กองทุนสุขภาพตำบล - กองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่น - กปท

directions_run

โครงการพัฒนาคุณภาพชีวิต อบรมให้ความรู้เรื่องโรคติดต่อและโรคไม่ติดต่อที่เป็นปัญหาสำคัญ และการจัดการความเครียดแก่ผู้ต้องขังในเรือนจำกลางยะลา

กองทุนหลักประกันสุขภาพ เทศบาลนครยะลา

โครงการพัฒนาคุณภาพชีวิต อบรมให้ความรู้เรื่องโรคติดต่อและโรคไม่ติดต่อที่เป็นปัญหาสำคัญ และการจัดการความเครียดแก่ผู้ต้องขังในเรือนจำกลางยะลา

รายละเอียดโครงการ
รายละเอียดโครงการ
ชื่อโครงการ/กิจกรรม โครงการพัฒนาคุณภาพชีวิต อบรมให้ความรู้เรื่องโรคติดต่อและโรคไม่ติดต่อที่เป็นปัญหาสำคัญ และการจัดการความเครียดแก่ผู้ต้องขังในเรือนจำกลางยะลา
รหัสโครงการ 64 – L7452 – 1 – 11
ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ หน่วยบริการปฐมภูมิสถานพยาบาลเรือนจำกลางยะลา
วันที่อนุมัติ 18 สิงหาคม 2564
ปี 2564
ระยะเวลาดำเนินโครงการ 18 สิงหาคม 2564 - 30 กันยายน 2564
งบประมาณ 30,795.00
ผู้รับผิดชอบโครงการ นายอภิชาติ ยีสมัน นักทัณฑวิทยาชำนาญการ
พื้นที่ดำเนินการ ตำบลยะลา อำเภอเมืองยะลา จังหวัดยะลา
ประเด็น
แผนงานโรคเรื้อรัง
สถานการณ์/หลักการและเหตุผล

ผู้ต้องขังในเรือนจำจัดเป็นผู้ด้อยโอกาสประเภทหนึ่งที่มีปัญหาการเข้าถึงบริการด้านสาธารณสุขของรัฐ รวมถึงโอกาสที่จะเข้าถึงบริการขั้นพื้นฐานของรัฐ ตลอดจนประสบปัญหาด้านอิสรภาพอันจะส่งผลให้ไม่สามารถดำรงชีวิตได้เท่าเทียมกับผู้อื่น (การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์,2562) จากปัญหาผู้ด้อยโอกาสบางรายปิดกั้นตัวเอง เนื่องจากมองไม่เห็นโอกาสในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของตนเองในด้านต่างๆ ถูกกีดกัน ถูกเลือกปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรม ขาดการยอมรับจากสังคม (ไม่มีตัวตน อยู่ในภาวะยากลำบาก) สังคมมีทัศนคติเชิงลบ การให้บริการของรัฐ หน่วยงานยังจำกัด ไม่ครอบคลุมมีข้อกำหนดที่กีดกัน ผู้ด้อยโอกาสมีทัศนคติเชิงลบต่อตนเองขาดโอกาสในการมีส่วนร่วมในการพัฒนาโดยเฉพาะการเข้าถึงการบริการทางสาธารณสุข ซึ่งเป็นปัญหาที่สำคัญในการพัฒนาคุณภาพชีวิต ผู้ด้อยโอกาสอาจมีปัญหาสุขภาพก่อน ระหว่างหรือหลังถูกคุมขังทั้งสุขภาพกาย สุขภาพจิตใจ อาจไม่ได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้สุขภาพไม่ดี และอาจแพร่กระจายเชื้อโรคในวงกว้างได้ในกรณีเป็นโรคติดต่อ มีภาวะซึมเศร้าจากการตีตรา ทัศนคติเชิงลบของคนในครอบครัว และสังคมส่งผลให้เกิดปัญหาซึมเศร้า ใช้ยาเสพติดซ้ำ เกิดอาชญากรรม ส่งผลเกิดการฆ่าตัวตายได้ (กรมราชทัณฑ์, 2561) ในปี 2563 จํานวน 10 ราย ผู้ป่วยวัณโรคปอดรายใหม่และกลับเป็นซํ้าที่นํามาประเมินอัตราความสําเร็จการรักษา รักษาหาย/รักษาครบ จํานวน 10 ราย ร้อยละ 100 อยู่ระหว่างการรักษา 7 ราย ร้อยละ 70.00 ผู้ป่วยภูมิคุ้มกันบกพร่องผู้คุมขังชายจำนวน 10 ราย คิดเป็นร้อยละ 0.50 ผู้ป่วยภูมิคุ้มกันบกพร่องผู้คุมขังหญิง จำนวน 5 ราย คิดเป็น ร้อยละ 3.3 ส่วนการคัดกรองโรคไม่ติดต่อพบว่า ผู้คุมขังชายทั้งหมด 1,972 รายพบ ป่วยโรคความดันโลหิตสูง 91 รายคิดเป็นร้อยละ 4.61 พบป่วยโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงทั้งหมด 152 ราย คิดเป็นร้อยละ 7.70 คุมขังหญิงทั้งหมด 150 รายพบ ป่วยโรคความดันโลหิตสูง 5 ราย คิดเป็นร้อยละ 3.30 พบป่วยโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง ทั้งหมด 4 ราย คิดเป็นร้อยละ 2.6 (เรือนจำยะลา,2563) จากสภาพปัญหาดังกล่าวส่งผลต่อคุณภาพชีวิตที่จะเกิดขึ้นในระยะยาวเพื่อพิทักษ์สิทธิ์ต่างๆที่ควรจะได้รับด้านสาธารณสุข หน่วยบริการปฐมภูมิสถานพยาบาลเรือนจำกลางยะลาเล็งเห็นถึงความสำคัญของศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์สร้างค่านิยมและคุณค่า เพื่อสร้างศรัทธาต่อตนเอง (self-esteem) และลดการพึ่งพิงรัฐในอนาคต จึงได้จัดโครงการนี้เกิดขึ้นเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต อบรมให้ความรู้เรื่องโรคติดต่อ โรคไม่ติดต่อที่เป็นปัญหาสำคัญ และการจัดการความเครียดในกลุ่มประชาชนผู้ด้อยโอกาสสร้างความตระหนัก ในการป้องกันโรค ลดการแพร่กระจาย เข้าถึงการรักษาได้อย่างต่อเนื่อง ลดอาการแทรกซ้อนของโรคและสามารถนำความรู้ดูแลตนเองได้

