โครงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงปี(รพ.สต.บ้านทุ่งยาว)
โครงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงปี(รพ.สต.บ้านทุ่งยาว)
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงปี(รพ.สต.บ้านทุ่งยาว) | |
| รหัสโครงการ | 2561-L3351-01-08 | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | รพ.สต.บ้านทุ่งยาว | |
| วันที่อนุมัติ | 14 กันยายน 2560 | |
| ปี | 2561 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 20 มกราคม 2561 - 31 กรกฎาคม 2561 | |
| งบประมาณ | 19,500.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นายเอนกกลิ่นรส | |
| พื้นที่ดำเนินการ | ตำบลโคกชะงาย อำเภอเมืองพัทลุง จังหวัดพัทลุง |
แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ ๑๑ มีความต่อเนื่องจากแนวคิดของแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ ๘ – ๑๐โดยยังคงยึดหลัก “ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” และ “คนเป็นศูนย์กลางของการพัฒนา” และ“สร้างสมดุลการพัฒนา” ในทุกมิติ แต่การประยุกต์ใช้แนวคิดดังกล่าว และสร้างความมั่นใจว่าการพัฒนาจะเป็นไปในแนวทางที่ยั่งยืนและสร้างความสุขให้กับคนไทย ซึ่งตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่๑๐ (พ.ศ.๒๕๕๑-๒๕๕๔)ได้ให้ความสำคัญกับการบริโภคที่ไม่เหมาะสมขาดการออกกำลังกายนำไปสู่การเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรังโดยกำหนดเป็นเป้าหมายในการพัฒนาคุณภาพคนว่า“ลดอัตราเพิ่มของการเจ็บป่วยด้วยโรคที่ป้องกันได้๕อันดับแรกคือโรคหัวใจความดันโลหิตสูงเบาหวานมะเร็งและหลอดเลือดในสมองเพื่อนำไปสู่การเพิ่มผลิตภาพแรงงานและลดรายจ่ายด้านสาธารณสุข”เนื่องจากมีปัจจัยสาเหตุครอบคลุมทั้งเรื่องของพฤติกรรมบริโภคปัจจัยเสี่ยงจากสิ่งแวดล้อมและวิถีการดำเนินชีวิตซึ่งโรคความดันโลหิตสูงและเบาหวานก็เป็นปัญหาสุขภาพที่ประชาชนไทยมีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆเนื่องจากมีพฤติกรรมสุขภาพที่ไม่เหมาะสมเช่นการบริโภคอาหารที่ไม่เป็นประโยชน์ขาดการออกกำลังกายโดยที่ประชาชนจำนวนมากไม่รู้ตัวเองว่ามีความผิดปกติหรือเป็นโรคแล้วไม่ได้รับการวินิจฉัยและรักษาที่เหมาะสมจะทราบก็ต่อเมื่อเกิดผลแทรกซ้อนขึ้นแล้วซึ่งอาจเกิดเสียชีวิตฉับพลันหรืออาจเกิดความพิการที่ไม่อาจแก้ไขได้เช่นโรคหัวใจโรคหลอดเลือดสมองตีบและแตกโรคไตวายและตาบอด
มีข้อมูลยืนยันว่าโรคเหล่านี้เป็นภาระมากขึ้นเรื่อยๆทั้งสุขภาพเศรษฐกิจและสังคมในปี๒๕๕๐มีการวัดความดันโลหิตประชาชนไทยอายุ๔๐ ปีขึ้นไปจำนวน๒๐.๗ล้านคนพบว่ามีความดันโลหิตผิดปกติ๒.๔ล้านคน (๑๑ % )ซึ่งจะทำให้เพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจร้อยละ๒๕และโรคหลอดเลือดสมองตีบและแตกร้อยละ๔๐โดยที่ประชาชนจำนวนมากไม่รู้ตัวว่าตนเองมีความผิดปกติจะทราบก็ต่อเมื่อเกิดผลแทรกซ้อนขึ้นแล้วซึ่งอาจเสียชีวิตฉับพลันหรือเกิดความพิการที่ไม่อาจแก้ไขได้ โรคเบาหวานก็เช่นเดียวกันเนื่องจากภาวะทุพโภชนาการโดยเฉพาะในแม่ที่ตั้งครรภ์เมื่อหลายสิบปีก่อนและพฤติกรรมการบริโภครวมถึงการขาดออกกำลังกายทำให้คนไทยป่วยด้วยโรคเบาหวานเพิ่มมากขึ้นในปีพ.ศ.๒๕๕๑มีผู้ป่วยเบาหวานรายใหม่จำนวน๓๓๘,๕๕๑รายเสียชีวิต๗,๗๒๕รายคาดว่าทั่วประเทศจะมีผู้ป่วยด้วยโรคเบาหวานประมาณ๓ ล้านคนและมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆผู้ป่วยร้อยละ๕๐และไม่ได้รับการวินิจฉัยและการรักษาที่เหมาะสมจึงมีความเสี่ยงเกิดปัญหาแทรกซ้อน ปัญหาดังกล่าวข้างต้นเป็นปัญหาของสถานีอนามัยบ้านทุ่งยาวดังนั้นจึงจัดทำโครงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมลดโรคเบาหวานและคามดันโลหิตสูงเพื่อตอบสนองการแก้ปัญหาดังกล่าวต่อไป
- เพื่อให้กลุ่มเสี่ยงจากการคัดกรองเบาหวานและความดันโลหิตสูง ได้รับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและตรวจคัดกรองซ้ำทุกคน
- เพื่อให้กลุ่มเสี่ยงที่ผ่านการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและคัดกรองซ้ำแล้วยังอยู่ในเกณฑ์ต้องส่งตัวรักษาต่อได้รับการส่งตัวรักษาต่อทุกคน
- เพื่อลดอัตราป่วยรายใหม่ด้วยโรคความดันโลหิตสูงไม่เกิน ร้อยละ ๗ โรคเบาหวานไม่เกินร้อยร้อยละ ๓
- อบรมให้ความรู้
1.ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมฯ กลุ่มเสี่ยง 2.บริการตรวจคัดกรองซ้ำกับกลุ่มเสี่ยงหลังจากปรับเปลี่ยนพฤติกรรมฯ 3.ส่งตัวรักษาต่อกับกลุ่มเสี่ยงที่ตรวจคัดกรองซ้ำซึ่งผลการตรวจคัดกรองยังเสี่ยงพบแพทย์ที่ศูนย์แพทย์ชุมชนหรือโรงพยาบาลแม่ข่าย
ประชาชนที่มีภาวะเสี่ยงต่อโรคความดันโลหิตสูงโรคเบาหวานมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพที่เหมาะสมและไม่เกิดโรคความดันโลหิตสูงโรคเบาหวานและมีสุขภาพดีอัตราป่วยด้วยโรคเรื้อรังลดลง