โครงการตรวจหาสารเคมีกำจัดศัตรูพืชตกค้างในเลือดของเกษตรกร
โครงการตรวจหาสารเคมีกำจัดศัตรูพืชตกค้างในเลือดของเกษตรกร
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการตรวจหาสารเคมีกำจัดศัตรูพืชตกค้างในเลือดของเกษตรกร | |
| รหัสโครงการ | 2565-L3330-1-16 | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านลอน | |
| วันที่อนุมัติ | 10 สิงหาคม 2565 | |
| ปี | 2565 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 22 กันยายน 2565 - 29 กันยายน 2565 | |
| งบประมาณ | 10,500.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นางอุมา รินชะ | |
| พื้นที่ดำเนินการ | หมู่ที่ 2,3,7,9,10 และ ม.11 ตำบลโคกสัก อำเภอบางแก้ว จังหวัดพัทลุง |
สารเคมีกำจัดศัตรูพืช สามารถทำอันตรายต่อสุขภาพร่างกายได้ทั้งมนุษย์และสัตว์ กล่าวคือจะไปทำลายอวัยวะภายในร่างกาย เช่น ตับ ไต ปอด สมอง ผิวหนัง ระบบประสาท ระบบสืบพันธุ์ และตาซึ่งก็ขึ้นอยู่กับปริมาณและช่องทางที่รับสารเคมีเข้าสู่ร่างกาย ส่วนใหญ่แล้วการที่อวัยวะภายในร่างกายได้สะสมสารเคมีไว้จนถึงขีดที่ร่างกายไม่อาจทนได้จึงแสดงอาการต่างๆและนำไปสู่การเกิดความผิดปกติแก่ร่างกาย โรคมะเร็ง โรคต่อมไร้ท่อโรคเลือดและระบบภูมิคุ้มกัน เป็นต้น
โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านลอน ซึ่งมีเขตรับผิดชอบ จำนวน ๖ หมู่บ้าน ซึ่งประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม ทำสวนยางพารา ทำสวนปาล์ม และปลูกผัก ผลกระทบจากการใช้สารเคมีในการควบคุมและกำจัดศัตรูพืช
จึงกระจายและขยายเป็นวงกว้าง ปี 2564 ผลการตรวจพบว่ามีความเสี่ยง 107 คนพบไม่ปลอดภัย 169 คน
จากข้อมูลดังกล่าว โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านลอน จึงเห็นความสำคัญในสุขภาพของเกษตรกรซึ่งมีการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชอยู่และมีผลกระทบกับด้านสุขภาพโดยตรง จึงได้จัดทำโครงการตรวจหาสารเคมีกำจัดศัตรูพืชตกค้างในเลือดของเกษตรกรขึ้น เพื่อให้เกษตรกรกลุ่มเสี่ยงได้รับการตรวจสุขภาพและ เจาะเลือดเพื่อหาปริมาณสารเคมีตกค้างในกระแสเลือดเพื่อการเฝ้าระวังต่อไป
- เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายทุกคนมีทักษะประเมินและเฝ้าระวังสุขภาพตนเอง อันเนื่องมาจากการใช้สารเคมีในเกษตรกร
- เพื่อให้กลุ่มเสี่ยงทุกคนจากการคัดกรองมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ
- ตรวจหาสารเคมีกำจัดศัตรูพืชตกค้างในเลือดของเกษตรกร ให้ความรู้เกี่ยวกับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพรายบุคคล
1.เพื่อนำข้อมูลมาใช้ในการดำเนินงาน การเฝ้าระวังและควบคุมโรคจากการประกอบอาชีพ 2.กลุ่มเป้าหมายได้รับการตรวจสารเคมีในเลือดทุกรายและรายที่มีภาวะเสี่ยงและเสี่ยงสูงมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