โครงการส่งเสริมความรู้ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ และประเมินภาวะเสี่ยงต่อการเกิดการหกล้มในผู้ป่วยโรคเรื้อรังในหมู่ที่ 2 3 5 ตำบลกันตังใต้ อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง ปี 2565
โครงการส่งเสริมความรู้ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ และประเมินภาวะเสี่ยงต่อการเกิดการหกล้มในผู้ป่วยโรคเรื้อรังในหมู่ที่ 2 3 5 ตำบลกันตังใต้ อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง ปี 2565
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการส่งเสริมความรู้ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ และประเมินภาวะเสี่ยงต่อการเกิดการหกล้มในผู้ป่วยโรคเรื้อรังในหมู่ที่ 2 3 5 ตำบลกันตังใต้ อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง ปี 2565 | |
| รหัสโครงการ | 65-L1460-01-006 | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลกันตังใต้ | |
| วันที่อนุมัติ | 24 มกราคม 2565 | |
| ปี | 2565 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 10 มกราคม 2565 - 20 สิงหาคม 2565 | |
| งบประมาณ | 32,186.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นายวรรณกิจ สินอ่อน | |
| พื้นที่ดำเนินการ | ตำบลกันตังใต้ อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง |
การที่ประชากรมีอายุยืนขึ้นทำให้โรคเรื้อรังที่เป็นผลจากการเสื่อมของสภาพร่างกาย กลายเป็นปัญหาสุขภาพที่สำคัญอย่างมากในปัจจุบัน ทั้งในประเทศที่พัฒนาแล้วและประเทศกำลังพัฒนา แม้ว่าจะมีความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีและวิทยาการทางการแพทย์อย่างมากในเวลาเดียวกัน แต่กลับพบว่ามีประชากรที่มีโรคเรื้อรังต่างๆ มากกว่าร้อยละ 50 คนไข้หลักการและเหตุผล (ระบุที่มาของการทำโครงการ)
การที่ประชากรมีอายุยืนขึ้นทำให้โรคเรื้อรังที่เป็นผลจากการเสื่อมของสภาพร่างกาย กลายเป็นปัญหาสุขภาพที่สำคัญอย่างมากในปัจจุบัน ทั้งในประเทศที่พัฒนาแล้วและประเทศกำลังพัฒนา แม้ว่าจะมีความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีและวิทยาการทางการแพทย์อย่างมากในเวลาเดียวกัน แต่กลับพบว่ามีประชากรที่มีโรคเรื้อรังต่างๆ มากกว่าร้อยละ 50 คนไข้โรคเรื้อรังที่พบบ่อย ได้แก่ เบาหวาน ความดันโลหิตสูง คนไข้โรคเรื้อรังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และในผู้ป่วยโรคเรื้อรังเหล่านี้ ยังพบว่า เกิดภาวะกระดูกพรุนเพิ่มมากขึ้น เป็นปัญหาสำคัญของการสาธารณสุข ต้องใช้งบประมาณจำนวนมากในการดูแลรักษาคนไข้กลุ่มนี้ เนื่องจากเป็นโรคที่รักษาไม่หาย คนไข้จะมีอาการกำเริบ เกิดภาวะแทรกซ้อนได้ง่าย เช่น เบาหวานอาจเกิดภาวะระดับน้ำตาลในเลือดสูงหรือต่ำเฉียบพลัน เกิดภาวะแทรกซ้อนทำให้ตาบอด ไตวาย เท้าเป็นแผลอักเสบจนต้องตัดขา ความดันโลหิตสูงทำให้หลอดเลือดในสมองแตก เกิดเป็นอัมพฤกษ์ อัมพาต การเกิดภาวะกระดูกพรุนในผู้ป่วยโรคเรื้อรัง ส่งผลให้ผู้ป่วยเสี่ยงต่อการหกล้ม และกระดูกหักได้มากขึ้น เป้าหมายการรักษาเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอาการกำเริบหรือภาวะแทรกซ้อนสาเหตุหนึ่งเกิดจากวิถีชีวิตและพฤติกรรม ที่สำคัญ ได้แก่ การกินอาหาร ทั้งประเภทและช่วงเวลาการกิน พฤติกรรมเสี่ยง คือ กินอาหารไม่ครบหมู่ กินอาหารบางหมู่มากเกินไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาหารประเภทแป้ง น้ำตาล และไขมัน งดอาหารมื้อเช้า แต่กินอาหารมื้อเย็นมากเกินไป กินอาหารเสร็จถึงเวลาเข้านอน ดื่มสุรา และสูบบุหรี่ การทำงานที่ใช้แรงกายน้อย ขาดการออกกำลังกาย มีความเครียดสูง
