เฝ้าระวัง ป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 โดย อสม.หมู่ที่ 2
เฝ้าระวัง ป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 โดย อสม.หมู่ที่ 2
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | เฝ้าระวัง ป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 โดย อสม.หมู่ที่ 2 | |
| รหัสโครงการ | 64 - L4135 – 02 - 02 | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | ชมรมอาสาสมัครสาธารณสุขบ้านนิบง | |
| วันที่อนุมัติ | 23 มิถุนายน 2564 | |
| ปี | 2564 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 1 มิถุนายน 2564 - 30 กันยายน 2564 | |
| งบประมาณ | 10,000.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นางสีตีหาลีเมาะ ไซซิง ประธานชมรม | |
| พื้นที่ดำเนินการ | ตำบลบุดี อำเภอเมืองยะลา จังหวัดยะลา |
- ร้อยละความครอบคลุมในการคัดกรองกลุ่มเสี่ยงในชุมชน ขนาด 100.00
- ร้อยละของคนในชุมชนที่มีความรู้ ความเข้าใจเรื่องโควิด-19 จนสามารถปฏิบัติตัวเพื่อป้องกันโควิด-19 เช่น การล้างมือ การสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้า การเว้นระยะห่างทางสังคม กินร้อน ช้อนส่วนตัว ไม่ใช้สิ่งของร่วมกัน ได้ถูกต้อง ขนาด 100.00
จากสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ในประเทศจีน และแพร่ระบาดไปในหลายประเทศทั่วโลก ซึ่งอาการของโรค คือ มีอาการไข้ ไอ เจ็บคอ หอบเหนื่อย หรือมีอาการของโรคปอดอักเสบ ในรายที่มีอาการรุนแรงจะมีอาการระบบทางเดินหายใจล้มเหลว และอาจถึงขั้นเสียชีวิต ทั้งนี้ มีหลักฐานการติดต่อจากคนสู่คน พบผู้ป่วยยืนยันในผู้ที่ไม่มีประวัติการเดินทางไปประเทศจีน แต่มีประวัติใกล้ชิดกับผู้ที่เดินทางมาจากพื้นที่ระบาดของโรค โดยองค์การอนามัยโลกได้ประกาศให้การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) เป็น “ภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศ” เนื่องจากเชื้อไวรัสดังกล่าวได้มีการแพร่ระบาดไปยังประเทศต่างๆ ทั่วโลกอย่างรวดเร็ว ตลอดจนประเทศไทย และประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ชื่อและอาการสำคัญของโรคติดต่ออันตราย (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2563 ลงวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2563 ได้ประกาศให้โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) เป็นโรคติดต่ออันตรายตามพระราชบัญญัติโรคติดต่ออันตรายตามพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558 เพื่อประโยชน์ในการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคติดต่ออันตราย เพื่อเป็นการป้องกันการระบาดของโรคติดต่อเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 covid-19 มาตรการที่สำคัญคือการป้องกันตนเอง ไม่ให้สัมผัสกับโรคโดยการหลีกเลี่ยงการอยู่ในสภาพที่แออัด และไม่อยู่ใกล้ชิดผู้ป่วย ไอ หรือจาม รวมถึงการสวมหน้ากากอนามัย และการล้างมือด้วยเจล ดังนั้นเพื่อให้ประชาชนที่มามัสยิด สามารถเข้าถึงการป้องกันตนเองโดยการล้างมือด้วยเจล เพื่อป้องกันโรคติดต่อเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 covid-19 อาสาสมัครสาธารณสุข หมู่ที่ 2 รพ.สต.บ้านบุดี ซึ่งเป็นกลุ่มแกนนำด้านสุขภาพ และใกล้ชิดกับประชาชนในพื้นที่ จึงได้จัดทำโครงการเคาะประตูบ้านเฝ้าระวังและป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 โดยอสม. หมู่ที่ 2 ขึ้น เพื่อให้ทันต่อสถานการณ์ เพื่อลดผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน ตลอดจนป้องกันไม่ให้เกิดการแพร่ระบาดของโรคในวงกว้างต่อไป
- เพื่อเพิ่มความครอบคลุมในการคัดกรองกลุ่มเสี่ยงในชุมชน
- เพื่อเพิ่มให้คนในชุมชนที่มีความรู้ ความเข้าใจเรื่องโควิด-19 จนสามารถปฏิบัติตัวเพื่อป้องกันโควิด-19 ได้ถูกต้อง
- คัดกรองเบื้องต้นของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ในชุมชน
- ประชุมชี้แจงนำเสนอโครงการ
- จัดทำแผนงานโครงการ เพื่อเสนอขอรับงบประมาณสนับสนุน
- จัดเตรียมวัสดุอุปกรณ์สำหรับการดำเนินงานตามโครงการฯ
- ดำเนินการบูรณาการกับหน่วยงาน ผู้นำชุมชนและกลุ่มองค์กรต่างๆ เช่น รพ.สต.บ้านบุดี อสม. ผู้ใหญ่บ้าน เทศบาลตำบลบุดี ฯลฯ
- สำรวจกลุ่มเป้าหมาย กลุ่มเสี่ยง ที่จำเป็นต่อการเฝ้าระวังป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในพื้นที่
- ให้ความรู้ในเรื่องการเฝ้าระวังและป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด – 19
- ให้คำแนะนำการดูแลสุขภาพเบื้องต้น
- ให้รณรงค์การฉีดวัคซีนโควิด - 19
- คัดกรองกลุ่มเสี่ยง ดูแล ติดตามช่วงกักตัว 14 วัน เฝ้าระวังโรคเบื้องต้น ลดการเกิดและการระบาดของโรคติดต่อในชุมชน
10.ประเมินผล และสรุปผลการดำเนินงาน
11.ดำเนินการตามโครงการ 12.สรุปและประเมินผลโครงการ
1.การเฝ้าระวังโรค สามารถลดการเกิดและการระบาดของโรคติดต่อในชุมชนได้ 2. ประชาชนกลุ่มเสี่ยงในพื้นที่มีความรู้ในการดูแลตนเอง และสามารถป้องกันตนเองจากโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ได้อย่างถูกต้อง