โครงการคัดกรองผู้มีความเสี่ยงในการติดเชื้อไวรัสโคโรนา (Covid-19) ในโรงเรียนบ้านลือมุ
โครงการคัดกรองผู้มีความเสี่ยงในการติดเชื้อไวรัสโคโรนา (Covid-19) ในโรงเรียนบ้านลือมุ
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการคัดกรองผู้มีความเสี่ยงในการติดเชื้อไวรัสโคโรนา (Covid-19) ในโรงเรียนบ้านลือมุ | |
| รหัสโครงการ | 04/2565 | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | โรงเรียนบ้านลือมุ | |
| วันที่อนุมัติ | 28 มกราคม 2565 | |
| ปี | 2565 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 1 พฤษภาคม 2565 - 30 กันยายน 2565 | |
| งบประมาณ | 34,760.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นายอูเซ็ง ดียูดือลีมา | |
| พื้นที่ดำเนินการ | จังหวัดยะลา |
- ขนาด 70.00
ตามที่รัฐบาลได้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักร ในปีที่ผ่านมา ตั้งแต่ 26 มีนาคม 2563 และตามมติคณะรัฐมนตรีได้ขยาย ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักร ออกไปถึง 30 กันยายน 2564 และในปี2564 เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2564 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่คำสั่งศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ที่ 11/2564 เรื่อง พื้นที่สถานการณ์ที่กำหนดเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด พื้นที่ควบคุมสูงสุด และพื้นที่ควบคุม ตามข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 ประกาศระบุว่า ตามที่ได้มีการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักรตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2563 และต่อมาได้ขยายระยะเวลาการบังคับใช้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินดังกล่าวออกไปเป็นคราวที่ 13 จนถึงวันที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2564 นั้น สถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 ทวีความรุ่นแรงมากยิ่งขึ้นในหลายพื้นที่ของประเทศโดยเฉพาะในกรุงเทพฯและปริมณฑล รวมถึง 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้ถูกกำหนดให้เป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด ซึ่งขณะนี้มีพื้นที่จังหวัดที่ประกาศเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวดถึง 29 จังหวัด เนื่องจากมีการติดเชื้อแบบกลุ่มใหม่ๆในการระบาดเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องส่งผลให้ระบบสาธารณสุขที่ให้บริการรักษาเข้าสู่ภาวะวิกฤตในการให้การดูแลผู้ป่วย ทั้งขาดแคลนอุปกรณ์ที่จำเป็นบุคลากรและสถานที่ที่ให้การรักษามีอัตราครองเตียงสูงมากยิ่งขึ้น มีผลกระทบขยายวงกว้างไปยังทุกจังหวัดในประเทศ ซึ่งจังหวัดยะลา อยู่ในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวดด้วย อีกทั้งยังมีรายงานจำนวนผู้ติดเชื้อรายวันอย่างต่อเนื่อง
ดังนั้นเพื่อเป็นการร่วมมือหยุดการแพร่ระบาด เพิ่มประสิทธิภาพการดูแลรักษาเชิงรุกและการป้องกันไม่ให้เกิดผู้ติดเชื้อรายใหม่ ซึ่งมาจากการปฏิบัติตนไม่ถูกต้องของบุคคลทั่วไปและผู้ที่มีสุขภาพอ่อนแอ โดยมีภาวะโรคประจำตัวที่มีความเสี่ยงสูงใน 7 กลุ่มโรค เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหลอดเลือดหัวใจและสมอง และโรคทางเดินหายใจ กลุ่มผู้สูงอายุ เด็ก หญิงตั้งครรภ์และผู้ที่เดินทางมาจากพื้นที่แพร่ระบาดเสี่ยงสูง หรือผู้สัมผัสใกล้ชิดี่มีความเสี่ยงต่อการรับเชื้อสูงของกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุขจึงต้องกำหนดมาตรการควบคุมป้องกัน ตามหลัก new noramal และDMHTT อ่างเข้มงวดเพียงพอต่อการควบคุมดรคอย่างมีประสิทธิภาพ ในการนี้ มีนโยบายให้โรงเรียนเปดเรียนแบบ on-site โดยต้องทำเป็นพื้นที่ปลอดโควิด หรือ covid free setting มีกิจกรรมให้ครูละนักเรียนฉีดวัคซีนป้องกันโรคcovid-19 ครบถ้วน มีการสุ่มตรวจนักเรียนที่มีเรียน onsite ด้วยชุดตรวจ atk เพื่อการดำเนินการเชิงรุกในการป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา 2019 อ จึงได้จัดทำโครงการคัดกรองผู้มีความเสี่ยงในการติดเชื้อไวรัสโคโรนา(Covid-19)ในโรงเรียนบ้านกรงปินัง ขึ้น เพื่อรองรับการเปิดเรียนแบบ on-site
- เพื่อให้นักเรียน ครูและบุคลากรทางการศึกษาได้รับการเฝ้าระวัง คัดกรองเบื้องต้นด้วย ATK และติดตามดูแลอย่างใกล้ชิด
- เพื่อให้นักเรียน ครูและบุคลากรทางการศึกษาได้รับความรู้ด้านการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ไม่ให้เป็นพาหะนำโรคระบาดในชุมชน
- คัดกรอง ATK ให้กับนักเรียนและครู ในโรงเรียน
8.1 นักเรียน ครูและบุคลากรทางการศึกษาได้รับการเฝ้าระวัง คัดกรองเบื้องต้นด้วย ATK และติดตามดูแลอย่างใกล้ชิด
8.2 นักเรียน ครูและบุคลากรทางการศึกษาได้รับความรู้ด้านการระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 เพื่อไม่ให้เป็นพาหะนำโรคระบาดในชุมชน