงทำให้มีผลกระทบกับด้านสุขภาพโดยตรง ดังนั้น ชมรม อสม.ตำบลปรางหมู่และ รพ.สต.บ้านปรางหมู่ จึงเล็งเห็นความสำคัญของสุขภาพเกษตรกรในตำบลปรางหมู่ จึงได้จัดทำโครงการสารพิษตกค้างในเลือดเกษตรกร ขึ้นเพื่อให้เกษตรกรกลุ่มเสี่ยงในตำบลปรางหมู่ ได้รับการตรวจสุขภาพและเจาะเลือดเพื่อดู ว่ามีปริมาณสารเคมีตกค้างในกระแสเลือดอยู่ในระดับใดเพื่อทำการเฝ้าระวังและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเสี่ยงต่อไป
- เพื่อตรวจหาระดับปริมาณสารเคมีที่ตกค้างในเลือดของเกษตรกรที่มีผลต่อสุขภาพ
- โครงการเฝ้าระวังสารพิษตกค้างในเลือดเกษตรกร
1.ประชุม อสม. เพื่อร่วมกันกำหนดแผนงานการลงปฏิบัติในพื้นที่
2.ประชาสัมพันธ์ให้กลุ่มเกษตรกรทราบเพื่อเตรียมกลุ่มเป้าหมาย และนัด วัน เวลา และสถานที่ใน
การตรวจ โดยเจ้าหน้าที่ รพ.สต.บ้านปรางหมู่ และชมรม อสม.ตำบลปรางหมู่
3.เตรียม เครื่องมือและอุปกรณ์ในการตรวจคัดกรองโดยการตรวจเลือด โดยใช้กระดาษทดสอบ
เอนไซม์โคลีนเอสเตอเรส
4.ประสานกับหมู่บ้านในพื้นที่ เพื่อเตรียมการและวางแผนการดำเนินงานตรวจหาสารเคมีกำจัดศัตรูพืช
ตกค้าง
5.ดำเนินการตรวจหาสารเคมีกำจัดศัตรูพืชตกค้างในกลุ่มเกษตรกร ตามวัน และเวลาที่นัดหมาย
๑. ทราบถึงสถานการณ์สารเคมีกำจัดศัตรูพืชตกค้างในเลือดของเกษตรกรกลุ่มเสี่ยงในตำบลปรางหมู่ ๒. เกษตรกรกลุ่มเสี่ยงได้รับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่ถูกต้อง ๓. เกษตรกรมีความรู้ในการปลูกพืชปลอดสารพิษ และวิธีการใช้สารเคมีที่ถูกต้อง