ป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) โรงเรียนบ้านท่าไทร ประจำปีงบประมาณ 2565
ป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) โรงเรียนบ้านท่าไทร ประจำปีงบประมาณ 2565
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | ป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) โรงเรียนบ้านท่าไทร ประจำปีงบประมาณ 2565 | |
| รหัสโครงการ | 65-L5192-5-3 | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | โรงเรียนบ้านท่าไทร | |
| วันที่อนุมัติ | 10 มกราคม 2565 | |
| ปี | 2565 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 10 มกราคม 2565 - 30 กันยายน 2565 | |
| งบประมาณ | 50,000.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นายยุทธนา วงษ์งาม | |
| พื้นที่ดำเนินการ | จังหวัดสงขลา |
ตามที่รัฐบาลได้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักร ในปีที่ผ่านมา ตั้งแต่26 มีนาคม 2563 และตามมติคณะรัฐมนตรี ได้ขยายประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักรออกไปถึง 30 กันยายน 2564 และในปี 2564 เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2564 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่คำสั่งศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ที่ 11/2564 เรื่องพื้นที่สถานการณ์ที่กำหนดเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด พื้นที่ควบคุมสูงสุด และพื้นที่ควบคุม ตามข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 ประกาศระบุว่า ตามที่ได้มีประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักรตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคม 2563 และต่อมาได้ขยายระยะเวลาการบังคับใช้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินดังกล่าวออกไป
เป็นคราวที่ 13 จนถึงวันที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2564 นั้น สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด 19 ทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้นในหลายพื้นที่ของประเทศ โดยเฉพาะในกรุงเทพและปริมณฑล รวมถึง 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้ถูกกำหนดให้เป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด ซึ่งขณะนี้มีพื้นที่ประกาศเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวดถึง 29 จังหวัด เนื่องจากมีการติดเชื้อแบบกลุ่มใหม่ๆ ในการระบาดเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ระบบสาธารณสุขที่ให้บริการรักษาเข้าสู่ภาวะวิกฤตในการให้การดูแลผู้ป่วย ทั้งขาดแคลน อุปกรณ์
ที่จำเป็นบุคลากรและสถานที่ที่ให้การรักษามีอัตราครองเตียงสูงมากยิ่งขึ้น มีผลกระทบขยายวงกว้างไปยัง
ทุกจังหวัดในประเทศ ซึ่งจังหวัดสงขลาอยู่ในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวดด้วย อีกทั้งยังมีรายงานจำนวน
ผู้ติดเชื้อรายวันอย่างต่อเนื่อง
ดังนั้นเพื่อเป็นการร่วมมือหยุดการแพร่ระบาด เพิ่มประสิทธิภาพการดูแลรักษาเชิงรุก และการป้องกันไม่ให้เกิดผู้ติดเชื้อรายใหม่ ซึ่งมาจากการปฏิบัติตนไม่ถูกต้องของบุคคลทั่วไปและผู้ที่มีสุขภาพอ่อนแอ โดยมีภาวะโรคประจำตัวที่มีความเสี่ยงสูงใน 7 กลุ่มโรค เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหลอดเลือดหัวใจและสมองและโรคทางเดินหายใจ กลุ่มผู้สูงอายุ เด็ก หญิงตั้งครรภ์และผู้ที่เดินทางมาจากพื้นที่
แพร่ระบาดเสี่ยงสูงหรือผู้สัมผัสโดยตรงกับผู้ป่วย ตามนิยามผู้สัมผัสใกล้ชิดที่มีความเสี่ยงต่อการรับเชื้อสูง
ของกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุขจึงต้องกำหนดมาตรการควบคุมโรคอย่างมีประสิทธิภาพ
ในการนี้ มีนโยบายให้โรงเรียนเปิดเรียนแบบ On-site โดยต้องทำเป็นพื้นที่ปลอดโควิด หรือCovid free setting มีกิจกรรมให้ครูและนักเรียนฉีดวัคซีนโควิด 19 ครบถ้วน มีการตรวจนักเรียนที่มาเรียน On-site ด้วยชุดตรวจ ATK มีการอบรมครูและบุคลากรในการใช้ชุดตรวจ ATK และการคัดแยกขยะติดเชื้อได้อย่างถูกต้องปลอดภัย เพื่อเป็นการดำเนินการเชิงรุกในการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรนา 2019 จึงได้จัดทำโครงการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ขึ้น
- เพื่อเพิ่มความครอบคลุมในการคัดกรองกลุ่มเสี่ยงในโรงเรียน
- คัดกรอง ATK ให้กับนักเรียนและครูและบุคลากรในโรงเรียน
- ให้ความรู้ครูและบุคลากรเกี่ยวกับการจัดการขยะติดเชื้อ
- การป้องกันการติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019
1.นักเรียนและครู ร้อยละ 100 ได้รับการเฝ้าระวัง คัดกรองเบื้องต้นด้วย ATK ติดตามดูแลอย่างใกล้ชิด ได้รับความรู้ด้านการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา - 2019 เพื่อไม่ให้เป็นพาหะนำโรคระบาด ในชุมชน 2.นักเรียนและครูได้รับความรู้เกี่ยวกับการตรวจคัดกรอง ATK และการจัดการขยะติดเชื้อ 3.นักเรียนครูและบุคลากรได้รับการเฝ้าระวังกาคัดกรองเบื้องต้นด้วย ATK ติดตามดูแลอย่างใกล้ชิดได้รับความรู้ด้านการระบาด ของโรคคิดเชื่้อโควิด 19 เพื่อไม่ให้เป็นพาหะนำโรคระบาดในชุมชน.