โครงการส่งเสริมการออกกำลังกายแบบรำไทเก็กในผู้สูงอายุ
โครงการส่งเสริมการออกกำลังกายแบบรำไทเก็กในผู้สูงอายุ
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการส่งเสริมการออกกำลังกายแบบรำไทเก็กในผู้สูงอายุ | |
| รหัสโครงการ | 61-L5249 | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | ชมรมผู้อาวุโสเทศบาลเมืองปาดังเบซาร์ | |
| วันที่อนุมัติ | 22 กันยายน 2560 | |
| ปี | 2561 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 9 ตุลาคม 2560 - 28 กันยายน 2561 | |
| งบประมาณ | 48,840.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นายพลจินดาวงค์ | |
| พื้นที่ดำเนินการ | ตำบลปาดังเบซาร์ อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา |
จำนวนผู้สูงอายุและสัดส่วนผู้สูงอายุในปัจจุบัน(ผู้สูงอายุตั้งแต่60 ปี ขึ้นไป)ของประเทศไทยเพิ่มขึ้นในอัตราที่รวดเร็วทำให้โครงสร้างประชากรของประเทศไทยเข้าสู่ระยะที่เรียกว่าภาวะประชากรผู้สูงอายุ(populationageing)ซึ่งมีผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงทางสังคมรัฐบาลจึงใหความสนใจเตรียมป้องกันและแก้ไขปัญหาผู้สูงอายุด้วยผู้สูงอายุเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่าสร้างคุณประโยชน์มากมายให้กับประเทศจึงสมควรที่จะได้รับการดูแลให้มีคุณภาพที่ดีดำเนินชีวิตอย่างมีความสุขไม่เป็นปัญหาต่อครอบครัวและสังคมจึงได้มีมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่14ธันวาคม2525อนุมัติให้วันที่13เมษายนของทุกปีเป็นวันผู้สูงอายุแห่งชาติเปิดพื้นที่เวทีให้ผู้สูงอายุทำกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อเชื่มโยงความสัมพันธ์ระหว่างผู้สูงอายุกับคนทุกวัยในชุมชนและสังคม กิจกรรมการออกกำำลังกายและนันทนาการเป็นปัจจัยหนึ่งที่มีความสำคัญต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตทุกเพศทุกวัยทุกสภาพร่างกายจะช่วยพัฒนาประชากรในชาติให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีช่วยพัฒนาสุขภาพแรงกายให้แข็งแรงพัฒนาอารมณ์ให้มีความสุขสนุกสนานเพลิดเพลินคลายความเครียดชมรมผู้อาวุโสเทศบาลเมืองปาดังเบซาร์มีภาระกิจรับผิดชอบส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมการออกกำลังกายและนันทนาการและปฏิบัติจนเป็นวิถีชีวิตสำหรับประชากรจึงได้จัดทำโครงการส่งเสริมการออกกำลังกายแบบรำไทเก็กในผู้สูงอายุขึ้น
