กองทุนสุขภาพตำบล - กองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่น - กปท

โครงการเฝ้าระวังคัดกรองสตรีสะพานไม้แก่นปลอดภัยจากมะเร็งปากมดลูกและมะเร็งเต้านม

รายละเอียดโครงการ
รายละเอียดโครงการ
ชื่อโครงการ/กิจกรรม โครงการเฝ้าระวังคัดกรองสตรีสะพานไม้แก่นปลอดภัยจากมะเร็งปากมดลูกและมะเร็งเต้านม
รหัสโครงการ 65-L5187-01-07
ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลสะพานไม้แก่น
วันที่อนุมัติ 15 กันยายน 2565
ปี 2565
ระยะเวลาดำเนินโครงการ 1 พฤศจิกายน 2565 - 28 กุมภาพันธ์ 2566
งบประมาณ 12,201.00
ผู้รับผิดชอบโครงการ นางสาวจิรวรรณ ทองชูช่วย พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ
พื้นที่ดำเนินการ ตำบลสะพานไม้แก่น อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา
ประเด็น
แผนงานกลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีความเสี่ยง
สถานการณ์/หลักการและเหตุผล

โรคมะเร็งเป็นสาเหตุการตายของทุกประเทศทั่วโลก ซึ่งแต่ละปีจะมีผู้ป่วยโรคมะเร็งรายใหม่ประมาณ 11 ล้านคนและตายจากโรคมะเร็ง 7 ล้านคน โรคมะเร็งเต้านมและมะเร็งปากมดลูก สามารถดูแลป้องกันรักษา ได้ในระยะแรกการป้องกันที่ดีที่สุดคือการค้นหาผู้ป่วยให้เร็วที่สุด ดังนั้น การให้ความรู้ การสร้างความตระหนัก การกระตุ้นให้เกิดการดูแลและการป้องกันตนเองในระยะแรก เพื่อเป็นการส่งเสริมสุขภาพตลอดจนลดอัตรา ป่วยและอัตราตายของสตรีจากโรคมะเร็งเต้านมและมะเร็งปากมดลูก โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลสะพานไม้แก่น เห็นความสำคัญในการป้องกันมากกว่าการรักษาโรค โดยเฉพาะการตรวจคัดกรองค้นหาโรคระยะแรกในสตรีกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งเป็นวิธีหนึ่งที่สามารถลดอุบัติการณ์ มะเร็งเต้านมและมะเร็งปากมดลูกรายใหม่ได้ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลสะพานไม้แก่น จึงได้จัดทำโครงการเฝ้าระวังคัดกรองสตรีสะพานไม้แก่นปลอดภัยจากมะเร็งปากมดลูกและมะเร็งเต้านม ปีงบประมาณ 2565 ขึ้น โดยเน้นการให้ความรู้ ความเข้าใจเรื่องโรคมะเร็งเต้านมและตรวจคัดกรองหาเซลล์มะเร็งปากมดลูก

วัตถุประสงค์/เป้าหมาย
  1. เพื่อคัดกรองมะเร็งปากมดลูกในสตรี อายุ 30-60 ปี
  2. เพื่อให้สตรีอายุ 30 - 70 ปี สามารถตรวจเต้านมได้ด้วยตนเอง และตรวจซ้ำโดยเจ้าหน้าที่สาธารณสุข
  3. เพื่อให้สตรีที่ตรวจพบความผิดปกติได้รับการส่งต่อทุกราย
การดำเนินงาน/กิจกรรม
  1. กิจกรรมให้ความรู้และตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมและมะเร็งปากมดลูก
วิธีดำเนินการ
ผลที่คาดว่าจะได้รับ

1.กลุ่มเป้าหมายได้รับการคัดกรองโรคมะเร็งปากมดลูกไม่น้อยกว่า 70 % 2. กลุ่มเป้าหมายได้รับการคัดกรองโรคมะเร็งเต้านมไม่น้อยกว่า 70 % 3. กลุ่มเป้าหมายที่ผิดปกติได้รับการส่งต่อ 100 %