กองทุนสุขภาพตำบล - กองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่น - กปท

credit_score
แบบการติดตามประเมินผลการดำเนินกิจกรรมของโครงการ (Process Evaluation)
กิจกรรมระยะเวลาเป้าหมาย/วิธีการผลการดำเนินงานปัญหา/อุปสรรค/แนวทางแก้ไข
ตามแผนปฏิบัติจริงตามแผนปฏิบัติจริงตามแผนปฏิบัติจริง
1. กิจกรรมประเมินความเสี่ยง 4 มี.ค. 2565 -

 

-

-

-

-

2. กิจกรรมปฏิบัติการคัดกรอง 1 พ.ค. 2565 -

 

-

-

-

-

3. กิจกรรมอบรมให้ความรู้ 1 พ.ค. 2565 -

 

-

-

-

-

4. ประเมินความเสี่ยง 1 พ.ค. 2565 1 พ.ค. 2565

สัมภาษณ์เพื่อประสานเจ้าหน้าที่ รพ.สต.ฉลุง ประเมินความเสี่ยงการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืช และความเสี่ยงทางจิต  ประกอบด้วย 1.แบบประเมินคนวามเสี่ยง นบก 1-56 จำนวน 300 ชุด ๆ ละ 3 บาท  เป็นเงิน  900.- บาท 2.แบบประเมิน 2Q จำนวน 300 ชุด ๆ ละ 1 บาท  เป็นเงิน  300.- บาท   รวมเป็นเงิน  1,200.- บาท

สัมภาษณ์เพื่อประสานเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลฉลุง ประเมินความเสี่ยงการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืช และความเสี่ยงทางจิต จำนวน 300 คน

-

ผลการประเมินความเสี่ยงการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืช ตามแบบประเมิฯ นบก.1-56 ดังนี้ -ความเสี่ยงค่อนข้างสูง จำนวน 165 คน คิดเป็นร้อยละ 55 -ความเสี่ยงสูง จำนวน 114 คน คิดเป็นร้อยละ 38 -ความเสี่ยงสูงมาก จำนวน 21 คน คิดเป็นร้อยละ 7 ผลการประเมินความเสี่ยงทางจิต ตามแบบคัดกรองโรคซืมเศร้า ดังนี้ -ผลปกติ จำนวน 300 คน คิดเป็นร้อยละ 100

-

5. ปฏิบัติการคัดกรอง 1 พ.ค. 2565 1 พ.ค. 2565

มีการเจาะเลือดตรวจคัดกรองผู้ที่มีความเสี่ยงจากการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืช  ประกอบด้วยค่าใช้จ่าย คือ 1.ค่าชุดอุปกรณ์ตรวจหาสารโคลีนเอสเตอเรส จำนวน 6 ชุด ๆ ละ 2,000.- บาท  เป็นเงิน  12,000.- บาท 2.ค่าถุงมือ 1 กล่อง ๆ ละ 280 บาท  เป็นเงิน  280.- บาท   รวมเป็นเงิน  12,280.- บาท

ดำเนินการเจาะเลือดตรวจคัดกรองผู้ที่มีความเสี่ยงจากการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืช จำนวน 300 คน นัดหมายให้มารับบริการตรวจชั่วโมงละ 50 คน เพื่อลดความแออัด

