โครงการผู้ก่อการดี (Merit Maker) การดำเนินงานป้องกันการจมน้ำ
โครงการผู้ก่อการดี (Merit Maker) การดำเนินงานป้องกันการจมน้ำ
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการผู้ก่อการดี (Merit Maker) การดำเนินงานป้องกันการจมน้ำ | |
| รหัสโครงการ | 61-50105-01-03 | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | สำนักงานปลัด | |
| วันที่อนุมัติ | 31 ตุลาคม 2560 | |
| ปี | 2561 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 1 ตุลาคม 2560 - 30 กันยายน 2561 | |
| งบประมาณ | 50,000.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | องค์การบริหารส่วนตำบลชะมวง | |
| พื้นที่ดำเนินการ | ตำบลชะมวง อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง |
การเสียชีวิตจากการตกน้ำ จมน้ำ ของเด็กมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2542 – 2548 และเริ่มลดลงตั้งแต่ปลายปี 2549 หลังจากกรมควบคุมโรคและภาคีเครือข่ายเริ่มดำเนินการป้องกัน อย่างไรก็ตามแม้ว่าจำนวนการจมน้ำจะลดลงแต่ยังคงลดลงอย่างช้าๆ โดยเฉพาะช่วงเด็ก 5 – 14 ปี พบว่าลดลงน้อยมาก ทั้งนี้หากยังเป็นเช่นนี้ต่อไปในอีก ๑๐ ปี ข้างหน้า ประเทศไทยจะยังคงสูญเสียเด็กไปอีกเกือบ 13,000 คน จากสาเหตุการจมน้ำ ซึ่งเป็นสาเหตุที่สามารถป้องกันได้และกระทรวงสาธารณสุขได้กำหนดให้การเสียชีวิตจากการจมน้ำของเด็ก อายุต่ำกว่า 15 ปี เป็นตัวชี้วัดกระทรวงสาธารณสุข ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2558 เป็นต้นมา ในปีงบประมาณ 2559 ได้กำหนดเป้าหมายลดอัตราการเสียชีวิตจากการจมน้ำของเด็ก อายุต่ำกว่า 15 ปี ไม่เกิน 6.5 ต่อประชากรเด็กแสนคนระดับเขตบริการสุขภาพ ที่ 12 ได้กำหนดเป้าหมายดำเนินงาน พ.ศ.2560 อัตราตายต่อประชากรเด็กแสนคน ไม่เกิน 5.1 ต่อประชากรเด็กแสนคน จากข้อมูลสถิติปี 2559 ของจังหวัดพัทลุง มีเด็กเสียชีวิตจากการจมน้ำ จำนวน 7 รายจากประชากรเด็กทั้งหมด 97,002 คนคิดเป็นอัตราตาย 8.2 ต่อประชากรเด็กแสนคนซึ่งในปี 2560 ได้กำหนดเป้าหมายเด็กเสียชีวิตจากการจมน้ำไม่เกิน 6 รายอัตราการเสียชีวิตจากการจมน้ำของเด็ก อายุต่ำกว่า 15 ปี เท่ากับ 6.2 ต่อประชากรเด็กแสนคน อำเภอควนขนุน ตั้งแต่ปี 2557 – 31 มีนาคม 2560 ไม่มีเด็กเสียชีวิตจากการจมน้ำ ประกอบกับรัฐบาลมีข้อเสนอเชิงนโยบายที่สำคัญ 3 ประเด็น สำหรับการดำเนินงานป้องกันเด็กจมน้ำ1.) ควรให้เด็กทุกคนที่มีอายุตั้งแต่ 5 ปี ขึ้นไป ได้เรียนหลักสูตรว่ายน้ำเพื่อเอาชีวิตรอด (ความรู้เรื่องความปลอดภัยทางน้ำการเอาชีวิตรอด และวิธีการช่วยเหลือ) เป็นหลักสูตรภาคบังคับสำหรับเด็ก 