โครงการปลูกผักสวนครัวกินเอง ตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
โครงการปลูกผักสวนครัวกินเอง ตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการปลูกผักสวนครัวกินเอง ตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง | |
| รหัสโครงการ | 65-L4134-2-2 | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | กลุ่มจิตอาสาตำบลบันนังสาเรง | |
| วันที่อนุมัติ | 6 กันยายน 2565 | |
| ปี | 2565 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 13 กันยายน 2565 - 30 กันยายน 2565 | |
| งบประมาณ | 20,718.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | กลุ่มจิตอาสาตำบลบันนังสาเรง | |
| พื้นที่ดำเนินการ | ตำบลบันนังสาเรง อำเภอเมืองยะลา จังหวัดยะลา |
ปัจจุบันเรื่องของปัญหาสุขภาพของประชาชนคนไทยเพิ่มทวีขึ้น ซึ่งเห็นได้จากสถิติของผู้ป่วยที่มารับบริการรักษาพยาบาลที่โรงพยาบาลมีจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ และอัตราการป่วย จากโรคที่ไม่ติดต่อ เพิ่มสูงขึ้น โรงพยาบาลก็ต้องเพิ่มขนาดของโรงพยาบาลเพื่อให้รองรับผู้ที่มารับบริการ ซึ่งเป็นภาระที่รัฐบาลที่จะต้องเสียงบประมาณในการดำเนินการเป็นอันมาก และเป็การแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ เนื่องจากต้นเหตุของปัญหาสุขภาพ ที่สำคัญมีสาเหตุ มาจากการบริโภคอาหารที่ไม่ถูกสุขลักษณะ อาหารที่มีการปลอมปนสารเคมี หรือ ผัก-ผลไม้ ที่ไม่ปลอดภัยสารพิษเพราะเกษตรกรใช้สารกำจัดศัตรูพืช อย่างผิดวิธี เพื่อเหตุผลทางการค้า และพาณิชย์ ทำให้สารเคมีที่เป็นโทษเหล่านั้น ตกอยู่กับผู้บริโภคอย่างยากที่จะหลีกเลี่ยง แนวทางในการป้องกันปัญหาที่เป็นการแก้ที่ต้นเหตุ แบบยั่งยืน ประกอบกับปัญหาด้านเศรษฐกิจที่ส่งผลกระทบ ทำให้มีค่าครองชีพที่สูงขึ้น และการปฏิบัติตามแนวเศรษฐกิจพอเพียงโดยยึดหลัก 3 ข้อ คือ การพอประมาณถ้ารู้รายรับรายจ่าย ก็ใช้แบบพอประมาณ แต่มีเหตุผลรู้ว่ารายจ่ายใดจำเป็น ไม่จำเป็น เมื่อเหลือจากใช้จ่ายก็เก็บออม นั่นคือภูมิคุ้มกันที่เอาไว้คุ้มกันตัวเราและครอบครัว การปลูกผักสวนครัวก็เป็นการปฏิบัติตามแนวเศรษฐกิจพอเพียงเช่นกัน หากเราปลูกไว้รับประทานในครัวเรือน มีมากเหลือก็ก็นำไปจำหน่ายเกิดรายได้ให้ครอบครัวอีกทาง เนื่องจากการประกอบอาชีพเมื่อมีรายได้ ส่วนใหญ่ใช้จ่ายจะเป็นการซื้อปัจจัย 4 เพื่อดำรงชีพ ดังนั้น กลุ่มจิตอาสาตำบลบันนังสาเรง ได้เล็งเห็นความสำคัญในการส่งเสริมการปลูกผักสวนครัวไว้รับประทานเองในครอบครัว
- 1.เพื่อส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพชีวิตและการจัดการเรียนตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง 2.เพื่อส่งเสริมศูนย์การเรียนรู้ต้นแบบในการพึ่งพาตนเอง ลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือน 3.เพื่อเสริมสร้างสุขภาพที่ดี ลดการใช้สารเคมีในอาหาร และ ลดความเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยจากการบริโภคอาหาร 4.เพื่อส่งเสริมแหล่งเรียนรู้ในการผลิตอาหาร โดยการใช้นวัตกรรมในการดูแล
กิจกรรมการปลูกผักไฮโดรโปรนิกส์ และปลูกผักอินทรีย์
- ด้านสุขภาพร่างกาย ทำให้มีสุขภาพแข็งแรง ลดความเสี่ยงจากการเจ็บป่วย ลดสารแคมี เช่น ยาฆ่าแมลง
- ด้านสังคม มีเพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ในการผลิตอาหารขึ้นมาเอง ทำให้ประหยัดค่าใช้จ่าย ลดค่าครองชีพ ส่งเสริมตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
- ด้านเศรษฐกิจ เรียนรู้ทักษะทางด้านอาชีพ สามารถนำไปประกอบอาชีพสร้างงาน สร้างรายได้ ช่วยเหลือตนเองต่อไป