โครงการเฝ้าระวัง ป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019ปี 2565 (รพ.สต.ปาเสมัส)
โครงการเฝ้าระวัง ป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019ปี 2565 (รพ.สต.ปาเสมัส)
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการเฝ้าระวัง ป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019ปี 2565 (รพ.สต.ปาเสมัส) | |
| รหัสโครงการ | 65-L2535-01-7 | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลปาเสมัส ร่วมกับกองทุนหลักประกันสุขภาพเทศบาลตำบลปาเสมัส | |
| วันที่อนุมัติ | 5 มกราคม 2565 | |
| ปี | 2565 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 1 ตุลาคม 2564 - 30 กันยายน 2565 | |
| งบประมาณ | 120,000.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นายทรงฤทธิ์ จันทร์แดง | |
| พื้นที่ดำเนินการ | ตำบลปาเสมัส อำเภอสุไหง-โกลก จังหวัดนราธิวาส |
ปัจจุบันการระบาดระลอกใหม่ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ได้ขยายเขตการแพร่โรคออกเป็นวงกว้างกระจายไปในหลายพื้นที่ และการตรวจพบผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อรายใหม่โดยเฉพาะกรณีที่เป็นการติดเชื้อภายในประเทศมีจำนวนเพิ่มสูงขึ้นในแต่ละวัน นายกรัฐมนตรีจึงมีข้อกำหนดออกมาตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2564 (ฉบับที่ 16) ประกาศณ วันที่ 3 มกราคม 2564 เพื่อเข้าแก้ไขและระงับยับยั้งสถานณการณ์ฉุกเฉินดังกล่าว และเพื่อให้มาตการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โรคโควิด-19) ระลอกใหม่ในเขตจังหวัดนราธิวาสเป็นไปโดยสอดคล้องกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคในปัจจุบัน จังหวัดนราธิวาสได้มีคำสั่งที่ 11/2564 ลงวันที่ 5 มกราคม 2564 เรื่อง มาตรการในการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 219 (โรคโควิด-19) และเพื่อเป็นการเฝ้าระวังระดับอำเภอหรือระดับตำบล จังหวัดนราธิวาสจึงได้มีประกาศ ณ วันที่ 5 มกราคม 2564 เรื่อง กำหนดพื้นสถานการณ์ การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVD-19) ซึ่งทั้ง 13 อำเภอของจังหวัดนราธิวาสเป็นพื้นที่เฝ้าระวังสูง
สถานการณ์ผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ของจังหวัดนราธิวาส ตั้งแต่การระบาดในระลอกแรกจนถึงปัจจุบัน (ข้อมูลวันที่ 12 ธันวาคม 2564) ผู้ป่วยสะสม จำนวน42,437 ราย โดยเป็นผู้ป่วยของอำเภอสุไหง
โก-ลก จำนวน3,655ราย และผู้ป่วยสะสมของตำบลปาเสมัส จำนวน949รายซึ่งโดยส่วนใหญ่จะเป็นผู้ที่กลับมาจากพื้นที่เสี่ยงหรือผู้สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้ออยู่แล้วโดยเฉพาะอำเภอสุไหงโก-ลก และตำบลปาเสมัส เป็นพื้นที่ที่มีอาณาเขตติดต่อกับประเทศมาเลเซียซึ่งเป็นพื้นที่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา จึงมีความเสี่ยงที่จะพบผู้ป่วยที่ลักลอบเดินทางกลับเข้ามาโดยไม่เข้าระบบการกักตัวที่รัฐจัดให้ และเข้าไปอาศัยอยู่ร่วมกับผู้อื่นในชุมชนซึ่งจะทำให้เสี่ยงต่อการแพร่กระจายเชื้อเป็นอย่างมาก
โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลปาเสมัส เล็งเห็นความสำคัญในการเฝ้าระวัง ป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดโรคดังกล่าว จึงได้จัดทำโครงการเฝ้าระวัง ป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019ปี 2565เพื่อให้ประชาชนตระหนักและเห็นความสำคัญ สร้างความรู้ความเข้าใจแก่ประชาชน ให้ปฏิบัติตามมาตรการ
ต่างๆ โดยความร่วมมือของทุกภาคส่วน ซึ่งสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติได้ขอให้กองทุนหลักประกันสุขภาพในระดับท้องถิ่นหรือพื้นที่ให้การสนับสนุนงบประมาณกองทุนฯ เพื่อการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมการแพร่ระบาดของโรคฯดังกล่าว พร้อมสนับสนุนวัสดุ อุปกรณ์ต่างๆที่จำเป็นเพื่อการเฝ้าระวัง ป้องกันและควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019(COVID-19) ได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป
- เพื่อให้ประชาชนเกิดความตระหนัก มีความรู้ ความเข้าใจ ในการเฝ้าระวัง ป้องกันและควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ได้อย่างถูกต้อง
- เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่ได้รับการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- เพื่อให้มีทรัพยากรงบประมาณเพียงพอต่อการสนับสนุนการดำเนินงานเฝ้าระวัง ป้องกันและควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)
- รณรงค์และประชาสัมพันธ์ให้ความรู้แก่ประชาชนเพื่อให้เกิดความตระหนัก มีความรู้ ความเข้าใจ ในการเฝ้าระวัง ป้องกันและควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ได้อย่างถูกต้อง
- จัดอบรมแกนนำอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านและผู้นำชุมชน (2,4,5,8) ตำบลปาเสมัส เพื่อมีความรู้ ความเข้าใจ ในการป้องกันและเฝ้าระวังโรคไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) และสามารถ ติดตามกลุ่มเสี่ยงในพื้นที่ได้อย่างถูกต้อง จำนวน 2 รุ่นๆละ 1 วัน (จำนวน 40 คน และผู
- จัดหาวัสดุอุปกรณ์เพื่อการเฝ้าระวัง ป้องกันและควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)
1.ประชาชนเกิดความตระหนัก มีความรู้ ความเข้าใจ ในการเฝ้าระวัง ป้องกันและควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา2019 (COVID-19) ได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ
2. ประชาชนในพื้นที่ได้รับการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
3.มีทรัพยากรงบประมาณเพียงพอต่อการสนับสนุนการดำเนินงานเฝ้าระวัง ป้องกันและควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)