กองทุนสุขภาพตำบล - กองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่น - กปท

โครงการ ครอบครัวสุขสันต์ ตั้งครรภ์คุณภาพ ประจำปีงบประมาณ 2561

รายละเอียดโครงการ
รายละเอียดโครงการ
ชื่อโครงการ/กิจกรรม โครงการ ครอบครัวสุขสันต์ ตั้งครรภ์คุณภาพ ประจำปีงบประมาณ 2561
รหัสโครงการ 01/2/2561
ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ รพ.สต.ลำภู
วันที่อนุมัติ 26 กันยายน 2560
ปี 2561
ระยะเวลาดำเนินโครงการ 12 มีนาคม 2561 - 31 มีนาคม 2561
งบประมาณ 61,320.00
ผู้รับผิดชอบโครงการ นางจิรภา พูลเทพพ
พื้นที่ดำเนินการ ตำบลลำภู อำเภอเมืองนราธิวาส จังหวัดนราธิวาส
ประเด็น
แผนงานอนามัยแม่และเด็ก
สถานการณ์/หลักการและเหตุผล

ปัจจุบันในภาคเศรษฐกิจและสังคมสมัยใหม่ แนวโน้มโครงสร้างครอบครัวของคนไทยมีลักษณะเป็นครอบครัวเดี่ยวเพิ่มขึ้น แตกต่างจากอดีตที่ผู้หญิงจะได้รับคำแนะนำ คำปรึกษาจากพ่อแม่ที่อยู่ในครอบครัวเดียวกันในการปฏิบัติตนขณะตั้งครรภ์ การเตรียมตัวคลอด การปฏิบัติตัวหลังคลอด ตลอดจนการอบรมสั่งสอนการเลี้ยงดูเด็ก และช่วยเหลือเลี้ยงดูเมื่อพ่อแม่ไปทำงานนอกบ้านโดยแม่เป็นผู้เลี้ยงดูหลักที่บ้าน แต่ในปัจจุบันการแยกเป็นครอบครัวเดี่ยวทำให้แม่ขาดโอกาสในการได้รับรู้จากญาติผู้ใหญ่ การเรียนรู้จึงเป็นการศึกษาหาข้อมูลด้วยตนเอง หรือสอบถามจากเพื่อนบ้าน ซึ่งความรู้บางสิ่งถูกต้อง บางสิ่งไม่ถูกต้อง ดังนั้นการได้รับความรู้จากบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งที่จะช่วยเหลือให้พ่อ- แม่สามารถดูแลตนเองและลูกได้อย่างมีคุณภาพต่อไป


อย่างไรก็ตามในช่วงที่ผ่านมา แผนกฝากครรภ์โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลลำภูได้ปรับกลยุทธ์การดำเนินงานให้เหมาะสมกับพื้นที่ เช่นการพัฒนาคลินิกบริการฝากครรภ์ให้ได้ตามมาตรฐานส่งเสริมให้หญิงมีครรภ์ได้รับการฝากครรภ์ที่มีคุณภาพมีการปฏิบัติตนได้ถูกต้องระหว่างตั้งครรภ์ ให้หญิงตั้งครรภ์และสามีส่วนใหญ่ยังมีความรู้ที่ไม่ถูกต้องในการดูแลหรือปฏิบัติตนขณะตั้งครรภ์ ไม่เห็นความสำคัญของการมาฝากครรภ์ตามนัดทำให้มาฝากครรภ์ล่าช้าหลัง ๑๒ สัปดาห์ ไม่ครบตามเกณฑ์คุณภาพการรับประทานยาเม็ดวิตามินเสริมธาตุเหล็กที่ไม่สม่ำเสมอและการรับประทานอาหารที่ไม่ครบหมวดหมู่และไม่ได้สัดส่วนทำให้หญิงตั้งครรภ์เกิดปัญหาภาวะโลหิตจางก่อนการตั้งครรภ์ขณะตั้งครรภ์จนถึงหน้าห้องคลอดส่งผลให้ทารกแรกเกิดน้ำหนักต่ำกว่า ๒๕๐๐กรัม และการคลอดที่บ้านโดย ผดุงครรภ์โบราณ (ผดบ.)ประจำหมู่บ้านทำให้เด็กไม่ได้รับการตรวจร่างกายและรับการฉีดวัคซีนป้องกันโรค ซึ่งจะมีผลต่อการเจริญเติบโตของเด็กต่อไปทั้งทางด้าน ร่างกาย จิตใจ และสติปัญญาของเด็กต่อไป

