กองทุนสุขภาพตำบล - กองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่น - กปท

directions_run

โครงการสตรีไทยห่างไกลโรคมะเร็งเต้านมและมะเร็งปากมดลูก ตำบลเจ๊ะบิลัง อำเภอเมือง จังหวัดสตูล ประจำปีงบประมาณ 2565

กองทุนสุขภาพตำบล อบต.เจ๊ะบิลัง

โครงการสตรีไทยห่างไกลโรคมะเร็งเต้านมและมะเร็งปากมดลูก ตำบลเจ๊ะบิลัง อำเภอเมือง จังหวัดสตูล ประจำปีงบประมาณ 2565

รายละเอียดโครงการ
รายละเอียดโครงการ
ชื่อโครงการ/กิจกรรม โครงการสตรีไทยห่างไกลโรคมะเร็งเต้านมและมะเร็งปากมดลูก ตำบลเจ๊ะบิลัง อำเภอเมือง จังหวัดสตูล ประจำปีงบประมาณ 2565
รหัสโครงการ 65-L5303-2-9
ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ ชมรมอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน(อสม.)หมู่ที่ 1 ต.เจ๊ะบิลัง
วันที่อนุมัติ 4 กุมภาพันธ์ 2565
ปี 2565
ระยะเวลาดำเนินโครงการ 3 กุมภาพันธ์ 2565 - 31 สิงหาคม 2565
งบประมาณ 14,920.00
ผู้รับผิดชอบโครงการ ชมรมอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน(อสม.)หมู่ที่ 1 ต.เจ๊ะบิลัง
พื้นที่ดำเนินการ ตำบลเจ๊ะบิลัง อำเภอเมืองสตูล จังหวัดสตูล
ประเด็น
แผนงานกลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีความเสี่ยง
สถานการณ์/หลักการและเหตุผล
  1. ประชาชนที่มีความเสี่ยงต่อโรคมะเร็งเต้านมและมะเร็งปากมดลูก ขนาด 100.00

