โครงการแก้ไขปัญหาฟันผุในเด็กก่อนวัยเรียน
โครงการแก้ไขปัญหาฟันผุในเด็กก่อนวัยเรียน
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการแก้ไขปัญหาฟันผุในเด็กก่อนวัยเรียน | |
| รหัสโครงการ | 65-L4121-01-21 | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านสันติ 2 | |
| วันที่อนุมัติ | 9 มิถุนายน 2565 | |
| ปี | 2565 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 15 มิถุนายน 2565 - 30 กันยายน 2565 | |
| งบประมาณ | 19,900.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นางสาวนูรีซัน ตาเย๊ะ | |
| พื้นที่ดำเนินการ | ตำบลแม่หวาด อำเภอธารโต จังหวัดยะลา |
โรคฟันผุเกิดจากแบคทีเรียที่อาศัยอยู่ในช่องปากร่วมกับเศษอาหารและน้ำลาย สะสมเป็นคราบขี้ฟันหรือ คราบแบคทีเรีย ซึ่งมีลักษณะเหนียวเกาะติดแน่นอยู่ตามผิวฟัน ไม่สามารถหลุดออกจากการบ้วนน้ำหรือการเช็ค เพียงอย่างเดียว จำเป็นต้องแปรงฟันและใช้ไหมขัดฟันเพื่อกำจัดเชื้อโรคเหล่านี้ แบคทีเรียเหล่านี้สามารถเปลี่ยน น้ำตาลและแป้งให้เป็นกรดที่มีฤทธิ์ทำลายผิวฟินจนเกิดเป็นรูปลึกๆ เมื่อรูเล็กๆ ขยายใหญ่ขึ้น เด็กจะเริ่มมีอาการ เสียวฟัน และปวดฟันได้ ฟันน้ำนมจะเป็นพื้นที่เด็กใช้งานไม่น้อยกว่า 5-10 ปี ก่อน มีฟันแท้ขึ้นมาแทนที่ ฟันน้ำนมของเด็กนั้นมีโอกาสได้ง่ายและลุกลามไวกว่าฟันแท้ เนื่องจากชั้นเคลือบฟันน้ำนมมีความบางกว่าฟันแท้ การเลี้ยงดูที่มองซ้ายเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ไป
จากการสำรวจผ่านการณ์พันธุ์ในเด็กไทยพบว่าเด็กเริ่มมีฟันผุตั้งแต่อายุ 9 เดือน และพบว่าเด็กอายุ 3 ปี มีฟันผุเฉลี่ย 3 ต่อคน สาเหตุหลักของฟันผุในเด็กเล็กมาจากพฤติกรรมการเลี้ยงดูที่ไม่เหมาะสม เช่น การให้เด็ก ทานขนมหรือนมที่มีมาหวานเป็นประจำ การปล่อยให้เด็กหลับคาขวดนมหลังจากฟันขึ้นแล้ว หรือผู้ปกครองละเลย เรื่องการดูแลสุขภาพช่องปาก โดยไม่ได้เริ่มแปรงฟันตั้งแต่น้ำนมแรกขึ้น
ผลกระทบของโรคฟันผุในเด็กสามารถส่งผลต่อสุขภาพร่างกายและสุขภาพช่องปากในอนาคตได้ การมีฟัน น้ำนม เด็กจะปวดฟัน เคี้ยวอาหารไม่ได้ ร่างกายจะได้รับสารอาหารไม่ครบถ้วน ส่งผลต่อการเจริญเติบโต อีกทั้ง อาการปวดฟันยังส่งผลต่อการนอนหลับและการเรียนรู้ สิ่งเหล่านี้ล้วนกระทบต่อคุณภาพชีวิตของเด็กตัวเล็กๆ สามารถขัดขวางพัฒนาการทางร่างกาย อารมณ์และสติปัญญาได้ นอกจากนี้เด็กที่มีฟันน้ำนมผุก็มักจะพบว่าฟันแท้ ผุไปด้วย เนื่องจากเด็กที่มีฟันผุจะมีเชื้อก่อโรคฟันผุในช่องปากมากกว่าปกติซึ่งจะส่งผลให้ฟันแท้ที่กำลังจะขึ้นใหม่ นั้นเกิดฟันผุได้เช่นเดียวกัน ผู้ปกครองจึงควรให้ความสำคัญต่อการดูแลสุขภาพช่องปากและการปลูกฝังเด็กในเรื่อง การดูแลสุขภาพช่องปากและฟันตั้งแต่วัยเด็ก เพื่อให้เด็กมีคุณภาชีวิตที่ดี เติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีฟันที่แข็งแรงและไม่มี ปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพช่องปากการแก้ไขปัญหาดังกล่าวทำได้โดยการใช้รูปแบบการให้บริการทันตกรรมครบวงจร การตรวจสุขภาพช่อง ปาก,การให้สุขศึกษา บริการทันตกรรม การแปรงฟันที่ถูกวิธี การบำบัดรักษา และการติดตามประเมินผล
- 1 เพื่อให้ผู้ปกครองและผู้ดูแลเด็กมีความรู้ความเข้าใจในการดูแลรักษาป้องกันโรคในช่องปากและโรค
- 2 เพื่อการบูรณาการงานทันตสาธารณสุข โดยภาคีเครือข่ายมีส่วนร่วม
- 3 เพื่อให้ก่อนวัยเรียนได้รับการตรวจช่องปาก การทาฟลูออไรด์วานิช เพื่อป้องกันฟันผุ
- อบรมให้ความรู้แก่ผู้ปกครองเด็กก่อนวัยเรียน
1 เด็กก่อนวัยเรียน มี CF (ปราศจากฟันผุ) เพิ่มขึ้น 2 เด็กก่อนวัยเรียนได้รับบริการส่งเสริมป้องกันอย่างมีมาตรฐานและครอบคลุม 3 ผู้ปกครองเด็กก่อนวัยเรียน ได้รับการฝึกแปรงฟันให้เด็ก 4 ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กจัดกิจกรรมแปรงฟันหลังอาหารทุกวัน 5 เด็กก่อนวัยเรียนได้รับการทาฟลูออไรวานิชเพื่อป้องกันฟันผุ