วัตถุประสงค์/เป้าหมาย
  1. เพื่อพัฒนาศักยภาพแม่อาสาให้มีความรู้สามารถดูแลสุขภาพหญิงตั้งครรภ์ในพื้นที่รับผิดชอบได้
  2. เพื่อให้หญิงตั้งครรภ์ที่อยู่กินกับสามี และคู่สมรสใหม่ได้เตรียมความพร้อมกับบทบาทตนเองได้อย่างเหมาะสม
  3. เพื่อลดภาวะเสี่ยง และป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่จะเกิดกับหญิงตั้งครรภ์และลูก
การดำเนินงาน/กิจกรรม
วิธีดำเนินการ

ขั้นเตรียมการ

๑. จัดประชุมชี้แจงเจ้าหน้าที่

๒. จัดทำแผนปฏิบัติการตามโครงการ

๓. จัดทำโครงการเสนอเพื่อขออนุมัติโครงการ


ขั้นดำเนินการ

๑. ประชาสัมพันธ์โครงการ

๒.สำรวจกลุ่มเป้าหมายหญิงตั้งครรภ์และสามี ตำบลลำภู

๓.ดำเนินกิจกรรมตามโครงการดังนี้


กิจกรรมที่๑ อบรมพัฒนาศักยภาพแม่อาสา

  • อบรมพัฒนาศักยภาพแม่อาสา โดยมี อสม.และ ผดบ.(ผดุงครรภ์โบราณ)  จำนวน ๕๕ คน

  • ให้ความรู้แม่อาสา เรื่อง การตรวจการตั้งครรภ์ สมุดสีชมพู ทะเบียนหญิงตั้งครรภ์ในเขตรับผิดชอบ ยาเสริมธาตุเหล็ก

  • ติดตามเยี่ยมหญิงวัยเจริญพันธ์ที่อยู่กินกับสามีพร้อมทดสอบการตั้งครรภ์ เยี่ยมหญิงตั้งครรภ์ที่มีภาวะซีดในเขตพื้นที่รับผิดชอบ แนะนำเรื่องการกินยา การรับประทานอาหาร กิจกรรมที่๒ เส้นทางสีชมพูสู่ลูกรัก

  • ให้ความรู้ในการเตรียมความพร้อมกับบทบาทตนเองแก่หญิงที่อยู่กินกับสามีและคู่สมรสใหม่จำนวน ๑๒๒ คน( ๖๑ คู่ )

  • ให้ความรู้คู่สมรสใหม่ เรื่องยาเสริมธาตุเหล็ก ยาป้องกันปากแหว่งเพดานโหว่คู่มือตรวจสอบการตั้งครรภ์ การดูแลสุขภาพช่องปากและฟัน และแผ่นพับการดูแลตนเองขณะตั้งครรภ์ กิจกรรมที่๓ ตลาดนัดลดเสี่ยง ลดโรคในหญิงตั้งครรภ์

  • จัดทำฐานให้ความรู้ ประกอบด้วย

๑. ฐานอาหารที่มีประโยชน์ และอาหารที่ให้โทษขณะตั้งครรภ์

๒. ฐานยา ประโยชน์ของการรับประทานยา ยาประเภทไหนที่ควรหลีกเลี่ยงขณะตั้งครรภ์

๓. ฐานวิดิทัศน์ ชมวิดิทัศน์การปฏิสนธิตลอดการตั้งครรภ์

  • ประเมินความรู้ก่อนและหลังร่วมกิจกรรม

  • อภิปรายกลุ่ม

๔. ฐานฟันสะอาด ประโยชน์ของการดูแลสุขภาพฟันขณะตั้งครรภ์ การแปรงฟัน

ผลที่คาดว่าจะได้รับ

๑. อสม.และผดบ.สามารถดูแลสุขภาพหญิงตั้งครรภ์ในพื้นที่รับผิดชอบได้ร้อยละ ๘๐

๒. หญิงตั้งครรภ์มาฝากครรภ์ก่อน ๑๒ สัปดาห์มากกว่าร้อยละ ๘๐

๓. หญิงตั้งครรภ์มีภาวะโลหิตจางได้ไม่เกินร้อยละ๑๐

๔. หญิงตั้งครรภ์คลอดในสถานบริการ ส่งผลให้ลูกเกิดรอดแม่ปลอดภัยและมีคุณภาพชีวิตที่ดีต่อไปไม่น้อยกว่าร้อยละ ๙๕