หลักการและเหตุผล (ระบุที่มาของการทำโครงการ)     จากรายงานข้อมูลข่าวสารสุขภาพ สำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ การเสียชีวิตของคนไทยนั้น เกิดจากโรคมะเร็งสูงสุดเป็นอันดับหนึ่ง โดยในปีที่ผ่านมาพบว่า ผู้ชายไทยเป็นมะเร็งตับมากที่สุด ส่วนผู้หญิงไทยเป็นมะเร็งปากมดลูกมากที่สุด รองลงมาคือมะเร็งเต้านม และมะเร็งปอด ตามลำดับ สาเหตุที่ทำให้สตรีเป็นโรคมะเร็งมีหลายสาเหตุด้วยกันไม่ว่าจะเป็น กรรมพันธุ์ วิถีชีวิต การบริโภค ผู้ป่วยที่มารับการรักษาพยาบาลส่วนใหญ่มักจะมาเมื่ออยู่ในระยะที่เป็นมากแล้ว ทำให้การรักษาไม่ได้ผลดีเท่าที่ควร และมีค่าใช้จ่ายในการรักษาสูง ซึ่งวิธีการป้องกันที่สำคัญที่สุด คือการค้นหาโรคตั้งแต่ยังไม่มีอาการ เพื่อรับการรักษาก่อนจะลุกลาม โดยให้ประชาชนสามารถดูแลตนเองได้ ถ้าได้รับความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้อง การฝึกทักษะในการสังเกต และการตรวจคัดกรองค้นหาด้วยตนเอง เพื่อค้นหาความผิดปกติ ทำให้สามารถได้รับการดูแล รักษาได้ตั้งแต่ระยะเริ่มแรก ในขณะเดียวกัน กลุ่มสตรีสามารถดูแล และป้องกันตนเองจากโรคมะเร็งปากมดลูกได้ตั้งแต่ในระยะแรก ๆ โดยการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก ทุก ๆ 5 ปี กระทรวงสาธารณสุขได้กำหนดตัวชี้วัดความสำเร็จของการลดปัญหาสุขภาพ ได้แก่ สตรีอายุ 30-60 ปี ได้รับการตรวจสุขภาพหามะเร็งปากมดลูกไม่น้อยกว่า ร้อยละ80 เริ่มจากปี พ.ศ. 2563-2567 และให้ตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก ไม่น้อยกว่าร้อยละ 20 ต่อปี ซึ่งการดำเนินงานโครงการมะเร็งปากมดลูกดังกล่าว ยังไม่บรรลุเป้าหมาย สตรีอายุ 30-60ปีได้ตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก พ.ศ.2564 ร้อยละ 26 เนื่องจากการประชาสัมพันธ์ที่ยังไม่ทั่วถึง กลุ่มเป้าหมายยังไม่ตระหนักถึงโทษภัยของโรคมะเร็งปากมดลูก และยังไม่เห็นความสำคัญของการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกเท่าที่ควร โดนผู้ที่ได้รับการตรวจคัดกรองก็จะเป็นผู้ที่เข้ารับการอบรมเป็นสวนใหญ่ซึ่งต้องต้องเร่งรัดให้ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายตามตัวชี้วัดของกระทรวงสาธารณสุขต่อไป         ทั้งนี้ ทางชมรมอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน(อสม.)หมู่ 1 ตำบลเจ๊ะบิลัง อำเภอเมือง จังหวัดสตูล ได้ตระหนักถึงความสำคัญในการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคให้กับสตรี จึงได้จัดทำโครงการดังกล่าวเพื่อรณรงค์เร่งรัดให้สตรีกลุ่มเป้าหมาย ได้มีความรู้เกี่ยวกับโรคมะเร็งปากมดลูกและโรคมะเร็งเต้านม จัดให้มีการอบรมและสอนการตรวจเต้านมด้วยตนเองในชุมชน และติดตามกลุ่มเป้าหมายเพื่อตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลเจ๊ะบิลังโดยเจ้าหน้าที่สาธารณสุข เพื่อให้บรรลุเป้าหมายประชาชนมีสุขภาพดี และมีคุณภาพชีวิตที่ดีต่อไป

วัตถุประสงค์/เป้าหมาย
  1. 1.สตรีอายุ 30-60ปีได้รับการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกเพิ่มขึ้น
  2. 2 สตรีอายุ 30-70 ปี สามารถตรวจมะเร็งเต้านมด้วยตนเองได้ถูกต้อง
  3. 3.เพื่อลดอัตราการเกิดโรคมะเร็งเต้านมและมะเร็งปากมดลูกในระยะลุกลาม
การดำเนินงาน/กิจกรรม
  1. 1.อสม.ปฏิบัติการเชิงรุกโดยการลงพื้นที่ติดตามพร้อมเจ้าหน้าที่สาธารณสุข
  2. 2.รณรงค์การตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมและมะเร็งปากมดลูกในหมู่บ้าน
  3. 5.ประเมินและสรุปผลการดำเนินโครงการ
  4. 3.อบรมให้ความรู้สตรีกลุ่มเป้าหมายในชุมชนโดยเจ้าหน้าที่สาธารณสุข 2 วัน
  5. 4.ให้ความรู้และให้บริการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านม และมะเร็งปากมดลูกแบบใหม่ (HPV DNA TEST)
วิธีดำเนินการ
ผลที่คาดว่าจะได้รับ
  1. สตรีกลุ่มเป้าหมายที่ได้รับการอบรมการตรวจมะเร็งปากมดลูก มะเร็งเต้านมมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโรคมะเร็งปากมดลูกและมะเร็งเต้านมเพิ่มมากขึ้น 2 สามารถตรวจหาก้อนมะเร็งเต้านมด้วยตนเองได้ถูกต้อง และได้รับการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกโดยเจ้าหน้าที่สาธารณสุขเพิ่มมากขึ้น 3 ลดการพบมะเร็งระยะลุกลามในสตรีไทย ส่งผลให้มีสุขภาพดี มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น