โครงการชุมชนร่วมใจต้านภ้ยเบาหวานความดัน ปีงบประมาณ 2565 เขตเทศบาลตำบลบางแก้ว อำเภอบางแก้ว จังหวัดพัทลุง
โครงการชุมชนร่วมใจต้านภ้ยเบาหวานความดัน ปีงบประมาณ 2565 เขตเทศบาลตำบลบางแก้ว อำเภอบางแก้ว จังหวัดพัทลุง
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการชุมชนร่วมใจต้านภ้ยเบาหวานความดัน ปีงบประมาณ 2565 เขตเทศบาลตำบลบางแก้ว อำเภอบางแก้ว จังหวัดพัทลุง | |
| รหัสโครงการ | 004 | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านท่ามะเดื่อ | |
| วันที่อนุมัติ | 18 กุมภาพันธ์ 2565 | |
| ปี | 2565 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 1 เมษายน 2565 - 31 สิงหาคม 2565 | |
| งบประมาณ | 19,250.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นางจุฑารัตน์ ปลอดฟัก | |
| พื้นที่ดำเนินการ | ตำบลท่ามะเดื่อ อำเภอบางแก้ว จังหวัดพัทลุง |
ปัจจุบันโรคไม่ติดต่อโดยเฉพาะภาวะความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวานเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญและเร่งด่วนของประเทศ กลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงถ้าไม่ได้รับการดูแลหรือการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่เหมาะสมอาจส่งผลให้ป่วยด้วยโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงได้ในอนาคต อีกทั้งยังเปํนการเพิ่มค่าใข้จ่ายในการดูแลรักษาทำให้เป็นภาระต่อสังคมเสรษฐกิจและครอบครัวที่ต้องทำหน้าที่ดูแลส่วนปัจยจัยด้านอื่่นๆที่อาจมีความเกี่ยวเนื่องกันได้ก็คือพันธุกรรมและสิ่งแวดล้อมซึ่งพบว่าคนที่มีบิดา มารดามีภาวะความดันโลหิตสูงและภาวะเบาวหวานก็มักจะมีโอกาสเสี่ยงมาก ส่วนในเรื่องปัจจัยแวดล้อมเช่น มีน้ำหนักตัวมาก สูบบุหรี่จัดดื่มสุราจัด มีระดับไขมันในเลือดสูง และมีความเครียดก็มีผลทำให้ภาวะความดันโลหิตสูงและเบาหวาน คนที่มีภาวะความดันโลหิตสูงและเบาหวานส่วนใหญ่มักไม่ค่อยรู้ตัว ซึ่งโอกาสจะเกิดโรคแทรกซ้อนจากความดันโลหิตสูง และเบาหวานก็มีมากตามไปด้วย โดยทำให้เกิดโรคแทรกซ้อมที่เป็นอันตายต่อหัวใจ ไต ตา และสมองและเป็นสาเหตุการเสียชีวิตได้ ดังนั้นจึงเปรียบภาวะความดันโลหิตสูงและเบาหวานว่าเป็น "ภัยเงียบ" สถานการณ์โรคเบาหวานจากการสำรวจสุขภาพประชาชนไทยจากการพิจการณาสถานการณ์ความซุกของผู้ที่ได้รับการวินจฉัยและขึ้นทะเบียนจากแพทย์ว่าเป็นโรคเบาหวาน ในสถานบริการภาครัฐ จากแหล่งข้อมูล 43 แฟ้มพบว่าค่าความซุกในปี พ.ศ. 2562 เท่ากับร้อยละ 4.69 และมีแนวโน้มเพิ่มขี้นในแต่ละปี
- ชุมชนร่วมใจต้านภัยเบาหวาน ความดัน ปีงบประมาณ 2565
1.ประชาชนกลุ่มเสี่ยงดรคเบาวหวานและความดันโลหิตสูง มีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม สามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด/ระดับความดันโลหิตให้อยู่ในเกณฑ์ปกติได้ 2.ผู้ป่วยโรคเบาหวาน/ความดันโลหิตสูงสามารถควบคุมโรคได้ ลดอัตราการเกิดภาวะแทรกซ้อน 3.ลดอัตรการเกิดผู้ป่วยเบาหวาน/ความดันโลหิตสูงรายใหม่ 4.มีเครือข่าย/แกนนำด้านสุขภาพในชุมชนที่มีศักยภาพในการดูแลผู้ป่วยโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง