โครงการ “อบรมผู้ดูแลผู้สูงอายุและผู้พิการในชุมชน” ตำบลธารน้ำทิพย์ อำเภอเบตง จังหวัดยะลา ปีงบประมาณ 2565
โครงการ “อบรมผู้ดูแลผู้สูงอายุและผู้พิการในชุมชน” ตำบลธารน้ำทิพย์ อำเภอเบตง จังหวัดยะลา ปีงบประมาณ 2565
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการ “อบรมผู้ดูแลผู้สูงอายุและผู้พิการในชุมชน” ตำบลธารน้ำทิพย์ อำเภอเบตง จังหวัดยะลา ปีงบประมาณ 2565 | |
| รหัสโครงการ | 65-L4129-1-05 | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลธารน้ำทิพย์ | |
| วันที่อนุมัติ | 8 เมษายน 2565 | |
| ปี | 2565 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 1 มีนาคม 2565 - 30 กันยายน 2565 | |
| งบประมาณ | 14,800.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นางจันทรา ฐิติเมฆินทร์ | |
| พื้นที่ดำเนินการ | ตำบลธารน้ำทิพย์ อำเภอเบตง จังหวัดยะลา |
ในปัจจุบันจะเห็นได้ว่าโครงสร้างประชากรไทยอยู่ในระยะที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยประชากรสูงอายุ (อายุ 60 ปีขึ้นไป) มีจำนวนและสัดส่วนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เพิ่มจาก 1.5 ล้านคน ใน พ.ศ.2503 เป็น 7.5 ล้านคน ในปี 2553 และคาดว่าจะเพิ่มถึง 17.7 ล้านคน ในปี 2573ในปัจจุบันส่งผลกระทบต่ออัตราส่วนภาระพึ่งพิงของประชากร ซึ่งเป็นเครื่องชี้วัดถึงความได้เปรียบทางประชากรในการพัฒนาประเทศ ขณะเดียวกันผู้สูงอายุมีอายุยืนยาวขึ้นมีปัญหาด้านสุขภาพ โรคภัยไข้เจ็บ ความพิการและทุพพลภาพเพิ่มมากขึ้น จึงส่งผลกระทบต่อการเพิ่มของความต้องการค่าใช้จ่ายด้านการดูแลรักษาพยาบาล ดังนั้นเมื่อจำนวนผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นในอนาคตจะเป็นภาระสำคัญสำหรับรัฐบาลในการหามาตรการรองรับด้านการรักษาพยาบาล สังคมไทยจะเริ่มต้นสู่สังคมผู้สูงอายุการมีนโยบายสุขภาพเชิงรุกสำหรับผู้สูงอายุ ย่อมทำให้ประชากรสูงอายุมีศักยภาพ สุขภาพ และปัญญาความรู้เพิ่มขึ้นที่จะส่งเสริมเศรษฐกิจของประเทศ และป้องกันการเจ็บป่วย พิการ ทุพพลภาพ ตลอดจนการลดค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาสุขภาพทั้งในปัจจุบันและในอนาคต จากการสำรวจ พบว่าในเขตรับผิดชอบของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลธารน้ำทิพย์ พบผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป จำนวน 401 คน จากการที่จำนวนผู้สูงอายุในชุมชนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงทางสังคมที่มีลักษณะความเป็นสังคมเมือง ลูกหลานออกไปทำงานนอกบ้าน ทำให้ผู้สูงอายุต้องเผชิญกับปัญหาหลายๆ ด้าน เช่น ผู้สูงอายุอยู่ตามลำพังหรือสังคมให้ความสำคัญต่อผู้สูงอายุน้อยลง ประกอบกับผู้สูงอายุประสบปัญหาสุขภาพ ทำให้ผู้สูงอายุที่มีความเปราะบางอยู่แล้ว ได้รับผลกระทบ ทั้งนี้หากผู้สูงอายุปรับตัวได้ทันกับความเปลี่ยนแปลงก็จะสามารถดำเนินชีวิตได้อย่างมีความสุข เกิดความพึงพอใจในชีวิต แต่ถ้าไม่พร้อมหรือปรับตัวไม่ได้และไม่ดีพอ จะส่งผลให้เกิดความรู้สึกว่าตนเองโดดเดี่ยว เหงา ถูกทอดทิ้ง มีความวิตกกังวล ท้อแท้ไม่อยากมีชีวิตอยู่ รู้สึกคุณค่าในชีวิตลดน้อยลง ส่วนในด้านผู้พิการในชุมชน จากการสำรวจพบผู้พิการจำนวน 65 คน มักจะพบปัญหาคล้ายกับผู้สูงอายุ จึงสมควรอย่างยิ่งที่จะต้องมีการสร้างระบบการดูแลรักษาพยาบาลผู้สูงอายุและผู้พิการในชุมชน เพื่อรองรับสถานการณ์ปัจจุบันของพื้นที่การดูแลผู้สูงอายุและผู้พิการ ที่เน้นให้บริการรักษาตามแนวทางแพทย์แผนไทยประยุกต์ร่วมด้วย ซึ่งเป็นการรักษาที่ไม่ต้องใช้ยาซึ่งอาจมีผลข้างเคียงต่อผู้สูงอายุและผู้พิการ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลธารน้ำทิพย์ จึงได้จัดทำโครงการอบรมผู้สูงอายุและผู้พิการ เพื่อการดูแลผู้สูงอายุผู้พิการที่ครอบคลุมและมีประสิทธิภาพโดยชุมชนโดยใช้แนวทางการดูแลและฟื้นฟูผู้สูงอายุโดยใช้ศาสตร์ของแพทย์แผนไทยร่วมด้วย รวมทั้งการดูแลผู้สูงอายุแบบ-ประคับประคอง (ในระยะสุดท้ายของชีวิต) โดยกลุ่มเป้าหมายเป็นผู้สูงอายุและผู้พิการ ผู้ดูแลผู้สูงอายุและผู้พิการ หรืออาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน ซึ่งเป็นผู้ที่รับผิดชอบในการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุและผู้พิการในชุมชนเอง
- กิจกรรมที่ 1 ขั้นเตรียมการ
- กิจกรรมที่ 2 ขั้นดำเนินการ
- ผู้สูงอายุ และผู้พิการมีศักยภาพในการดูแลสุขภาพตนเอง ให้สามารถดำรงชีวิตอยู่ในสังคมได้ อย่างมีความสุขและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
- ชมรมผู้สูงอายุมีการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง และมีบทบาทสำคัญในการแก้ไขปัญหาต่างๆของ ผู้สูงอายุ ให้กับชุมชน