โครงการส่งเสริมการใช้ยาอย่างสมเหตุผลในชุมชนตำบลมะรือโบออกปี 2566
โครงการส่งเสริมการใช้ยาอย่างสมเหตุผลในชุมชนตำบลมะรือโบออกปี 2566
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการส่งเสริมการใช้ยาอย่างสมเหตุผลในชุมชนตำบลมะรือโบออกปี 2566 | |
| รหัสโครงการ | 66-L2480-1-01 | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลมะรือโบออก | |
| วันที่อนุมัติ | 18 ตุลาคม 2565 | |
| ปี | 2566 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 16 มิถุนายน 2566 - 16 มิถุนายน 2566 | |
| งบประมาณ | 14,420.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นางตัซนีม ต่วนมหญีย์ | |
| พื้นที่ดำเนินการ | โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลมะรือโบออก |
หลักการและเหตุผล (ระบุที่มาของการทำโครงการ)
องค์การอนามัยโลกให้คำจำกัดความของ “ การใช้ยาอย่างสมเหตุผล (rational drug use)” ไว้ คือ “ ผู้ป่วยได้รับยาที่เหมาะสมกับปัญหาสุขภาพ โดยใช้ยาในขนาดที่เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละราย ด้วยระยะเวลาการรักษาที่เหมาะสม และมีค่าใช้จ่ายต่อชุมชนและผู้ป่วยน้อยที่สุด” (WHO,1985) การใช้ยาอย่างไม่สมเหตุผลเป็นปัญหาที่จำเป็นต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะการใช้ยาต้านจุลชีพอย่างไม่สมเหตุผล ข้อมูลปี 2554 กระทรวงสาธารณสุขเผยว่า ในรอบ 10 ปี ไทยพบปัญหาเชื้อแบคทีเรีย 4 ชนิด ที่พบบ่อยดื้อยาปฏิชีวนะ สูงกวา 30 เท่าตัว เพราะเหตุการณ์ใช้ยาปฏิชีวนะไม่ถูกโรค ไม่ถูกวิธี อัตราการเสียชีวิตจากเชื้อดื้อยาประมาณปีละ 20,000 – 38,000 คน ผู้ป่วยต้องนอนโรงพยาบาลนานกว่าปกติ คิดเป็นการสูญเสียทางเศรษฐกิจถึงปีละ 46,000 ล้านบาท มากกว่าจำนวนผู้เสียชีวิตจากโรคหัวใจขาดเลือดและจากอุบัติเหตุ แผนยุทธศาสตร์การจัดการดื้อยาต้านจุลชีพประเทศไทย พ.ศ.2560-2565 ของกระทรวงสาธารณสุขร่วมกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีการกำหนดวิสัยทัศน์ และกำหนดเป้าประสงค์ที่ต้องการบรรลุภายในปี 2565 ไว้ 5 ประการ ที่สำคัญต่อประชาชน คือ ประชาชนมีความรู้เรื่องเชื้อดื้อยาและตระหนักการใช้ยาต้านจุลชีพอย่างเหมาะสมเพิ่มขึ้นร้อยละ 20
จากผลการสำรวจประชากรโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลมะรือโบออก พบว่า ประเด็นปัญหาสำคัญส่วนใหญ่ประชาชนไม่ทราบความแตกต่างของยาปฏิชีวนะกับยาแก้อักเสบ คิดเป็นร้อยละ 444.39 ซื้อยาชุดจากร้านชำมากินเอง คิดเป็นร้อยละ 43.33 และจากข้อมูลผลการสำรวจพฤติกรรมการใช้ยาปฏิชีวนะอย่างไม่เหมาะสมในชุมชน พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่เมื่อมีอาการเป็นหวัด น้ำมูกไหล เจ็บคอ จะมีการใช้ยาปฏิชีวนะในโรคติดเชื้อที่ระบบการหายใจช่วงบนและหลอดลมอักเสบ เฉียบพลันเป็นลำดับแรก คิดเป็นร้อยละ 36.00 และเมื่อมีบาดแผลสดจากอุบัติเหตุมีการใช้ยาปฏิชีวนะในโรคบาดแผลสดนั้นเป็นลำดับแรก คิดเป็นร้อยละ 82.00
จากความสำคัญดังกล่าวจะเห็นได้ว่า การพัฒนากลไกและเครื่องมือเพื่อให้เกิดการใช้ยาอย่างสมเหตุสมผลด้วยการสร้างความเข้มแข็งภาคประชาชนด้านการใช้ยาอย่างสมเหตุผล และการพัฒนาระบบและกลไกป้องกันและแก้ไขปัญหาที่เกิดจากการใช้ยาต้านจุลชีพ และการดื้อยาของเชื้อก่อโรค เป็นสิ่งที่ควรดำเนินการเป็นอย่างยิ่ง ดังนั้น โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลมะรือโบออก ร่วมกับภาคีเครือข่ายภาครัฐ ภาคประชาชนในชุมชน ร่วมกับกองทุนหลักประกันสุขภาพภาคประชาชนในชุมชน ร่วมกับกองทุนหลักประกันสุขภาพ จัดทำโครงการส่งเสริมการใช้ยาอย่างสมเหตุผลในชุมชนตำบลมะรือโบออก ปี 2566 นี้ขึ้น เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาโดยใช้ชุมชนเป็นฐานและเน้นการมีส่วนร่วมของคนในชุมชน ซึ่งครอบคลุมประเด็นการใช้ยาปฏิชีวนะ ยาชุดและการใช้
ยาสเตียรอยด์ โดยไม่จำเป็นเพื่อให้คนในชุมชนมีการพัฒนาการจัดการเรื่องยาให้สมเหตุสมผลและปลอดภัยในระยะยาวต่อไป
- เพื่อให้ประชาชนมีความรู้ความเข้าใจในการใช้ยาอย่างปลอดภัย
- เพื่อให้คนในชุมชนร่วมกันเฝ้าระวังตรวจสอบแหล่งขายยาในชุมชน เช่น ร้านค้า ร้านชำ ร้านขายยา มิให้มีการลักลอบขายยาปฏิชีวนะและยาสเตียรอยด์
- เพื่อให้คนในชุมชนลดปัญหาการใช้ยาสเตียรอยด์ ยาชุดและยาปฏิชีวนะโดยไม่จำเป็น
- อบรมให้ความรู้ความเข้าใจส่งเสริมการใช้ยาอย่างสมเหตุผลในชุมชนตำบลมะรือโบออก
- ลงตรวจสอบแหล่งขายยาในชุมชน เช่น ร้านค้า ร้านชำ ร้านขายยา มิให้มีการลักลอบขายยาปฏิชีวนะและยาสเตียรอยด์
- ประชาชนมีความรู้ความเข้าใจในการใช้ยาได้อย่างปลอดภัย ครอบคลุมทั้งยาปฏิชีวนะ ยาชุด และยาเสตีรอยด์อย่างสมเหตุและสมผลเพิ่มขึ้น
- ประชาชนในเขตรพ.สต.มะรือโบออก ร่วมกันเฝ้าระวัง ตรวจสอบแหล่งขายยาในชุมชน
- ประชาชนในเขตรพ.สต.มะรือโบออก ลดปัญหาการใช้ยาสเตียรอยด์ ยาชุดและยาปฏิชีวนะโดยไม่จำเป็น