2.) ควรออกกฎ ระเบียบ ข้อบังคับ สำหรับท้องถิ่นในการขุดแหล่งน้ำเพื่อใช้ประโยชน์ในพื้นที่ ต้องมีมาตรการในการป้องกันเพื่อไม่ให้แหล่งน้ำดังกล่าวกลายเป็นแหล่งน้ำสี่ยงของชุมชน เช่นเดียวกับแหล่งน้ำที่จัดให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยว (น้ำตก ทะเล อ่างเก็บน้ำ สวนน้ำ) และสระว่ายน้ำ จำเป็นต้องกำหนดให้มีมาตรการความปลอดภัย เช่น การมีเจ้าหน้าที่ (Lifeguard) ดูแล การมีกฎระเบียบให้ผู้มารับบริการทุกคนต้องสวมเสื้อชูชีพทุกครั้งที่เดินทางหรือทำกิจกรรมทางน้ำ การมีอุปกรณ์ช่วยคนตกน้ำติดตั้งไว้เป็นระยะและสามารถเข้าถึงได้ง่าย การมีป้าย/ธงแจ้งเตือน (ห้ามลงเล่นน้ำ น้ำลึก น้ำวน) ป้ายบอกระดับความลึกของน้ำ 3.บูรณาการการดำเนินงานป้องกันการจมน้ำของหน่วยงานและภาคส่วนต่างๆ ครอบคลุมทุกมาตรการในระดับพื้นที่ และเน้นการใช้ทรัพยากรร่วมกัน
- เพื่อกระตุ้นให้เกิดการดำเนินงานป้องกันเด็กจมน้ำทุกมาตรการในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง
- เพื่อให้เกิดความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการดำเนินงานป้องกันการจมน้ำ โดยใช้ทรัพยากรในพื้นที่
- เพื่อให้ผ่านการรับรองเป็นผู้ก่อการดีการดำเนินงานป้องกันการจมน้ำระดับทองแดง
- จัดประชุมทีมผู้ก่อการดีภาคีชะมวง
- จัดอบรมสอนหลักสูตร"ว่ายน้ำเพื่อเอาชีวิตรอด"
- จัดประชุมติดตามการดำเนินงานภาคีเครือข่ายการดำเนินงานป้องกันเด็กจมน้ำ จำนวน 2 ครั้ง
- ศึกษาข้อมูลสถานการณ์การเสียชีวิตจากการจมน้ำ
- นำเสนอข้อมูลต่อผู้บริหารเพื่อขอสนับสนุนงบประมาณ
- จัดประชุมทีมผู้ก่อการดีภาคีชะมวง จำนวน 1 รุ่น ระยะเวลา 1 วัน
- จัดอบรมสอนหลักสูตร “ว่ายน้ำเพื่อเอาชีวิตรอด”จำนวน113คนๆ ละ 1 วัน
- สื่อสาร ประชาสัมพันธ์ ผ่านหอกระจายข่าว และจัดนิทรรศการรณรงค์ป้องกันเด็กจมน้ำในหมู่บ้าน/ ชุมชน สถานศึกษา เดือนละ 1 ครั้ง
- จัดประชุมติดตามการดำเนินงานภาคีเครือข่ายการดำเนินงานป้องกันเด็กจมน้ำ จำนวน 2 ครั้ง
ผลลัพธ์ (Out Come)
1. มีการบริหารจัดการให้มีการดำเนินงานการป้องกันเด็กจมน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ มีการดำเนินงานตามมาตรการดำเนินงานการป้องกันเด็กเสียชีวิตจากการจมน้ำภายใต้อำเภอควบคุมโรคเข้มแข็งแบบยั่งยืน ผ่านการรับรองตามมาตรฐาน จากสำนักงานควบคุมโรคไม่ติดต่อ
2. ตำบลชะมวง ไม่มีเด็กนักเรียน ป.5 - ป.6 จมน้ำเสียชีวิต
ผลกระทบ (Impact)
1.ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเกิดความตระหนัก เห็นความสำคัญ และสามารถบริหารจัดการในการดำเนินงานการป้องกันเด็กจมน้ำตามบทบาทของตนเองได้