-

ผลการเจาะเลือดตรวจคัดกรองผู้ที่มีความเสี่ยงจากการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืช ตามเป้าหมายโครงการจำนวน 300 คน คิดเป็นร้อยละ 100  ได้ผลการตรวจคัดกรอง  ดังนี้ -ผลปกติ  จำนวน 45 คน ร้อยละ 15 -ผลปลอดภัย  จำนวน 69 คน ร้อยละ 23 -ผลเสี่ยง  จำนวน 84 คน  ร้อยละ 28 -ผลไม่ปลอดภัย  จำนวน 102 คน ร้อยละ 34 บันทึกสุขภาพเกษตรกรที่มีความเสี่ยงจากการเจาะเลือด ให้สุขศึกษาแนะนำให้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม และทานสมุนไพรรางจืด เพื่อล้างสารเคมีตกค้างในกระแสเลือด เป็นเวลา 7 วัน พร้อมติดตามผลโดยการเจาะเลือดซ้ำ คำแนะนำสำหรับผู้ที่มีผลเสี่ยงและผลไม่ปลอดภัย  คือ 1. ผู้ที่ใช้สารเคมี ควรเลิกใช้ เปลี่ยนไปใช้สารธรรมชาติทดแทน หากหลีกเลี่ยงไม่ได้จริง ๆ ก็ควรใช้ให้น้อยที่สุด ใช้อย่างถูกวิธีและใช้อุปกรณ์ป้องกันาี่ถูกต้องเหมาะสม 2.การล้างผักผลไม้ด้วยน้ำไหลผ่าน แช่ผักและผลไม้ในน้ำส้มสายชู 10-15 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด 3.การล้างพิษด้วยสมุนไพรรางจืด ใช้ใบสด 5-7 ใบ ต้มกับน้ำสะอาดดื่มครั้งละ 1 แก้ว วันละ 4-5 ครั้ง สัปดาห์ละ 2-3 วัน ติดต่อกัน 1 เดือน โดยเกษตรกรและประชาชนกลุ่มเสี่ยงที่มีผลการคัดกรองเสี่ยงและผลไม่ปลอดภัย ได้รับการแนะนำรักษาด้วยสมุนไพรรางจืด จำนวน 186 คน คิดเป็นร้อยละ 100 4.ติดตามผลหลังให้สุขศึกษาแนะนำให้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม และทานสมุนไพรรางจืดเพื่อล้างสารเคมีตกค้างในกระแสเลือด เป็นเวลา 7 วัน  โดยการเจาะเลือดซ้ำในกลุ่มที่มีผลเสี่ยงและไม่ปลอดภัย มีกลุ่มเป้าหมายเข้ารับการตรวจคัดกรองซ้ำ  จำนวน  154  คน คิดเป็นร้อยละ 82.80 ได้ผลการตรวจ -ผลปกติ  จำนวน 52 คน ร้อยละ 33.76 -ผลปลอดภัย  จำนวน 66 คน ร้อยละ 42.85 -ผลเสี่ยง  จำนวน 34 คน  ร้อยละ 22.10 -ผลไม่ปลอดภัย  จำนวน 2 คน  ร้อยละ 1.29 ซึ่งหลังจากให้สุขศึกษาแนะนำให้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม  และทานสมุนไพรรางจืดเพื่อล้างสารเคมีตกค้างในกระแสเลือดเป็นเวลา 7 วัน พบว่าผลปกติ และปลอดภัยเพิ่มขึ้น ส่วนผลเสี่ยงและผลไม่ปลอดภัยลดลง

-

6. จัดอบรมให้ความรู้ 1 พ.ค. 2565 1 พ.ค. 2565

จัดอบรมให้ความรู้แก่กลุ่มเกษตรและประชาชนกลุ่มเสี่ยงที่มีผลจากการเจาะเลือดแล้วพบว่าอยู่ในระดับมีความเสี่ยง และไม่ปลอดภัย เรื่องการป้องกันตนเองจากการใช้ยาปราบศัตรูพืช และประชาชนกลุ่มเสี่ยงเรื่องการบริโภคให้ปลอดภัยจากยาฆ่าแมลง  ประกอบด้วย 1.ค่าตอบแทนวิทยากร จำนวน 2 คน ๆ ละ 3 ชั่วโมง ๆ ละ 600 บาท จำนวน 2 รุ่น  เป็นเงิน  7,200.- บาท 2.ค่าอาหารกลางวัน  จำนวน 40 คน ๆ ละ 80 บาท จำนวน 2 รุ่น  เป็นเงิน  6,400.- บาท 3.ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม  จำนวน 40 คน ๆ ละ 2 มื้อ ๆ ละ 25 บาท จำนวน 2 รุ่น เป็นเงิน 4,000.- บาท 4.ค่าวัสดุ/เอกสารในการอบรม  จำนวน 80 ชุด ๆ ละ 44 บาท  เป็นเงิน  3,520.- บาท   รวมเป็นเงิน  21,120.- บาท (หมายเหตุ : ทุกรายการสามารถถั่วเฉลี่ยกันได้)

จัดอบรมให้ความรู้แก่กลุ่มเกษตรกรและประชาชนกลุ่มเสี่ยงที่มีผลจากการเจาะเลือด แล้วพบว่าอยู่ในระดับมีความเสี่ยง และไม่ปลอดภัย เรื่องการป้องกันตนเองจากการใช้ยาปราบศัตรูพืช และประชาชนกลุ่มเสี่ยง เรื่องการบริโภคให้ปลอดภัยจากยาฆ่าแมลง

-

จัดอบรมให้ความรู้แก่กลุ่มเกษตรกรและกลุ่มเสี่ยงที่มีผลจากการเจาะเลือด แล้วพบว่าอยุ่ในระดับมีความเสี่ยงและไม่ปลอดภัย เรื่องการป้องกันตนเองจากการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืช การบริโภคให้ปลอดภัยจากสารเคมีกำจัดศัตรูพืช และเรื่องที่เกี่ยวข้อง ตามเป้าหมายโครงการจำนวน 80 คน คิดเป็นร้อยละ 100

-