จากข้อมูลผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง และเบาหวานของประชากรหมู่ที่ 2 3 5 ตำบลกันตังใต้ ปัจจุบันมีผู้ป่วยรับบริการในคลินิกโรคเรื้อรังของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลกันตังใต้ จำนวน 170 คน สามารถแบ่งเป็นกลุ่มประสิทธิภาพทางการดูแลได้ดังนี้ ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง จำนวน 170 คน กลุ่มที่ 1 กลุ่มผู้ป่วยที่สามารถควบคุมระดับความดันโลหิตสูงได้อยู่ในระดับดี จำนวน 74 คน คิดเป็นร้อยละ 43.52 กลุ่มที่ 2 กลุ่มผู้ป่วยที่สามารถควบคุมระดับความดันโลหิตได้อยู่ในระดับปานกลาง จำนวน 83 คน คิดเป็นร้อยละ 48.82 กลุ่มที่ 3 กลุ่มผู้ป่วยที่สามารถควบคุมระดับความดันโลหิตอยู่ในระดับต่ำ จำนวน 13 คน คิดเป็นร้อยละ 7.64 ผู้ป่วยโรคเบาหวาน จำนวน 27 คน กลุ่มที่ 1 กลุ่มผู้ป่วยที่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลในกระแสเลือดอยู่ในระดับดี จำนวน 11 คน คิดเป็นร้อยละ 40.74 กลุ่มที่ 2 กลุ่มผู้ป่วยที่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลในกระแสเลือดอยู่ในระดับปานกลาง จำนวน 11 คน คิดเป็นร้อยละ 40.74 กลุ่มที่ 3 กลุ่มผู้ป่วยที่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลในกระแสเลือดอยู่ในระดับต่ำ จำนวน 5 คน คิดเป็นร้อยละ 18.51 ผู้ป่วยในกลุ่มที่ 2และ3 คือกลุ่มที่ควรได้รับการควบคุมเพื่อป้องกันการเกิดภาวะแทรกซ้อนเช่น โรคอัมพฤกษ์ อัมพาต จนกลายเป็นผู้ป่วยติดบ้านติดเตียงในอนาคต และจากสถิติในปีที่ผ่านมา พบว่า ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง เกิดการหกล้ม และมีภาวะกระดูกหักเพิ่มมากขึ้น ซึ่งหากผู้ป่วยโรคเรื้อรังเกิดโรคภาวะแรกซ้อนเหล่านี้ จะทำให้กลายเป็นผู้ป่วยติดเตียงได้
โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลกันตังใต้ เล็งเห็นความสำคัญของการดูแลผู้ป่วยในกลุ่มนี้ จึงได้ทำโครงการส่งเสริมความรู้ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ และประเมินภาวะเสี่ยงต่อการเกิดการหกล้มในผู้ป่วยโรคเรื้อรังในหมู่ที่ 2 3 5 ตำบลกันตังใต้ อำเภอกันตัง จังหวัดตรังขึ้น เพื่อช่วยลดการเกิดภาวะแทรกซ้อน และการเพิ่มของผู้ป่วยติดบ้านติดเตียง
- เพื่อให้ผู้เข้าร่วมโครงการมีความรู้ในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม
- เพื่อให้ผู้เข้าร่วมโครงการได้รับการประเมินภาวะเสี่ยงต่อการเกิดการหกล้ม
- ทำป้ายโครงการ
- ช่วงที่ 1 ให้ความรู้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม และการประเมินความเสี่ยงต่อการหกล้ม
- ช่วงที่ 2 การวัดความดันและระดับน้ำตาลที่บ้านโดยผู้ป่วย และจดบันทึกผล ในผู้ป่วยกลุ่มที่ 3
ผู้ป่วยหรือผู้ดูแลมีความรู้ สามารถดูแลตนเอง วัดความดันโลหิต และเจาะเลือดเพื่อดูน้ำตาลในกระแสเลือดได้อย่างถูกต้อง ได้รับการปรับเปลี่ยนการใช้ยาได้ตามความเหมาะสม ทราบผลการประเมินภาวะเสี่ยงต่อการหกล้ม ผู้ดูแลช่วยเหลือป้องกันการหกล้มได้เพิ่มขึ้น