โครงการป้องกันโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง(ชมรม อสม.รพ.สต.บ้านทุ่งยาว)
โครงการป้องกันโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง(ชมรม อสม.รพ.สต.บ้านทุ่งยาว)
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการป้องกันโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง(ชมรม อสม.รพ.สต.บ้านทุ่งยาว) | |
| รหัสโครงการ | 2561-L3351-02-16 | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | ชมรม อสม.รพ.สต.บ้านทุ่งยาว | |
| วันที่อนุมัติ | 14 กันยายน 2560 | |
| ปี | 2561 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 20 มกราคม 2561 - 30 มิถุนายน 2561 | |
| งบประมาณ | 25,794.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นายประดิษฐ์ อินไหม | |
| พื้นที่ดำเนินการ | ตำบลโคกชะงาย อำเภอเมืองพัทลุง จังหวัดพัทลุง |
ตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่๑๒ (พ.ศ.๒๕๖๐-๒๕๖๔)ยังให้ความสำคัญกับการบริโภคที่ไม่เหมาะสมขาดการออกกำลังกายนำไปสู่การเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรังโดยกำหนดเป็นเป้าหมายในการพัฒนาคุณภาพคนว่า“ลดอัตราเพิ่มของการเจ็บป่วยด้วยโรคที่ป้องกันได้๕อันดับแรกคือโรคหัวใจความดันโลหิตสูงเบาหวานมะเร็งและหลอดเลือดในสมองเพื่อนำไปสู่การเพิ่มผลิตภาพแรงงานและลดรายจ่ายด้านสาธารณสุข”เนื่องจากมีปัจจัยสาเหตุครอบคลุมทั้งเรื่องของพฤติกรรมบริโภคปัจจัยเสี่ยงจากสิ่งแวดล้อมและวิถีการดำเนินชีวิตซึ่งโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวานก็เป็นปัญหาสุขภาพที่ประชาชนไทยมีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆเนื่องจากมีพฤติกรรมสุขภาพที่ไม่เหมาะสมเช่นการบริโภคอาหารที่ไม่เป็นประโยชน์ขาดการออกกำลังกายโดยที่ประชาชนจำนวนมากไม่รู้ตัวเองว่ามีความผิดปกติหรือเป็นโรคแล้วไม่ได้รับการวินิจฉัยและรักษาที่เหมาะสมจะทราบก็ต่อเมื่อเกิดผลแทรกซ้อนขึ้นแล้วซึ่งอาจเกิดเสียชีวิตฉับพลันหรืออาจเกิดความพิการที่ไม่อาจแก้ไขได้เช่นโรคหัวใจโรคหลอดเลือดสมองตีบและแตกโรคไตวายและตาบอด มีข้อมูลยืนยันว่าโรคเหล่านี้เป็นภาระมากขึ้นเรื่อยๆทั้งสุขภาพเศรษฐกิจและสังคมในปี๒๕๕๐มีการวัดความดันโลหิตประชาชนไทยอายุ๔๐ ปีขึ้นไปจำนวน๒๐.๗ล้านคนพบว่ามีความดันโลหิตผิดปกติ๒.๔ล้านคน (๑๑ % )ซึ่งจะทำให้เพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจร้อยละ๒๕และโรคหลอดเลือดสมองตีบและแตกร้อยละ๔๐โดยที่ประชาชนจำนวนมากไม่รู้ตัวว่าตนเองมีความผิดปกติจะทราบก็ต่อเมื่อเกิดผลแทรกซ้อนขึ้นแล้วซึ่งอาจเสียชีวิตฉับพลันหรือเกิดความพิการที่ไม่อาจแก้ไขได้
โรคเบาหวานก็เช่นเดียวกันเนื่องจากภาวะทุพโภชนาการโดยเฉพาะในแม่ที่ตั้งครรภ์เมื่อหลายสิบปีก่อนและพฤติกรรมการบริโภครวมถึงการขาดออกกำลังกายทำให้คนไทยป่วยด้วยโรคเบาหวานเพิ่มมากขึ้นในปีพ.ศ.๒๕๕๑มีผู้ป่วยเบาหวานรายใหม่จำนวน๓๓๘,๕๕๑รายเสียชีวิต๗,๗๒๕รายคาดว่าทั่วประเทศจะมีผู้ป่วยด้วยโรคเบาหวานประมาณ๓ ล้านคนและมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆผู้ป่วยร้อยละ๕๐ไม่ได้รับการวินิจฉัยและการรักษาที่เหมาะสมจึงมีความเสี่ยงเกิดปัญหาแทรกซ้อน สถานการณ์ของโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวานในพื้นที่รับผิดชอบในปี ๒๕๕๗ร้อยละ๑๓.๗๖ และ ๕.๑๗ตามลำดับดังนั้นโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้าน ทุ่งยาวตำบลโคกชะงายอำเภอเมืองจังหวัดพัทลุงและกองทุนหลักประกันสุขภาพตำบลโคกชะงายเล็งเห็นปัญหาสำคัญนี้จึงจัดทำโครงการโครงการป้องกันและควบคุมโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงในกลุ่มอายุ๓๕ ปีขึ้นไปในพื้นที่หมู่ที่ ๑,๗,๙ตำบลโคกชะงายอำเภอเมืองจังหวัดพัทลุง
- เพื่อให้ประชากรอายุ ๓๕ ปีขึ้นไป ได้รับการตรวจคัดกรองเบาหวานและความดันโลหิตสูง ร้อยละ ๙๐
- เพื่อให้กลุ่มเสี่ยงจากการคัดกรองเบาหวานและความดันโลหิตสูง ได้รับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและตรวจคัดกรองซ้ำ
- เพื่อให้กลุ่มเสี่ยงที่ผ่านการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและคัดกรองซ้ำแล้วยังอยู่ในเกณฑ์ต้องส่งตัวรักษาต่อได้รับการส่งตัวรักษาต่อทุกคน
- ตรวจคัดกรองDM/HT
1.ประชุม อสม.ประชาสัมพันธ์กลุ่มเป้าหมายร่วมประชุมหมู่บ้านเพื่อประชาสัมพันธ์กลุ่มเป้าหมายให้มารับบริการตรวจคัดกรองเบาหวานและความดันโลหิตสูงตามจุดนัดใกล้บ้าน 2.จัดบริการตรวจคัดกรองเบาหวานและความดันโลหิตในกลุ่มเป้าหมายร่วมกับแบบคัดกรอง 3.บริการตรวจคัดกรองซ้ำกับกลุ่มเสี่ยงหลังจากปรับเปลี่ยนพฤติกรรมฯ 4.ส่งตัวรักษาต่อกับกลุ่มเสี่ยงที่ตรวจคัดกรองซ้ำซึ่งผลการตรวจคัดกรองยังเสี่ยง
- ประชาชนกลุ่มอายุ๓๕ ปีขึ้นไปได้รับความรู้เรื่องโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงและการตรวจคัดกรองเบาหวานและความดันโลหิต
- กลุ่มเสี่ยงจากการคัดกรองเบาหวานและความดันโลหิตสูงได้รับคำแนะนำในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม 3.กลุ่มเสี่ยงจากการคัดกรองโรคเบาหวานและความดันโลหิตได้รับการคัดกรองซ้ำ
- กลุ่มเลี่ยงที่ผลการตรวจคัดกรองเสี่ยงอีกได้รับการส่งตัวรักษาต่อที่โรงพยาบาลพัทลุง