โครงการป้องกันและควบคุมโรคโควิด - 19 ปี 2565
โครงการป้องกันและควบคุมโรคโควิด - 19 ปี 2565
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการป้องกันและควบคุมโรคโควิด - 19 ปี 2565 | |
| รหัสโครงการ | L1478-65-01-003 | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลละมอ | |
| วันที่อนุมัติ | 25 กุมภาพันธ์ 2565 | |
| ปี | 2565 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 1 กุมภาพันธ์ 2565 - 30 กรกฎาคม 2565 | |
| งบประมาณ | 21,900.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นายอนันต์ ไทรงาม | |
| พื้นที่ดำเนินการ | ตำบลละมอ อำเภอนาโยง จังหวัดตรัง |
จากสถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด 2019 ซึ่งมีการประกาศกระทรวงสาธารณสุขให้ โรคไวรัสโค โรน่า หรือ COVID-19 เป็นโรคร้ายแรง ทำให้เกิดการตื่นหนักของประชาชนทั่วโลกและคนไทย ซึ่งพบการระบาดไป ในหลายประเทศส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจสังคมอย่างรุนแรง สถานการณ์การระบาด กำลังแพร่กระจายยังไม่สามารถควบคุมได้สาเหตุการเสียชีวิตส่วนใหญ่ ตัวไวรัส COVID-19 จะทำให้เกิดอาการไข้สูง จาม ไอ การอักเสบของปอดและเยื้อหุ้มปอดอย่างรุนแรง แต่อย่างไรก็ตามอัตราการตายไม่ได้สูงมากนักเพียง 1-3% ร้อยแรงน้อยกว่า SARซึ่งมีอัตราการตาย 10 % ดังนั้น มาตรการการป้องกันไม่ให้ติดโรค COVID-19 นั้นถือว่าจำเป็น ด้วยการดำเนินมาตรการการรักษาร่างกายให้แข็งแรงออกกำลังกายเพื่อมิให้ป่วย การป้องกันตนเอง เช่น หลีกเลี่ยง การเดินทางไปในประเทศหรือสถานที่มีคนพลุกล่าน การล้างมือให้สะอาดอย่างถูกต้อง ทั้งด้วยแอลกอฮออล์เจล สบู่ การสวมหน้ากากอนามัยอย่างถูกวิธี การไม่นำเอามือมาป้ายหรือ จับหน้า ความรู้และเข้าใจการดำเนินไปของโรค เป็น สิ่งสำคัญนั้น ดังนั้นเพื่อให้การดำเนินการป้องกันโรคไวรัสโคโรน่า หรือ COVID-19 เป็นไปด้วยความเรียบร้อย และ ปี 2564 มีประชาชนในพื้นที่ หมู่ที่ 1,4,8,9,10 ติดเชื้อโควิด-19 จำนวน 37 รายและเสียชีวิต 1 ราย จากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 ระลอกใหม่ ส่งผลให้มีประชาชนติดเชื้อและเริ่มกระจายในวงกว้างมากขึ้น การป้องกันการติดเชื้อสามารถทำได้โดยหลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังพื้นที่ที่มีการระบาดของเชื้อ COVID-19 การสัมผัสกับผู้ป่วย หรือ ผู้ที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อ หากสงสัยว่าตนเองอาจจะได้รับเชื้อควรแยกสังเกตอาการอย่างน้อย 14 วัน ขณะแยกสังเกตอาการต้องงดการเดินทางหรืออยู่ในที่ที่มีคนหนาแน่น งดใช้สิ่งของส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น และควรปฏิบัติตามคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด รวมถึงมีการบูรณาการทุกภาคส่วน เครื่องมือ ทรัพยากรและงบประมาณเพื่อสนับสนุนบทบาทของภาคีเครือข่าย ร่วมกันขับเคลื่อนยกระดับการรับรู้และการมีส่วนร่วมของประชาชน ให้ประชาชนมีความรอบรู้ในการดูแลตนเอง ครอบครัว สังคม และมีส่วนร่วมในการกำหนดมาตรการต่างๆ ขององค์กรในการรับมือการแพร่ระบาดเชื้อ COVID-19 เพราะการรับรู้และบทบาทการมีส่วนร่วมของประชาชนเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้ประเทศไทยผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ได้
- 1.เพื่อจัดหาวัสดุ/อุกรณ์ ในการป้องกันและควบคุมโรคโควิด - 19 2.เพื่อให้ผู้สัมผัสผู้ป่วยได้รับการคัดกรองและกักตัวตามมาตราการของกระทรวงสาธารณสุข 3.เพื่อให้ประชาชนมีพฤติกรรมตามหลัก DMHTT
1.อัตราป่วยด้วยโรคโควิด - 19 ลดลง 2.มีภาคีเครือข่ายร่วมกันป้องกันและควบคุมโรคโควิด - 19