โครงการฌาปณกิจศพ(อาบน้ำศพ)ตามหลัมศาสนาอิสลาม ประจำปี 2565
โครงการฌาปณกิจศพ(อาบน้ำศพ)ตามหลัมศาสนาอิสลาม ประจำปี 2565
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการฌาปณกิจศพ(อาบน้ำศพ)ตามหลัมศาสนาอิสลาม ประจำปี 2565 | |
| รหัสโครงการ | 65-L2523-03-04 | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | ศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุตำบลเอราวัณ | |
| วันที่อนุมัติ | 1 มิถุนายน 2565 | |
| ปี | 2565 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 1 มิถุนายน 2565 - 30 กรกฎาคม 2565 | |
| งบประมาณ | 36,570.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | ศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ | |
| พื้นที่ดำเนินการ | จังหวัดนราธิวาส |
ศาสนาอิสลามเป็นศาสนาที่ได้ให้ความสำคัญกับหลักปฏิบัติของมนุษย์ทุกคนที่เกิดมาบนโลกใบนี้มีหลักเกณฑ์และบทบัญญัติที่ตายตัวสำหรับการดำเนินชีวิต นั้นคือสิ่งที่ปรากฏใน อัลกรุ-อ่าน ซึ่งถือเป็นธรรมนูญสูงสุดที่มุสลิมทุกคนต้องปฏิบัติตาม การเสียชีวิตของมนุษย์หนึ่งคนนั้นก็จะมีหลักปฏิบัติที่ต้องการให้ผู้เสียชีวิตได้ไปสู่สุขคติตามความเชื่อของแต่ละศาสนา ซึ่งมีขั้นตอนที่เป็นหลักปฏิบัติที่ไม่เหมือนกันสำหรับศาสนาอิสลามแล้วจะมีขั้นตอนในการจัดการศพที่เริ่มด้วย การอาบน้ำศพ การห่อศพ การละหมาดศพ และขั้นตอนสุดท้ายคือการฝั่งศพ ฉะนั้นแล้วเมื่อมองถึงขั้นตอนการจัดการศพสิ่งหนึ่งที่มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ควรให้ความรู้และความเข้าใจบนพื้นฐานที่ไม่กระทบกับหลัก)ปฏิบัติของศาสนากับผู้ที่ปฏิบัตินั้น ก็คือ งานสาธารณสุขความสะอาด ที่จำเป็นต้องทำความเข้าใจร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นการอาบน้ำละหมาดศพที่ผู้ที่ปฏิบัติต้องสัมผัสศพต้องทำความสะอาดศพ การห่อศพที่ต้องมีความพิถีพิถันในเรื่องความสะอาดเหล่านี้เป็นงานที่ต้องทำความเข้าใจร่วมกันเพราะว่าสภาพของศพที่ผู้ปฏิบัติได้สัมผัสนั้นไม่เหมือนกัน ดังนั้นแล้ว ชมรมผู้สูงอายุและกลุ่มผู้นำศาสนาโดยคณะกรรมการประจำมัสยิดในเขตพื้นที่รับผิดชอบของตำบลเอราวัณได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในการให้ความรู้ความเข้าใจในหลักการจัดการศพที่สอดคล้องกับงานสาธารณสุข ในแผนปัจจุบัน ทั้งนี้เพื่อเป็นการส่งเสริมการทำงานที่ถูกสุขอนามัย ป้องกันการติดเชื้อจากการสัมผัสศพที่ไม่ขาดคิดส่งเสริมการพัฒนาบุคลากรให้มีความเข้าใจในงานการจัดการศพที่เพียงพอต่อการบริการในพื้นที่ให้งานในการจัดการศพเป็นไปอย่างถูกต้องตามหลักศาสนาและงานสาธารณสุข มีความพึงพอใจและมีความสุขทั้งผู้บริการจัดการศพและญาติของผู้ที่เสียชีวิต
- 1.เพื่อเป็นการส่งเสริมการพัฒนาบุคลากรให้มีความรู้ความเข้าใจในงานการจัดการศพที่เพียงพอต่อการบริการในพื้นที่
- 2.เพื่อเป็นการส่งเสริมการทำงานที่ถูกสุขอนามัยปลอดภัยจากเชื้อโรค
- 3.เพื่อเป็นการสร้างความรักความสามัคคีระหว่างผู้นำศาสนา กับองค์กรของรัฐในพื้นที่
- 1. การอบรมให้ความรู้
- 2. การฝึกปฏิบัติ
๑. บุคลากรมีความรู้ความเข้าใจในงานการจัดการศพที่เพียงพอต่อการบริการในพื้นที่ ๒. การบริการจัดการศพที่ถูกสุขอนามัยปลอดภัยจากเชื้อโรค ๓. เกิดความรักความสามัคคีระหว่างผู้นำศาสนากับองค์กรของรัฐในพื้นที่