ไทเก็กเป็นการออกกำลังกายอีกชนิดหนึ่งที่ตกทอดมาจากจีน เดิมทีเป็นศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัว ที่ประกอบด้วย การเคลื่อนไหวร่างกายภายนอก ประสานกับการฝึกพลังลมปราณภายนอกประสานกับการฝึกพลังลมปราณภายใน ในวิชาการต่อสู้ จีนถือหลักที่ว่า นักรบหรือชาวยุทธ อาจหาญ และกำชัยชนะในการต่อสู้ได้ ต้องประกอบด้วยความแข็งแรงของร่างกายทั้งพลังภายนอก และพลังภายในเป็นพื้นฐานมี ศิลปะการต่อสู้ที่เป็นแบบฉบับ มีจิตใจที่สงบเยือกเย็น มั่นคง และสำคัญเหนือสิ่งอื่นใดต้องมีใจซื่อสัตย์ มีคุณธรรม ทั้งรักษาศีลสัตย์ประจำใจ เหตุฉะนี้แม้การฝึกไทเก็กจะมิใช่ใช้เพื่อการต่อสู้เอาชีวิตกันเหมือนสมัยก่อน แต่ผลของไทเก็กย่อมทำให้ผู้ฝึกได้ความแข็งแรงของร่างกายทั้งภายนอกภายในดังว่า ได้ฝึกจิตให้สงบ แถมด้วยการสามารถนำเอาหลักปรัชญาการต่อสู้ในกระบวนท่าของไทเก็กไปประยุกต์ใช้กับการดำเนินชีวิตประจำวันได้ด้วย
ไทเก็กอาศัยการเคลื่อนไหวร่างกายที่เนิบช้า ด้วยท่ามือ ๘ ท่า ท่าร่าง ๕ ท่า ประกอบเป็นกระบวนดูภายนอกเหมือนอ่อนหยุ่นแต่กลับแฝงไว้ซึ่งพลังร่างกายภายนอกดูเคลื่อนไหวแต่จิตใจภายในกลับสู่กล้ามมือและข้อต่อ เปลี่ยนท่วงท่าไปเหมือนต้องเกร็งแต่ภายในเส้นสายกลับผ่อนคลายอากัปกิริยาดูเยือกเย็น คือหลัก หยินหยางจะเกิดการรวมเป็นหนึ่งเดียวระหว่างกายกับจิตเกิดเป็นสมาธิเกิดเป็นความสงบ ด้านร่างกาย การปฏิบัติไทเก็กสม่ำเสมอทำให้กล้ามเนื้อแข็งแรงข้อต่อเคลื่อนไหวไม่ติดขัด กระดูกแข็งแรง ระบบย่อยอาหารและทางเดินหายใจ ทำให้หัวใจและการหมุนเวียนเลือดสะดวก ทั้งจิตใจแจ่มใส มีสมาธิ ช่วยขัดเกลากิเลสได้อีกการรำไทเก็กจะเป็นการออกกำลังกายแบบแอโรบิก แต่ผู้รำกำหนดลมปราณไปด้วย ปรมาจารย์ของไทเก็ก คือจางซานฟงเมื่อ ๘๐๐ ปีที่แล้ว อีกหลักฐานหนึ่งชี้ว่าสืบทอดจากวิชายุทธของตระกูล เฉินในมณฑลเหอหนานประมาณราชวงศ์หมิงแพร่ไปในสมัยกบฏนักมวยเมื่อราษฎรจีนลุกขึ้นต่อสู้กับชาติตะวันตก แล้วแตกแขนงเป็นไทเก็กถึง ๕ สาขา เมื่อจีนเปลี่ยนการปกครองจึงแพร่หลายไปทั่วประเทศ
- เพื่อให้ผู้สูงอายุมีสุขภาพแข็งแรงทั้งร่างกายและจิตใจ
- เพื่อให้ผู้สูงอายุไดแสดงศักยภาพและถ่ายทอดภูิมิปัญญาให้แก่สังคมสามารถดำรงชีวิตสร้างความสัมพันธ์ที่มีระหว่างผู้สูงอายุได้อยู่ร่วมกันในสังคมได้อย่างมั่นคงและมีความสุข
- เพื่อเสริมสร้างประสบการณ์และให้สังคมตระหนักในคุณค่าของผู้สูงอายุ
- จัดทำโครงการฯเพื่อขอการสนับสนุนจากกองทุนหลักประกันสุขภาพ เทศบาลเมืองปาดังเบซาร์
- ประชาสัมพันธ์โครงการฯผ่านทางเสียงตามสายเทศบาลเมืองปาดังเบซาร์ติดไวนิลประชาสัมพัน์
- ดำเนินโครงการวันจันทร์ - วันศุกร์เวลา 17.00 - 18.00 น.ณศูนย์จำหน่ายสินค้าโอท็อปเทศบาลเมืองปาดังเบซาร์
- สรุปผลโครงการฯ
ผู้สูงอายุมีสุขภาพแข็งแรง จำนวนครั้งการพบแพทย์ เพื่อรักษาโรคที่ป้องกันได้ลดลง
ผู้สูงอายุได้แบ่งปันประสบการณ์และการอยู่ร่วมกันในสังคมได้อย่างมั่นคงและมีความสุข