โครงการอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมกลุ่มผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงและผู้ป่วยโรคเบาหวาน ประจำปี 2565
โครงการอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมกลุ่มผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงและผู้ป่วยโรคเบาหวาน ประจำปี 2565
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมกลุ่มผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงและผู้ป่วยโรคเบาหวาน ประจำปี 2565 | |
| รหัสโครงการ | ||
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลนิบงบารู | |
| วันที่อนุมัติ | 12 เมษายน 2565 | |
| ปี | 2565 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 3 พฤษภาคม 2565 - 30 กันยายน 2565 | |
| งบประมาณ | 36,750.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นางยูไวรียะ ยูนุ๊ | |
| พื้นที่ดำเนินการ | ตำบลสะเตงนอก อำเภอเมืองยะลา จังหวัดยะลา |
โรคความดันโลหิตสูงเป็นโรคซึ่งทั่วโลกกำลังให้ความสนใจอย่างยิ่ง เนื่องจากตัวเลขของผู้ป่วยด้วยโรคความดันโลหิตสูงมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ในปัจจุบันพบว่ามีผู้ป่วยด้วยโรคความดันโลหิตสูงทั้งสิ้น 189 ล้านคน และคาดว่าในอีก 20 ปี ข้างหน้าจะมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นถึง 324 ล้านคน ที่น่าเป็นห่วงคือผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงที่มีจำนวนเพิ่มขึ้นทุกปี ส่วนใหญ่มีพฤติกรรมการควบคุมระดับความดันโลหิตสูงได้ไม่ดี และส่วนใหญ่เสียชีวิตจากโรคหลอดเลือดสมอง และโรคแทรกซ้อนอื่นๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่สามารถป้องกันและควบคุมได้ อีกทั้งยังพบว่า อายุเฉลี่ยของการเริ่มต้นป่วยเป็นโรคความดันโลหิตสูงนั้นน้อยลงเรื่อยๆ ด้วยวิถีการดำรงชีวิตที่เปลี่ยนไป โดยเฉพาะเรื่องพฤติกรรมการรับประทานอาหาร การออกกำลังกาย และความเครียดจากการทำงาน โรคความดันโลหิตสูงนอกจากจะเป็นโรคเรื้อรังที่รักษาไม่หายแล้ว ยังเชื่อมโยงไปสู่โรคแทรกซ้อนอื่นๆ อีกมากมาย เช่น โรคหลอดเลือดสมอง โรคหัวใจ โรคหัวใจและหลอดเลือด สำหรับสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดโรคคือ “พันธุกรรม” และ “สิ่งแวดล้อม” ในส่วนของพันธุกรรมนั้นเป็นปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญขึ้นเรื่อยๆ เมื่อมีอายุมากขึ้น ขณะที่สิ่งแวดล้อมเป็นปัจจัยเสี่ยงที่เริ่มต้นตั้งแต่ในครรภ์แม่ แม้พันธุกรรมจะเป็นสิ่งที่แก้ไขไม่ได้ แต่ก็สามารถควบคุมปัจจัยเรื่องอาหารและสิ่งแวดล้อมเพื่อป้องกันการเกิดโรคดังกล่าวได้ มีผลการวิจัยหลายชิ้นชี้ให้เห็นว่า การควบคุมอาหารอย่างดี รวมถึงการออกกำลังกายเป็นประจำ ส่งผลโดยตรงต่อการป้องกันโรคความดันโลหิตสูง โดยเฉพาะคนที่มีความเสี่ยงสูงทางพันธุกรรม อีกทั้งยังเป็นการควบคุมโรค และป้องกันโรคแทรกซ้อนในผู้ป่วยเพราะการควบคุมอาหารอย่างถูกต้องและเหมาะสมจะช่วยควบคุมระดับความดันโลหิตไม่ให้สูงได้ ในปีงบประมาณ 2564 ที่ผ่านมา กลุ่มผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงในเขตพื้นที่รับผิดชอบของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลนิบงบารู สามารถควบคุมระดับความดันโลหิตได้ดี ร้อยละ 79.57 ซึ่งถือว่ายังควบคุมระดับความดันโลหิตได้ดี แต่ยังไม่ครอบคลุมทั้งหมด ดังนั้นทางโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลนิบงบารู ได้ตระหนักถึงความสำคัญของปัญหาการควบคุมระดับความดันโลหิตสูงให้ครอบคลุมกลุ่มป่วยทุกคน ดังกล่าว จึงได้จัดทำโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการกลุ่มผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง ประจำปี 2565 ขึ้น เพื่อให้ผู้ป่วย โรคความดันโลหิตสูงเกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเกี่ยวกับการดูแลตนเองให้ถูกต้อง เหมาะสม และสามารถควบคุมระดับความดันโลหิตให้อยู่ในเกณฑ์ที่ปลอดภัย และไม่เสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนในผู้ป่วย
- อบรมให้ความรู้
- ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวาน มีความรู้ ความเข้าใจ ในการดูแลตนเองได้อย่างถูกต้อง
- ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวาน สามารถควบคุมระดับความดันโลหิตและระดับน้ำตาลได้ดี มากกว่าร้อยละ 50
- อัตราการเกิดภาวะแทรกซ้อนในผู้ป่วยลดลง