กองทุนสุขภาพตำบล - กองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่น - กปท

เฝ้าระวัง ติดตามกลุ่มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูงบ้านเกาะแกง ปี 2565

รายละเอียดโครงการ
รายละเอียดโครงการ
ชื่อโครงการ/กิจกรรม เฝ้าระวัง ติดตามกลุ่มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูงบ้านเกาะแกง ปี 2565
รหัสโครงการ 65-L3333-02-04
ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ ภาคีเครือข่าย อสม.บ้านเกาะแกง
วันที่อนุมัติ 23 พฤษภาคม 2565
ปี 2565
ระยะเวลาดำเนินโครงการ 1 มิถุนายน 2565 - 30 กันยายน 2565
งบประมาณ 10,500.00
ผู้รับผิดชอบโครงการ นางสุปราณี ล้วนเล็ก
พื้นที่ดำเนินการ ตำบลเกาะนางคำ อำเภอปากพะยูน จังหวัดพัทลุง
ประเด็น
แผนงานโรคเรื้อรัง
สถานการณ์/หลักการและเหตุผล

ปัจจุบัน (พฤษภาคม 2565) หมู่ที่ 1 บ้านเกาะแกงมีจำนวน 147หลังคาเรือน ประชากรทั้งหมดจำนวน 448 คน พบผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง 62 คน ป่วยเป็นโรคความดันโลหิตสูงและมีโรคแทรกซ้อน จำนวน 5 คน ประชากรอายุ 35 ปีขึ้นไป 162คน ได้รับการคัดกรองโรคความดันโลหิตสูงอยู่ในกลุ่มเสี่ยง จำนวน 55 คน กลุ่มสงสัยป่วย จำนวน 14 คน และมีแนวโน้มจะสูงขึ้นและคาดว่าจะมีผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มขึ้นทุกๆ ปี ซึ่งเป็นโรคไม่ติดต่อที่เป็นปัญหาที่พบบ่อย และเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญของประเทศไทย โดยมากมักเกิดจากพฤติกรรมสุขภาพที่ไม่ถูกต้องได้แก่พฤติกรรมเสี่ยงในการบริโภคอาหารการสูบบุหรี่การที่ไม่ออกกำลังกายความเครียดโรคอ้วนเป็นต้น ซึ่งเป็นโรคที่ต้องได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่องและมีภาระค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลสูง ถ้าไม่ได้รับการดูแลอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนและทำให้เสียชีวิตก่อนวัยอันควร กลุ่มภาคีเครือข่ายอสม.หมู่ที่ 1 บ้านเกาะแกงเล็งเห็นถึงปัญหาดังกล่าว จึงได้จัดทำโครงการเฝ้าระวังติดตามกลุ่มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูงบ้านเกาะแกง ปี 2565 ขึ้น

วัตถุประสงค์/เป้าหมาย
การดำเนินงาน/กิจกรรม
  1. ชี้แจงรายละเอียดการดำเนินโครงการแก่ อสม.
  2. จัดหาเครื่องวัดความดันโลหิตแบบดิจิตอล จำนวน 3 เครื่องสำหรับใช้ในการปฏิบัติงาน
  3. ติดตามตรวจความดันโลหิตประชาชนกลุ่มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูง กลุ่มสงสัยป่วย และผู้ป่วยในรายที่ไม่สามารถไปรับบริการที่ รพ.สต./ รพ. ได้
  4. สรุปผลการดำเนินโครงการ
วิธีดำเนินการ
ผลที่คาดว่าจะได้รับ
  1. ประชาชนกลุ่มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูง กลุ่มสงสัยป่วย และในรายที่ป่วยด้วยโรคความดันโลหิตสูงได้รับการได้รับการติดตามตรวจความดันโลหิต ร้อยละ 90
  2. อัตราป่วยด้วยโรคความดันโลหิตสูง เพิ่มขึ้นไม่เกิน ร้อยละ 5