วัตถุประสงค์/เป้าหมาย
  1. ข้อที่ 1. เพื่อให้ผู้ต้องขังในเรือนจำ มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโรคติดต่อและโรคไม่ติดต่อที่เป็นปัญหาสำคัญ
  2. ข้อที่ 2. เพื่อให้ผู้ต้องขังในเรือนจำ มีความรู้ในการจัดการความเครียด และส่งเสริมให้ผู้ด้อยโอกาสเห็นคุณค่าในตนเอง
  3. ข้อที่ 3. เพื่อให้ผู้ต้องขังที่เข้าอบรมได้รับการตรวจติดตามโรคเรื้อรัง
  4. ข้อที่ 4. เพื่อให้ผู้ต้องขังในเรือนจำที่เจ็บป่วยด้วยโรคเรื้อรัง สามารถส่งต่อรักษา ดูแล อย่างต่อเนื่องในระบบสาธารณสุข
การดำเนินงาน/กิจกรรม
  1. กิจกรรมที่ 1 จัดอบรมโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิต อบรมให้ความรู้เรื่องโรคติดต่อ โรคไม่ติดต่อที่เป็นปัญหาสำคัญ และการจัดการความเครียดผู้ด้อยโอกาส (ผู้ต้องขัง) เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง จำนวน 150 คน แบ่งเป็น 3 รุ่นๆ ละ 1 วัน รวม 3 วัน
  2. กิจกรรมที่ 2 ตรวจคัดกรองสุขภาพเบื้องต้น
  3. กิจกรรมที่ 3 ติดตามและประเมินผลภาวะสุขภาพของผู้ด้อยโอกาส
วิธีดำเนินการ
ผลที่คาดว่าจะได้รับ
  1. เพื่อให้ผู้ต้องขังในเรือนจำ มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโรคติดต่อ โรคไม่ติดต่อที่เป็นปัญหาสำคัญ
  2. เพื่อให้ผู้ต้องขังในเรือนจำ มีความรู้ในการจัดการความเครียด การส่งเสริมให้ผู้ด้อยโอกาสเห็นคุณค่าในตนเองและยอมรับโอกาสในการเข้าถึงสวัสดิการของภาครัฐเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของตนเอง