โครงการส่งเสริมสนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่
โครงการส่งเสริมสนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการส่งเสริมสนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ | |
| รหัสโครงการ | 65-L2515-1-6 | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | รพ.สต.บ้านมะนังปันยัง | |
| วันที่อนุมัติ | 21 มิถุนายน 2565 | |
| ปี | 2565 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 1 มกราคม 2565 - 30 กันยายน 2565 | |
| งบประมาณ | 8,000.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นางสาวรุสนีตา สนิทกันภัย | |
| พื้นที่ดำเนินการ | ตำบลสามัคคี อำเภอรือเสาะ จังหวัดนราธิวาส |
เด็กที่มีภาวะสุขภาพที่ดีถือเป็นรากฐานแห่งคุณภาพชีวิตที่ดี และพร้อมที่จะเติบโตเป็นบุคคลที่มีคุณภาพและเป็นทรัพยากรที่สำคัญของชาติในอนาคต เด็กทุกคนจึงสมควรและจำเป็นที่จะต้องได้รับการเลี้ยงดูอย่างถูกต้องเหมาะสมในทุกๆด้าน เพื่อให้เด็กมีความสามารถในการสร้างสรรค์ประโยชน์ต่างๆได้อย่างเต็มที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงปฐมวัย นับตั้งแต่แรกเกิดจนถึงอายุ ๖ ปี ถือได้ว่าเป็นช่วงวัยที่สำคัญที่สุดของการเจริญเติบโตและพัฒนาการทุกๆด้านของมนุษย์ ทั้งนี้กระทรวงสาธารณสุข มีนโยบายในการส่งเสริมพัฒนาการเด็กไทย โดยส่งเสริมให้มารดาเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างน้อย ๖ เดือน รวมถึงการมีส่วนร่วมของชุมชน ภาคีเครือข่ายภาครัฐและเอกชนให้การสนับสนุน ช่วยเหลือกระตุ้นให้เกิดการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง และเป็นแหล่งเรียนรู้แก่ชุมชนอื่น ๆ ด้วยการรณรงค์การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียว ๖ เดือน เพราะน้ำนมแม่ เป็นอาหารที่ดีที่สุด สำหรับทารกแรกเกิด โดยมีคุณค่าสารอาหารครบถ้วนตามความต้องการของทารก เพราะการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ในขวบปีแรกจะช่วยให้เด็กมีการพัฒนาทั้งทางด้านร่างกาย สติปัญญา ร่วมกับการพัฒนาทางด้านอารมณ์ เด็กจะมีความสุข มั่นใจในสิ่งแวดล้อม นำไปสู่ความรู้สึกไว้วางใจในบุคคล ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของการพัฒนาการของเด็กในแต่ละช่วงวัยต่อไป จากการดำเนินงานขับเคลื่อนโครงการตำบลนมแม่ที่ผ่านมา ได้เน้นกิจกรรมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ สร้างความผูกพันของคนในครอบครัว โดยคาดหวังว่าเด็กที่เลี้ยงดูด้วยความรัก ความอบอุ่น จะหล่อหลอมให้เด็กเติบโตขึ้น แข็งแรง ฉลาด อารมณ์ดี จิตใจดีมีความสุข สำนักงานสถิติแห่งชาติร่วมกับองค์การทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ ในปี 2559 สำรวจสถานการณ์เด็กและสตรีในประเทศไทย พบว่า มีทารกไทยเพียงร้อยละ 40 ได้กินนมแม่ภายใน 1 ชั่วโมงแรกหลังคลอด และเพียงร้อยละ 23 ที่ได้กินนมแม่อย่างเดียวในช่วง 6 เดือนแรกของชีวิต ยิ่งไปกว่านั้น มีทารกเพียงร้อยละ 13 ที่ได้กินนมแม่ต่อเนื่องถึง 2 ปี โดยกระทรวงสาธารณสุขตั้งเป้าต้องเพิ่มอัตราการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียว 6 เดือนให้ได้ 50 เปอร์เซ็นต์ภายในปี 2568 โดยการทำเรื่องปกป้อง สนับสนุน ส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียว ๖ เดือน และผลการดำเนินงานอนามัยแม่และเด็กของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพบ้านมะนังปันยัง ปัจจุบันอัตราการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียว ๖ เดือนในปี ๒๔๕๙ อยู่ร้อยละ ๓๗.๖ ซึ่งสามารถบรรลุเป้าหมายตามองค์การอนามัยโลกกำหนดไว้ที่ร้อยละ ๓๕ แต่ยังไม่บรรลุเป้าหมายอัตราการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวในทารกอายุน้อยกว่า ๖ เดือนไม่น้อยกว่าร้อยละ ๕๐ ทั้งนี้เป็นเพราะการให้น้ำเปล่าหรืออาหารอื่นๆร่วมกับนมแม่เป็นพฤติกรรมของการเลี้ยงดูเด็กที่ถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น การสร้างความเชื่อว่านมแม่อย่างเดียว ๖ เดือนเพียงพอสำหรับทารก จำเป็นที่จะต้องหาวิธีการสื่อสารที่เข้าถึงกลุ่มต่างๆมากขึ้น รวมทั้งความร่วมมือจากบุคลาการทางการแพทย์และสาธารณสุขทุกระดับที่เกี่ยวข้อง จากการดำเนินงานเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านมะนังปันยัง ปี พ.ศ.2565 ส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านมะนังปันยัง เพื่อให้อัตราการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่เพิ่มขึ้นบรรลุตามเป้าหมาย จึงมีแนวคิดในการพัฒนาศักยภาพและสมรรถนะในการดูแลคุณภาพสุขภาพประชากรแม่และเด็กสู่ความยั่งยืน โดยการพัฒนาการดำเนินงานตามกระบวนการคุณภาพ การจัดระบบบริการมาตรฐานงานอนามัยและเด็กในพื้นที่ตามมาตรฐาน เชื่อมโยงสู่ครัวเรือน ชุมชน และภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ให้มีส่วนร่วมในการดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพอนามัยแม่และเด็ก เพื่อให้เกิดความต่อเนื่องและยั่งยืน ทางโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านมะนังปันยัง ได้จัดทำ “โครงการส่งเสริมสนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ เพื่อให้หญิงตั้งครรภ์ แม่หลังคลอดและแกนนำสุขภาพในพื้นที่ มีความรู้ ความเข้าใจ มีความพร้อมในการพัฒนาและขับเคลื่อนทางสังคม ในการส่งเสริมสนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ให้เป็นรากฐานการพัฒนา ตลอดจนประเทศชาติต่อไป
- 1. เพื่อให้หญิงตั้งครรภ์ แม่หลังคลอดมีความรู้และตระหนักถึงความสำคัญของการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่
- อบรมให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่
- ส่งเสริมให้ความรู้ในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่
1.ประชุมเพื่อหาแนวทางการดำเนินงาน
2.เขียนโครงการเพื่อขออนุมัติ
๓.สำรวจหญิงตั้งครรภ์และหลังคลอดในพื้นที่
๔.ให้ความรู้แก่กลุ่มเป้าหมาย ๒ รุ่นรุ่นละ ๔๐ คน รวม ๘๐ คน
๕. รายที่ผิดปกติ ประสานแจ้งเจ้าหน้าที่รพ.รือเสาะเพื่อนัดหมายการดูแล
6. สรุปผลการดำเนินงานตามแผนงานโครงการพร้อมแบบรายงาน ส่งให้กองทุนหลักประกันสุขภาพระดับท้องถิ่นหรือพื้นที่
- หญิงตั้งครรภ์ แม่หลังคลอดและแกนนำสุขภาพเข้าใจถึงประโยชน์ในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่
- ทารกได้รับนมแม่ต่อเนื่องไปจนอายุ 2 ปี หรือมากกว่าพร้อมกับการได้รับอาหารเสริมตามวัยที่ถูกต้อง ๓.เพื่อสร้างและขยายเครือข่ายแกนนำสุขภาพในชุมชนในการดูแลช่วยเหลือส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่